 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
|
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
|
หน้าที่ผู้ป่วย ?
Article : นพ. เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ (พบ., นบ.)
ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์ในปัจจุบัน คนไทยเรามีสิทธิหลายอย่างที่รัฐบาลมอบให้ซึ่งหลายสิทธิไม่เคยมีมาก่อน เป็นต้นว่าหากผู้ปกครองหรือนักศึกษาข้องใจในผลสอบผลคะแนนที่ประ กาศออกมาแต่ไม่เป็นไปตามคาด ก็สามารถอาศัยสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ ในการขอดูกระดาษข้อสอบและวิธีการให้คะแนน หรือหากกรณีได้รับความไม่เป็นธรรมหากถูกเวนคืนที่ดินโดยหน่วยราชการ ก็สามารถอาศัยสิทธิฟ้องร้องผ่านทางศาลปกครองเพื่อขอความคุ้มครองชั่วคราวก่อนบ้านจะโดนทุบ เป็นต้น สิทธิอีกอย่างที่คนไทยเพิ่งจะได้มีเป็นทางการ (เดิมมีอยู่แล้วแต่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน) คือ สิทธิผู้ป่วย ซึ่งสิทธินี้มิได้หมายถึงสิทธิที่จะป่วย แต่หมายถึงสิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองหรือรักษาผลประโยชน์อันพึงมีพึงได้ ที่แพทยสภาออกไว้ให้เป็นลายลักษณ์อักษรและบังคับให้ทุกๆ สถานพยาบาลติดประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
รายละเอียดของสิทธิดังกล่าวมีด้วยกัน 10 ข้อ ดูคล้ายกับ บัญญัติ 10 ประการ หรือ Ten commandments ที่บัญญัติไว้ในคัมภีร์ไบเบิลของศาสนาคริสต์ แต่รายละเอียดต่างกัน ซึ่งบางคนอาจลืมไปแล้วดังนี้ครับ
1. ผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิพื้นฐานที่จะได้รับบริการด้านสุขภาพ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
2. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับบริการจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ เนื่องจากความแตกต่างด้านฐานะ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา สังคม ลัทธิการเมือง เพศ อายุ และ ลักษณะของความเจ็บป่วย 
3. ผู้ป่วยที่ขอรับบริการด้านสุขภาพมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลอย่างเพียงพอ และเข้าใจชัดเจน จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลือกตัดสินใจในการยินยอมหรือไม่ยินยอมให้ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพปฏิบัติต่อตน เว้นแต่เป็นการช่วยเหลือรีบด่วนหรือ จำเป็น
4. ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต มีสิทธิที่จะได้รับการช่วยเหลือรีบด่วนจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยทันทีตามความจำเป็นแก่กรณี โดยไม่คำนึงว่าผู้ป่วยจะร้อง ขอความช่วยเหลือหรือไม่
5. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบชื่อ สกุล และประเภทของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพที่เป็น ผู้ให้บริการแก่ตน
6. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะขอความเห็นจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพอื่น ที่มิได้เป็นผู้ให้บริการแก่ตน และมีสิทธิในการขอเปลี่ยนผู้ให้บริการ และสถานบริการได้
7. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับการปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยเคร่งครัด เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ป่วยหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วน
8. ในการตัดสินใจเข้าร่วมหรือถอนตัวจากการเป็นผู้ถูกทดลองในการทำวิจัยของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ
9. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเฉพาะของตนที่ปรากฏใน เวชระเบียนเมื่อร้องขอ ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิส่วนตัวของบุคคลอื่น
