 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
|
|
 |
 |
 |
 |
 |
 |
|
แวกซ์ขน / โรคจากแสงแดด
Article: นพ.ประวิตร พิศาลบุตร ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง
ขจัดขนที่ลับด้วยการแวกช์
Q : หน้าร้อนนี้กะจะไปเล่นน้ำดำน้ำทางใต้ค่ะ แต่มีขนส่วนเกินที่พอใส่ชุดว่ายน้ำแล้วจะแพลมออกมา เลยไม่ค่อยมั่นใจ อยากจะไปแวกซ์ออกค่ะ แต่มีเพื่อนเคยทำแล้วเป็นตุ่มคันคะเยอ จึงอยากขอคำแนะนำค่ะ
เดือนเต็ม / จ.ปทุมธานี
A : ความจริงการแวกซ์ขนไม่น่ามีอันตราย แต่อาจจะเจ็บและเกิดการระคายเคืองได้ เพราะการกระชาก หรือถอนขนให้หลุด ยังมีตอขนหลงเหลืออยู่ ซึ่งขนจะงอกขึ้นมาใหม่ แต่ไม่งอกขึ้นมาในรูเดิม ทำให้เกิดอาการอักเสบ และเกิดขนคุด ผู้ชายต่างประเทศมีปัญหาเกี่ยวกับขนคุดเยอะมาก เนื่องจากมีหนวดและเครามาก แต่มักโกนสั้นจนเกินไป ทำให้ขนที่เกิดใหม่ไม่งอกขึ้นมาในรูเดิมและขดตัว เป็นตุ่มอักเสบ กลายเป็นขนคุด
สำหรับกรณีการแวกซ์ขน ในต่างประเทศอาจนิยมแวกซ์ขนในที่ลับ ซึ่งเป็นส่วนที่ยื่นเลยออกมา เวลานุ่งบิกินีหรือชุดว่ายน้ำแล้วจะไม่สวย จึงนิยมไปแวกซ์กัน โดยส่วนตัวคิดว่าไม่ควรใช้วิธีการแวกซ์ น่าจะโกนมากกว่า แต่คนมักเข้าใจผิดว่าการโกนทำให้ขนแข็งมากขึ้น ซึ่งไม่เกี่ยวกันเลย เพราะจริงๆ แล้วพอเราโกนขน เนื่องจากขนสั้นก็เลยทำให้แข็ง ยกตัวอย่างเช่น ตัดผมสั้น ตอนเรียนรด. เส้นผมจะดูแข็ง ที่เป็นเช่นนั้นเพราะผมสั้นนั่นเอง ปกติขนหรือเส้นผมเป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาเพื่อลดการเสียดสี มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น เส้นผมที่ขึ้นมาบนศีรษะก็เพื่อปกป้องหนังศีรษะจากแสงแดด ขนคิ้วมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้สิ่งระคายเคืองไหลเข้าตา ขนจมูกก็กรองสิ่งสกปรกเข้าสู่ลมหายใจ ส่วนขนที่ขึ้นบริเวณเนินหัวหน่าว หรือรักแร้ จะช่วยลดการเสียดสี ไม่ให้กางเกงในเสียดสีมาก และให้อากาศถ่ายเทได้ แต่ใครจะโกนออกเพื่อความสวยงามก็ไม่เป็นไร
ขอแนะนำว่าหากต้องการโกนผมหรือขน ไม่ควรโกนย้อน และโกนซ้ำตำแหน่งเดิมหลายครั้ง เพราะจะทำให้ขนสั้น ไม่สามารถงอกมาตามรูเดิมได้ ควรโกนตามทางของขน ควรอาบน้ำฟอกสบู่ก่อนเพื่อให้เส้นขนอ่อนลง จะโกนง่ายและไม่ระคายเคือง ส่วนการกำจัดขนถาวรนั้น หลายคนเข้าใจผิดว่าจะไม่มีขนขึ้นตลอดชีวิต ความจริงแล้วเป็นเพียงการชะลอการงอกของขนออกไป 2-3 ปีเท่านั้น และขนสามารถเกิดขึ้นมาใหม่ได้อีก เพียงแต่วิธีการนี้อยู่ได้นานกว่า

โรคผิวหนังจากแสงแดด
Q : แสงแดดมีผลเสียอะไรต่อผิวหนัง ทำไมจึงแนะนำให้ใช้ยากันแดด ถ้าไม่ใช้จะมีวิธีอื่นไหมครับ?
