“เอ๊ะ! ก้อนอะไร”
article : ผศ.พญ.ชลทิพย์ วิรัตกพันธ์ รังสีแพทย์

     ปัจจุบันนี้โรคมะเร็งเต้านมมีแนวโน้มพบมากขึ้นทั่วโลก จึงมีการรณรงค์จากสื่อต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน กระตุ้นให้ผู้หญิงทุกวัยสนใจตรวจเต้านมด้วยตนเอง ตามข้อแนะนำขององค์กรแพทย์ส่วนใหญ่ แนะนำให้ตรวจเต้านมด้วยตนเองเดือนละ 1 ครั้ง การตรวจเต้านมด้วยตนเอง บางครั้งทำให้เกิดความไม่แน่ใจว่า เอ๊ะ! ที่เราคลำได้ผิดปกติจริงหรือเปล่า ซึ่งเริ่มต้นต้องแยกก่อนว่าที่รู้สึกสะดุดมือขึ้นมาเป็นเพียงเนื้อเต้านมหรือไขมันที่มี ตามปกติในเต้านมอยู่แล้ว หรือเป็นก้อนจริงๆ มีข้อสังเกตว่าถ้าก้อนนี้มีอาการคัดตึงหรือรู้สึกคลำได้ชัดขึ้นในช่วงใกล้มีประจำเดือน แต่พอหลังประจำเดือนมาก้อนเล็กลง แบนลง หรือคลำแล้วรู้สึกว่านุ่มขึ้น ลักษณะเช่นนี้น่าจะเป็นเนื้อเต้านม ซึ่งมีอาการคัดตึงได้จากฮอร์โมนเพศหญิงที่เพิ่มขึ้นในช่วงก่อนมีประจำเดือน แต่ถ้าก้อนที่คลำได้อยู่คงที่ตลอดหรือมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป ลักษณะเช่นนี้น่าสงสัยอย่างยิ่งว่าเป็นความผิดปกติจริง ขอแนะนำให้มาตรวจกับแพทย์


     ถ้าต้องการตรวจเต้านมสามารถพบแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป สูตินรีแพทย์ หรือแพทย์ที่คุณรักษาอยู่เป็นประจำ แต่สำหรับแพทย์ผู้รักษาโรคของเต้านมโดยตรง คือ ศัลยแพทย์ แพทย์จะทำการตรวจเต้านมอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยส่วนใหญ่แพทย์สามารถแยกระหว่างเนื้อเต้านมปกติและก้อนได้ เมื่อสงสัยว่าก้อนที่คลำได้เป็นความผิดปกติจริง การวินิจฉัยแยกโรคจะแบ่งเป็นเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่


      กลุ่มแรก เป็นถุงน้ำ หรือที่เรียกว่า ซีสต์ (cyst) ถุงน้ำนี้เกิดจากท่อน้ำนมขยายตัว มีของเหลวอยู่ภายใน ลักษณะคล้ายลูกโป่งที่ภายในบรรจุน้ำ น้ำนี้เป็นได้ตั้งแต่น้ำใสๆ เหมือนน้ำเหลือง สีขาว สีเขียวคล้ำ สีน้ำตาล สีดำ ขึ้นอยู่กับธรรมชาติของถุงน้ำนั้นๆ เป็นความผิดปกติของเต้านมที่พบได้บ่อยที่สุด โดยพบประมาณ 1 ในผู้หญิง 10 ราย เนื่องจากถุงน้ำเป็นสาเหตุทำให้คลำพบก้อนได้บ่อย ในผู้หญิงอายุ 30 ปีขึ้นไปเมื่อคลำก้อนได้ ศัลยแพทย์อาจใช้เข็มฉีดยาเล็กๆ ลองเจาะก้อนดู วิธีนี้เรียกว่า Fine needle aspiration หรือย่อว่า FNA (ภาพประกอบที่ 1) วิธีนี้เป็นได้ทั้งการวินิจฉัยและรักษาในขั้นตอนเดียว เพราะการเจาะได้น้ำสามารถวินิจฉัยได้ว่าก้อนนี้เป็นถุงน้ำ และเมื่อทำการดูดน้ำได้หมด ถุงน้ำก็จะแฟบไป ถือเป็นการรักษาที่เจ็บตัวน้อยมาก ส่วนน้ำที่ดูดได้ ถ้าไม่มีลักษณะชวนสงสัยต่อมะเร็ง เช่น ไม่ใช่เลือด หรือน้ำเหลืองปนเลือด แพทย์อาจไม่ส่งตรวจทางเซลล์วิทยา (cytology) บางครั้งเจาะแล้วไม่ได้น้ำ อาจเป็นไปได้ 2 ประการ คือ เจาะไม่ตรงตำแหน่งก้อน หรือ ก้อนนั้นไม่ใช่ถุงน้ำแต่เป็นก้อนเนื้อ ( Solid mass) ในกรณีเช่นนี้ จำเป็นต้องส่งตรวจทางรังสีวินิจฉัย เครื่องมือที่ใช้ในการตรวจวินิจฉัยถุงน้ำได้ดีที่สุดคืออัลตร้าซาวด์ ลักษณะถุงน้ำจากอัลตราซาวด์จะเห็นเป็นก้อนกลมๆ สีดำ แสดงว่าภายในเป็นของเหลว (ภาพประกอบที่ 2) แมมโมแกรมยังมีข้อจำกัดเนื่องจากไม่สามารถแยกได้แน่นอนระหว่างถุงน้ำและก้อนเนื้องอกแบบไม่ใช่มะเร็ง ซึ่งจะเห็นเป็นก้อนขอบเรียบเหมือนกัน เมื่อตรวจวินิจฉัยได้แน่นอนว่าก้อนนั้นเป็นถุงน้ำ เป็นอันสบายใจได้ทั้งคนไข้แล้วก็หมอ เพราะแน่ใจได้ว่าไม่ใช่มะเร็ง ไม่เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง ถ้าถุงน้ำขนาดเล็กๆ มีโอกาสยุบลงจนหายเองได้ ขณะเดียวกันถุงน้ำนี้ก็อาจมีขนาดใหญ่ขึ้นได้ เช่น ช่วงใกล้มีประจำเดือน หรือรับประทานยาคุมกำเนิด หรือฮอร์โมนเสริม