10.บิดา มารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม อาจใช้สิทธิแทนผู้ป่วยที่เป็นเด็กอายุยังไม่เกิน สิบแปดปีบริบูรณ์ ผู้บกพร่องทางกายหรือจิต ซึ่งไม่สามารถใช้สิทธิด้วยตนเองได้
แน่นอนว่า เมื่อใดมี สิทธิ เมื่อนั้นต้องมี หน้าที่ เพราะสิทธิและหน้าที่ เป็นของคู่กัน เพื่อให้เกิดความสมดุล แต่หากเราใช้สิทธิมากเกินไปหรือใช้อย่างไม่เข้าใจ ก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นได้ และอาจนำมาซึ่งปัญหาการละเมิดสิทธิของผู้อื่น บางกรณีอาจนำความวุ่นวายมาสู่สังคมได้เหมือนกัน เช่น คดีฟ้องร้องต่างๆ ทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ
สิทธิผู้ป่วย + หน้าที่ผู้ป่วย+ ความรับผิดชอบของผู้ป่วย เราทุกคนช่วยกันได้
หากคนไทยเข้าใจใน 3 สิ่งนี้และร่วมมือกันปฏิบัติ ก็จะช่วยสร้างความสมดุลให้กับกระบวนการรักษาทางการแพทย์ได้เป็นอย่างดี มีความเข้าใจกัน และมั่นใจซึ่งกันและกันมากขึ้นระหว่างแพทย์และผู้ป่วย เชื่อว่าจะทำให้ผลการรักษาพยาบาลแก่ประชาชนโดยแพทย์ทำได้อย่างดีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ดังนั้นเรื่อง สิทธิ ในการรักษาพยาบาลฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ขอเพียงแต่แสดงตน ในสถานพยาบาลประกอบกับบรรยายอาการป่วยก็สามารถได้รับการรักษาและยาจากแพทย์ ซึ่งเมื่อได้มาแล้วเราต้องรักตัวเองที่จะหายจากความเจ็บป่วยจากโรคด้วยเป็นสำคัญโดย มีหน้าที่ และ ความรับผิดชอบในการเป็นผู้ป่วยที่ดี เป็นต้นว่าแพทย์แนะนำให้หยุดเหล้า หยุดบุหรี่ ก็จำเป็นจะต้องสนใจดูแลปฏิบัติตัวเองให้ดีขึ้นตามคำแนะนำของแพทย์ด้วย ควรคิดว่าแม้ยารักษาโรคที่ได้รับโดยไม่ต้องเสียเงินเองนั้น ทั้งหมดก็มาจากเงินภาษีของพวกเราเองทุกคน อีกทั้งยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่หมอรักษาเรานั้นหลายชนิดต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ จึงมีต้นทุนการรักษาพยาบาลสูงขึ้น หากทุกคนช่วยกันดูแลรักษาตัวเองให้หายจากเจ็บป่วยได้เร็ว นอกจากตัวเองจะมีความสุขสบายได้เหมือนเดิมแล้ว ยังเท่ากับว่าช่วยกันประหยัดรายจ่ายของประเทศชาติในด้านการรักษาพยาบาลนี้ไปได้มาก เงินภาษีที่เหลือก็สามารถใช้พัฒนาประเทศด้านอื่นๆ ได้ประโยชน์อีกมากมาย
หน้าที่ผู้ป่วย ในต่างประเทศ
ในต่างประเทศทั้งทางยุโรปและอเมริกา ล้วนมีการกล่าวถึง หน้าที่ผู้ป่วย ไว้ทั้งในรูปแบบของกฎหมาย หรือ คำแนะนำที่ประกาศไว้ในสถานพยาบาล เป็นต้นว่า ประกาศของสมาคมอายุรแพทย์ในอเมริกา ได้กล่าวถึง ความรับผิดชอบของผู้ป่วย ไว้ว่า เป็นความผูกพันกันระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยที่ต่างต้องมีหน้าที่ซึ่งกันและกัน โดยแพทย์มีหน้าที่ต้องให้การวินิจฉัยและรักษาตามมาตรฐาน และผู้ป่วยมีหน้าที่ต้องทำตามที่แพทย์แนะนำโดยเคร่งครัด รวมทั้งการให้ความร่วมมือกับการตรวจวินิจฉัยและการรักษาพยาบาล ตลอดจนไปถึงการมาตรวจตามนัดเพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างเหมาะสมและถูกต้องตามสมควรแก่ระยะของโรค
ในประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง เป็นต้นว่า มาเลเซีย ก็ได้มีประกาศถึงความรับผิดชอบของผู้ป่วย ต่อการรักษาพยาบาลของแพทย์ไว้ดังนี้
ผู้ป่วยต้องทำความเข้าใจในสิทธิของตนเองให้ถูกต้องและใช้สิทธิดังกล่าวอย่างมีความรับผิดชอบและสมเหตุสมผล
1. ผู้ป่วยต้องรักษาตารางนัดหมายที่แพทย์นัดไว้และต้องแจ้งให้แพทย์ทราบทุกครั้งหากไม่สามารถไปตามนัดหมายได้
2. ผู้ป่วยต้องให้ข้อมูลมี่ถูกต้องและสมบูรณ์เกี่ยวกับสุขภาพตามที่แพทย์ร้องขอ