เอกสิทธิ์ / จ.นครปฐม
A : มีโรคผิวหนังมากกว่า 40 ชนิด กำเริบขึ้นเมื่อโดนแสงแดด ได้แก่ ผิวไหม้แดด ผิวคล้ำลง โรค SLE สิวบางชนิดกำเริบเมื่อโดนแดด เริม ฝ้า-กระเข้มขึ้น โรคผิวด่างแดด (Pityriasis alba) โรค Porphyria (สันนิษฐานว่าแดรกคูล่าน่าจะเป็นโรคนี้) และอื่นๆ ผลเสียของแสงแดดระยะยาว ได้แก่ ผิวเหี่ยวแก่ เนื้องอกขั้นก่อนเป็นมะเร็ง (Actinic keratosis) และมะเร็งผิวหนัง (Basal cell carcinoma, squamous cell carcinoma, malignant melanoma)
ชาวบ้านไทยระวังผลเสียของแสงแดดมานานแล้ว จึงมีคตินิยมที่จะมี "ผิวสวยเหมือนแตงร่มใบ" มีการกางร่มเพื่อป้องกันทั้งแดดและฝน ชาวนาไทยสวมงอบซึ่งป้องกันแดดได้ดีมาก งานวิจัยต่างประเทศแสดงว่า หมวกสานด้วยฟาง ใบลาน ใบตาล จะกันแดดได้ดี ควรใช้หมวกที่มีปีกกว้างอย่างน้อย 4 นิ้ว และปีกหมวกต้องอยู่รอบศีรษะ ซึ่งตรงกับลักษณะของงอบของบ้านเรา วิธีป้องกันผลเสียของแสงแดดคือ ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดช่วง 08.00-17.00 น. ในช่วงเทศกาลสงกรานต์เล่นสาดน้ำกัน เนื้อผ้าที่เปียกน้ำแนบเนื้อ ทำให้รังสียูวีผ่านได้มาก จึงควรใช้ยากันแดดชนิดทนน้ำ และสวมเสื้อผ้าฝ้ายแขนยาวและกางเกงขายาว เพราะกันแสงแดดได้ดีกว่า
ขอเล่าเรื่องของแดรกคูล่าไว้เป็นเกร็ดความรู้นะครับ สันนิษฐานว่าแดรกคูล่าน่าจะเป็นโรค Porphyria เพราะมีอาการกลัวแสงแดดและแพ้กลิ่นกระเทียม ผู้ที่เป็นโรค Porphyria ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมอย่างหนึ่งชนิดที่มีอาการรุนแรง จะมีผิวไหม้แดดอย่างรุนแรง จึงกลัวแสงแดดและมักออกมาใช้ชีวิตหลังดวงอาทิตย์ตกแล้ว บางรายพบว่ากระดูกและฟันจะเป็นสีชมพูและเรืองแสงได้ พบว่ากระเทียมทำให้อาการของโรคนี้กำเริบ ผู้ที่เป็นโรคนี้จึงกลัวกระเทียม ที่แดรกคูล่าต้องดูดเลือดนั้นเชื่อว่าเพราะทำให้อาการของโรคทุเลาลง เพราะผู้ที่เป็นโรคนี้ที่มีอาการกำเริบหนักถ้าได้ส่วนประกอบของเลือดที่เรียกว่า hematin อาจมีอาการทุเลาลงได้ ดังนั้นเมื่อหลายร้อยปีที่ผ่านมาที่การแพทย์ยังไม่รู้จักโรคนี้ ผู้ที่เป็น Porphyria ในยุคนั้นจึงอาจถูกมองว่าเป็นผีดิบดูดเลือดได้ ตามตำนานเล่าว่าแดรกคูล่าจะลุกจากหลุมศพในยามค่ำคืนเพื่อหาเหยื่อที่จะดูดเลือดกิน ผู้ที่ถูกดูดเลือดจะล้มป่วย ผอมแห้ง และตายในที่สุด การป้องกันผีดิบดูดเลือดนี้คือการแขวนกระเทียมไว้ การแพทย์ปัจจุบันสันนิษฐานว่าที่มีคนล้มป่วยและตายนั้นน่าจะมาจากการระบาดของวัณโรคมากกว่า
| สำหรับคุณผู้อ่าน Health Today ที่มีคำถามเกี่ยวกับเรื่องผิวหนัง สิว ฝ้า ผม เล็บ เครื่องสำอาง ความงาม และการดูแลผิวพรรณ กรุณาส่งคำถามมาได้ที่ นพ.ประวิตร พิศาลบุตร คอลัมน์ Healthy Skin Q&A นิตยสาร Health Today 58-60 ซอยสุขุมวิท 62 บางจาก พระโขนง กรุงเทพฯ 10260 หรือจะถามมาที่ email : drpravit@yahoo.com ก็ได้ครับ |
|
For
comments and suggestions about this site, contact the
Webmaster
Copyright©2008 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.
|
 |
 |
 |
|