     
กลุ่มที่ 2 ได้แก่ เนื้องอกธรรมดาที่ไม่ใช่มะเร็ง และ กลุ่มที่ 3 มะเร็งเต้านม 2 กลุ่มนี้อาจแยกกันได้ตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจร่างกาย เนื้องอกธรรมดาจะมีลักษณะเป็นก้อนรูปกลมหรือไข่ ขอบเขตเรียบ จับดูจะเคลื่อนได้เล็กน้อย ผู้เขียนยังจำได้ว่าสมัยเป็นนักศึกษาแพทย์ อาจารย์แผนกศัลยกรรมท่านหนึ่งสอนว่า ถ้าเป็น fibroadenoma ซึ่งเป็นเนื้องอกธรรมดาที่พบได้บ่อยที่สุด คลำดูจะเหมือนลูกชิ้นไก่ ดิ้นดุ๊กดิ๊กๆ อยู่ในเต้านม ผิดกับมะเร็งเต้านมซึ่งมีความสามารถในการแทรกซึมลุกลามเข้าสู่เนื้อเยื่อเต้านมข้างเคียงเหมือนงอกราก พวกนี้คลำดูจะเป็นก้อนแข็งๆ ผิวขรุขระติดอยู่กับที่ การตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์จะช่วยแยกระหว่างก้อนเนื้อที่เป็นมะเร็งและก้อนเนื้อที่ไม่ใช่มะเร็งได้ แต่ในบางรายยังไม่สามารถแยกจากกันได้แน่ชัด จำเป็นต้องตรวจชิ้นเนื้อเพื่อการวินิจฉัยที่แน่นอน และถึงแม้การตรวจทางรังสีดูแล้วน่าจะเป็นมะเร็ง ก่อนที่ศัลยแพทย์จะรักษาก็จำเป็นต้องมีการตรวจชิ้นเนื้อ หรือตรวจเซลล์ก่อนเพื่อยืนยันการวินิจฉัย


      สิ่งสำคัญที่ช่วยแยกระหว่างก้อนที่ไม่ใช่มะเร็งจากก้อนมะเร็งอีกประการหนึ่งนอกเหนือจากรูปร่าง ขอบของก้อน ความขรุขระ ฯลฯ ที่ได้จากการตรวจร่างกาย รวมทั้งตรวจด้วยแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์แล้ว คือ “ความคงที่ของก้อน” หมายถึงก้อนนั้นจะต้องมีรูปร่างลักษณะและที่สำคัญอย่างยิ่งคือ “ขนาด” คงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง สำหรับการตรวจทางรังสีวิทยา โดยทั่วไปจะยึดตัวเลข 2 ปี ถ้าก้อนใดก็ตามไม่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นเวลามากกว่าหรือเท่ากับ 2 ปี ไม่ใช่มะเร็งแน่ ดังนั้นจึงขอเน้นว่า ถ้ามีความจำเป็นต้องเปลี่ยนสถานที่ตรวจ ให้ขอหรือยืมฟิล์มที่เคยตรวจแล้วให้รังสีแพทย์ที่ใหม่เปรียบเทียบ ไม่เช่นนั้นจะต้องเริ่มต้นติดตามผลใหม่ นับแล้วไม่ถึง 2 ปีซักที

      ก้อนที่คลำได้ที่เต้านมส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง ดังนั้นถ้าคลำได้ไม่ต้องวิตกกังวลเกินกว่าเหตุถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ แต่อย่าเพิกเฉยคิดว่าไม่เป็นอะไร เพราะมะเร็งเต้านมยังคงมีโอกาสเป็นได้ แม้ในกลุ่มสาวๆ อายุน้อยกว่า 35 ปีก็ตาม ดังนั้นจึงควรไปพบแพทย์ เพื่อวินิจฉัยและรักษาต่อไป ก่อนไปพบแพทย์ให้เตรียมคำตอบที่จะต้องถูกถามแน่ๆ คือ คลำก้อนได้มานานแค่ไหนแล้ว เจ็บหรือเปล่า โตขึ้นหรือเปล่า มีอะไรเปลี่ยนแปลงร่วมด้วยไหม เช่น หัวนมบุ๋ม ผิวหนังบริเวณเต้านมย่น หรือมีอาการบวม แดง ร้อน มีน้ำหรือเลือดออกจากหัวนมหรือไม่ มีประวัติมะเร็งเต้านมในครอบครัวหรือไม่ รับประทานยาคุมกำเนิดหรือฮอร์โมนเสริมหรือเปล่า


      การเอาใจใส่ดูแลเต้านมของตนเองเป็นเรื่องสำคัญ เพราะไม่มีใครคุ้นเคยกับเต้านมของตัวเราเท่ากับเจ้าของ หมั่นตรวจเต้านมอย่างสม่ำเสมอ ถ้ามีอะไรผิดปกติ จะได้รีบมาพบแพทย์แต่เนิ่นๆ ค่ะ





For comments and suggestions about this site, contact the Webmaster
Copyright©2008 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.