ดูแลสุขภาพบนเครื่องบิน
นพ.ชูชัย ตั้งเลิศสัมพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง


     เมื่อไม่นานมานี้ผมได้เดินทางไปประชุมด้านผิวหนังที่เมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 18-19 ชั่วโมง สมัยก่อนตอนหนุ่มๆ ที่เดินทางไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ก็มักจะเลือกสายการบินที่ราคาถูกที่สุด แม้ต้องแวะหลายเมืองก็ไม่เป็นไรกลับคิดว่าได้กำไรและจะได้สะสมไมล์มากๆ (ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดเพราะเหตุว่าเขาคิดค่าระยะทางเฉพาะเมืองแรกถึงเมืองสุดท้ายเท่านั้น)


     เดี๋ยวนี้อายุมากขึ้นเลยมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง เวลาเลือกสายการบินผมใช้เวลาค้นหาและเปรียบเทียบหลายๆ อย่างในที่สุดก็ตัดสินใจเดินทางโดย EVA AIR ซึ่งเป็นสายการบินของไต้หวันโดยเลือกชั้น Economy Deluxe ซึ่งเสียเพิ่มขึ้นอีกเพียงประมาณ 15% แต่ได้รับความสะดวกสบายกว่ามากมาย ปัจจุบันผมได้ข่าวว่าการบินไทยเริ่มมีระบบแบบนี้แล้ว แต่เฉพาะเที่ยวบินที่บินตรงระหว่างกรุงเทพฯ และ Los Angeles หรือ New York เท่านั้น
      เวลาที่ต้องเดินทางนานๆ เรื่องการดูแลสุขภาพระหว่างอยู่บนเครื่องบิน (In-flight healthcare) นั้นมีความสำคัญไม่น้อย โดยเฉพาะถ้ามีโอกาสเตรียมตัวก่อนที่จะขึ้นเครื่องบินก็จะดียิ่ง คุณอาจเข้าไปค้นเพิ่มเติมจากเว็บไซต์สายการบิน Northwest Airline ของสหรัฐอเมริกา (http://www.nwa.com) ก็ได้นะครับ
     แม้ว่าปัจจุบันนี้เรื่องวิศวกรรมและเทคโนโลยีสายการบินมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตามสภาพบนเครื่องบิน
ก็ไม่เหมือนกับสภาพบนพื้นดินอยู่ดี เช่น ในตัวเครื่องบินมักจะมีระดับออกซิเจนและความดันอากาศที่น้อยลง คุณภาพของอากาศในเครื่องบิน ความชื้นที่ต่ำลง เป็นต้น ผมเลยมีคำแนะนำที่น่าจะเป็นประโยชน์มาฝากกันครับ

TIPS เวลาโดยสารเครื่องบิน
     • ถ้าคุณเป็นคนที่เมาเครื่องบิน ควรเลือกที่นั่งที่ใกล้กับปีกเครื่องบิน
(ถ้าสามารถระบุได้)
     • หลีกเลี่ยงการขึ้นเครื่องบินภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากดำน้ำ
     • เวลาที่อยู่บนเครื่องบิน ควรรับประทานอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีนแต่พอควร ไม่มากเกินไป เพราะจะทำให้มีการเสียน้ำเป็นจำนวนมาก
     • ควรดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้ครั้งละน้อยๆ บ่อยๆ
     • ไม่ควรใช้คอนแทคเลนส์บนเครื่องบิน
     • อากาศบนเครื่องบินมักจะแห้ง เพราะฉะนั้นควรทาครีมบำรุงผิวด้วย
     • ถ้าคุณกำลังเป็นโรคติดต่ออยู่ก็ไม่ควรจะขึ้นเครื่องบิน เพราะอาจจะแพร่เชื้อให้ผู้อื่น หรือเป็นโอกาสที่คุณจะได้รับเชื้ออื่นมาง่ายขึ้น
     • เวลาเครื่องขึ้นหรือลง ถ้ามีอาการไม่สบายเกี่ยวกับหูหรือไซนัสให้ลองเคี้ยวหมากฝรั่งดูครับ
     • เวลาอยู่บนเครื่องบินควรสวมเสื้อผ้าที่ใส่สบายและไม่รัดรูป
     • อย่านั่งเฉยๆ อยู่บนเครื่องเป็นเวลานาน ควรลุกขึ้นยืนหรือเดินบ้าง และออกกำลังกายที่บริเวณขาขณะนั่งอยู่บนเครื่อง (เช่น การงอเข่า
งอข้อเท้า) เพื่อป้องกันเส้นเลือดอุดตัน (Deep vein thrombosis)
     • บางคนเวลาตื่นนอนบนเครื่องบิน และลุกขึ้นยืนทันทีจะมีอาการเวียนศีรษะหรือหน้ามืด อาจเกิดจาก ออกซิเจนที่น้อยลงบน
เครื่องบิน การนอนในที่จำกัด หรือการดื่มแอลกอฮอล์ สำหรับคำแนะนำก็คือ เมื่อเวลาตื่นขึ้นมาอย่าลุกขึ้นยืนทันทีให้ออกกำลังกายเบาๆ ตรงที่นั่งก่อน