3. ผู้ป่วยต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพแก่แพทย์คนปัจจุบันที่กำลังให้การรักษาพยาบาลท่านอยู่ และหากผู้ป่วยเองได้รับการรักษาจากแพทย์ท่านอื่นในขณะเดียวกันหรือเวลาไล่เลี่ยกัน ไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผนปัจจุบันหรือแพทย์ทางเลือกอื่นด้วยอาการแสดงเดียวกันนั้น ผู้ป่วยมีหน้าที่ต้องให้ข้อมูลการรักษาดังกล่าวแก่แพทย์ด้วย
4. ผู้ป่วยต้องแน่ใจถึงจุดประสงค์และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อันเกี่ยวเนื่องกับการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาก่อนยินยอมให้เริ่มกระบวนการดังกล่าว และหากมีความไม่เข้าใจอันใด ผู้ป่วยต้องขอคำอธิบายหรือข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เกี่ยวข้องก่อนให้ความยินยอม
5. ผู้ป่วยต้องยอมรับถึงผลที่ตามมาเมื่อลงนามให้ความยินยอมในการรับการรักษาแล้ว
6. ผู้ป่วยต้องให้ความร่วมมือในการรักษาพยาบาลกับแพทย์ของตนอย่างเคร่งครัด
7. ผู้ป่วยต้องให้ความร่วมมือในการรักษาพยาบาลโดยต้องคำนึงถึงสิทธิของผู้ป่วยท่านอื่นและสิทธิของแพทย์ผู้ให้การรักษา
8. ผู้ป่วยทุกท่านต้องมีความรับผิดชอบต่อสุขภาพของตนเองโดยพึงละเว้นการตามใจตนเองในเรื่องของ
- การบริโภคอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ
- การใช้สารหรือยาเสพติด เช่น ยาสูบ บุหรี่ สุรา เป็นต้น
- การใช้ชีวิตที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของตนเอง เช่น การสำส่อนทางเพศ
การไม่ออกกำลังกาย หรือ การมีพฤติกรรมเสี่ยงอันตราย
9. ผู้ป่วยทุกคนมีหน้าที่ที่จะต้องยอมรับมาตรการแทรกแซงด้วยกฎหมายเพื่อประโยชน์
ต่อสุขภาพของส่วนรวม
10. ผู้ป่วยควรจะต้องมีแพทย์ประจำตัวหรือแพทย์ประจำครอบครัว รวมทั้ง ทันตแพทย์ หรือ เภสัชกร เพื่อประโยชน์ในการดูแลรักษาสุขภาพที่ดีของครอบครัวอย่างต่อเนื่อง
11. ผู้ป่วยทุกคนมีความรับผิดชอบต่อการใช้ทรัพยากรทางสาธารณสุขอย่างถูกต้องและ
เหมาะสม
(ท่านที่สนใจรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติม สามารถค้นหาเพิ่มเติมได้จาก website แพทยสมาคมแห่งมาเลเซีย (Malaysian Medical Association) http://www.mma.org.my)
ประกาศดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ต่อทั้งส่วนรวมและตัวผู้ป่วยเอง เพื่อการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์ (ทั้งอุปกรณ์ ยารักษาโรค และบุคลากรทางการแพทย์) ให้ถูกต้องและเหมาะสม ส่วนในประเทศของเรานั้น บางครั้งมีการเรียกร้องสิทธิหรือการใช้สิทธิการรักษาพยาบาลเกินพอดีไปบ้าง หากคนไทยคำนึงและปฏิบัติหน้าที่หรือความรับผิดชอบต่อตนเองให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ก็จะช่วยกันลดปัญหาและเหตุการณ์ขัดแย้ง หรือละเมิดสิทธิของผู้อื่นลงได้บ้าง ประโยชน์ก็จะตกแก่ตัวเราเองโดยตรง เพราะจะช่วยให้บุคลากรการแพทย์ดูแลเราได้อย่างสบายใจมากขึ้น ดังนั้นหากหน่วยงานใดที่เกี่ยวข้องและเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมของวงการสาธารณสุข ออกระเบียบเช่นเพื่อนบ้านเรานี้ ก็น่าจะช่วยให้เกิดความตระหนักในการใช้ทรัพยากรและบุคคลากรทางสาธารณสุขอย่างมีคุณค่าต่อส่วนรวม และไม่สิ้นเปลืองเช่นทุกวันนี้จนน่าวิตก ว่าแม้รัฐบาลจะทุ่มงบประมาณแผ่นดินไปมากเท่าไร ก็เหมือนถมทะเลไม่มีวันเต็ม
สำหรับท่านที่มีคำถามเกี่ยวกับ ปัญหา ความไม่เข้าใจในเรื่องขั้นตอนของกระบวนการรักษาพยาบาล กรุณาส่งคำถามมาได้ที่ email : doctormethee@hotmail.com หรือ enquiry.th@healthtoday.net นิตยสาร HealthToday 58-60 ซ.สุขุมวิท 62 บางจาก พระโขนง กรุงเทพฯ 10260 แฟกซ์ 0 2741 5360 |
For
comments and suggestions about this site, contact the
Webmaster
Copyright©2008 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.
|
 |
 |
 |
|