การเตรียมตัวสำหรับผู้ป่วย และสตรีตั้งครรภ์

     • ผู้ที่มีโรคประจำตัวอย่าลืมนำยาต่างๆ ขึ้นไปบนเครื่องบิน
     • ผู้ที่มีโรคหอบหืด ควรนำยาพ่นติดตัวไปด้วย
     • การเกิดโรคหัวใจขาดเลือด (Heart attack) จะมีโอกาสเกิดขึ้นบนเครื่องบินมากกว่าบนพื้นดินประมาณ 2 เท่า เพราะฉะนั้นถ้าคุณ
เพิ่งหายจากโรคนี้ก็ยังไม่ควรบินทันที ควรปรึกษากับหมอโรคหัวใจดูก่อนครับ
     • สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานส่วนมากจะรับประทานยาตามเวลาที่ออกเดินทางจากเมืองแรก อย่างไรก็ตามควรปรึกษาอายุรแพทย์ก่อนออกเดินทาง และตอนที่ซื้อตั๋วเครื่องบินควรขออาหารพิเศษด้วย
     • สำหรับโรคเส้นเลือดอุดตัน (Deep vein thrombosis=DVT) นั้นบางคนเรียกว่า Economy class syndrome แต่ความจริงสามารถเกิดได้กับคนที่นั่งชั้น business หรือ first class ด้วยก็ได้ สาเหตุสำคัญเนื่องจากการนั่งอยู่ในที่นั่งเฉยๆ เป็นเวลานานๆ ร่วมกับปัจจัยอื่นอีก เช่น อากาศบนเครื่องที่แห้ง ความดันอากาศต่ำ ฯลฯ และในบางคนก็มีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มขั้นอีก เช่น เคยมีประวัติ/ประวัติครอบครัวของ DVT เพิ่งผ่าตัดบริเวณขาหรือช่องท้อง เส้นเลือดขอด อ้วน โรคหัวใจล้มเหลว ภาวะขาดน้ำ สูบบุหรี่ สตรีตั้งครรภ์ การได้ฮอร์โมน-
เอสโตรเจน โรคเลือด หรือมีอายุมากกว่า 40 ปี เป็นต้น สำหรับอาการของ DVT มีได้หลายอย่าง เช่น เจ็บ ปวด แดงบริเวณขา หรือถ้าลิ่มเลือดมาที่ปอดก็จะทำให้เกิดอาการไอหรือหายใจลำบากได้ ถ้าคุณมีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวผมว่าคุณควรปรึกษาแพทย์ก่อนดีกว่าครับ
ส่วนคำแนะนำเพื่อป้องกัน DVT สำหรับบุคคลทั่วไป คือ ดื่มน้ำมากๆ ใส่เสื้อผ้าหลวมๆ หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์
และคาเฟอีน ร่วมกับการออกกำลังกาย
     • สตรีที่มีอายุครรภ์ มากกว่า 36 สัปดาห์ ไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ ส่วนอายุครรภ์ระหว่าง 32-36 สัปดาห์ นั้นต้องมีใบรับรองแพทย์
รับรองก่อน

                        


คำแนะนำวิธีออกกำลังบนที่นั่งบนเครื่องบินอย่างง่ายๆ

ข้อเท้า     - กระดกข้อเท้าขึ้นลง 15-30 วินาที ทั้ง 2 ข้าง - หมุนข้อเท้า ตาม/ทวน เข็มนาฬิกา 15-30 วินาที ทั้ง 2 ข้าง
ข้อเข่า     - ยกเข่าขึ้นหาหน้าอก (ก้มตัวเล็กน้อย) และวางลง 15-30 วินาที ทั้ง 2 ข้าง
หัวไหล่   - ยกหัวไหล่ขึ้นลง 15-30 วินาที ทั้ง 2 ข้าง
              - หมุนหัวไหล่ ตาม/ ทวน เข็มนาฬิกา 15-30 วินาที ทั้ง 2 ข้าง
คอ          - ก้มคอ ขึ้น-ลง 15-30 วินาที ทั้ง 2 ข้าง
              - หัน ซ้าย-ขวา 15-30 วินาที ทั้ง 2 ข้าง
              - หมุนคอ ตาม/ ทวน เข็มนาฬิกา 15-30 วินาที ทั้ง 2 ข้าง
หลัง        - นั่งก้มตัวช้าๆ จนสุดเอามือแตะข้อเท้า แช่ไว้ 15 วินาทีแล้วค่อยๆ ยืดตัวขึ้น



      เรื่องการบริหารร่างกายนี้ผมเอามาจากของสายการบิน Northwest Airline ผสมกับที่ผมเล่นโยคะเป็นประจำ ซึ่งผู้อ่านสามารถค้นเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nwa.com แล้วคลิกที่ travel tip ครับ


      นอกจากนี้เวลาผมเดินทางไกล ผมมักจะมีกระเป๋า 1 ใบที่ถือขึ้นเครื่อง ซึ่งจะมีเสื้อผ้า ของใช้ต่างๆ และยาที่จำเป็นไว้ เพราะบางทีกระเป๋าที่เรา load เข้าเครื่องตอนแรกเกิดหายไป เราจะได้ไม่มีปัญหามากนัก โดยทั่วไปกระเป๋าที่หายไปกว่าจะได้กลับคืนอาจใช้เวลานานหรืออาจหายไปเลยก็ได้
                                                                              
                                                                 ….Bon Voyage ครับ...





For comments and suggestions about this site, contact the Webmaster
Copyright©2008 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.