ก่อนจูบ...ต้องอ่าน / คันเท้าหน้าฝน
นพ.ประวิตร พิศาลบุตร แพทย์ผิวหนัง
การจูบทำให้เกิดโรคอะไรบ้าง? Q : อยากทราบว่าการจูบปากกันจะทำให้เกิดโรคได้ไหมคะ เพราะดิฉันมีแฟนแล้ว แต่เราทั้งคู่ยังเป็นนักศึกษาอยู่ ดิฉันจึงไม่ค่อยอยากให้แฟนมีเพศสัมพันธ์ ส่วนมากจะให้แค่กอดจูบค่ะ?
ชาลินี / จ.กรุงเทพฯ
A : คำถามของคุณชาลินีน่าสนใจนะครับ ในยุคก่อนรุ่นคุณย่า คุณยาย คุณทวด คุณเทียด คนไทยเรายังไม่มีการจูบปากกัน แต่ปัจจุบันเรารับวัฒนธรรมตะวันตกมามาก การจูบปากจึงดูเป็นเรื่องธรรมดาของหนุ่มสาวยุคนี้ การจูบปากที่ลิ้นพันกันหรือที่เรียกว่าจูบแบบฝรั่งเศส (French Kiss) จะทำให้ติดเชื้อไวรัสต่างๆ ได้ และไม่ควรแปรงฟันก่อนจูบปากแบบนี้ เพราะการแปรงฟันจะทำให้เกิดบาดแผลที่เหงือก ทำให้เชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น ปัญหาที่เป็นผลมาจากการจูบที่พบบ่อยคือ โรคเริม ซึ่งจะเป็นตุ่มน้ำใสเจ็บๆ คันๆ ที่ริมฝีปาก จมูก คาง และแก้ม (อ่านรายละเอียดในคอลัมน์ Health Guide ฉบับที่แล้ว) บางทีเป็นที่อวัยวะสืบพันธุ์
คนเป็นเริมแล้วจะไม่หายขาด เมื่อผู้ติดเชื้ออ่อนแอ เช่น เป็นไข้หวัด โดนแดดจัด หญิงก่อนมีประจำเดือนเริมจะกำเริบได้ ถ้าเป็นเริมหากแกะเกาตุ่มน้ำแล้วสัมผัสนัยน์ตาอาจถึงขั้นตาบอด หรือเริมที่อวัยวะเพศสตรีอาจก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูก ในประเทศที่นิยมการจูบปาก เช่น สหรัฐอเมริกา จะพบคนที่เป็นโรคเริมที่ริมฝีปากสูงมากครับ การจูบปากยังถ่ายทอดโรคไวรัสตับอักเสบทั้งเอ บี และซี ซึ่งล้วนเป็นโรคเรื้อรัง
เป็นแล้วไม่หายขาด มีโอกาสทำให้ตับอักเสบ ตับแข็ง ตับวายและเป็นมะเร็งตับ และการจูบอาจถ่ายทอดโรค Infectious Mononucleosis ที่เกิดจากเชื้อไวรัส EB มักพบในวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ตอนต้นซึ่งทำให้เกิดอาการไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต ม้ามโต เจ็บคอ
ปวดหัว เยื่อหุ้มสมองอักเสบและตับอักเสบ
แต่ถ้ารักแล้วยังไม่แน่ใจ การสัมผัสแค่กอดหรือแก้มชนแก้มก็ถ่ายทอดความรู้สึกดีๆ ต่อกันได้แบบไม่เสี่ยง เพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคต่างๆ จึงควรเลี่ยงมาใช้การจูบแบบแก้มชนแก้มจะปลอดภัยกว่านะครับ และเพื่อป้องกันโรคติดต่อโดยเฉพาะเริม ควรงดเว้นการมีเพศสัมพันธ์แบบมีหลายคู่นอน ควรใช้ถุงยางอนามัย งดการดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก้วเดียวกันกับคนอื่น และงดสูบบุหรี่ร่วมกัน เพราะหากติดเชื้อโรคเริมจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้
โรคผิวหนังในหน้าฝน 
Q : ทุกปีช่วงหน้าฝนผมมักเป็นผื่นคันที่เท้า มีโรคผิวหนังอะไรบ้างที่พบบ่อยในหน้าฝนและมีข้อควรปฏิบัติตัวอย่างไรบ้างครับ?
กันตพัฒน์ / จ.ปทุมธานี
A : ช่วงนี้ยังไม่พ้นหน้าฝนและยังมีน้ำเจิ่งนองหลายพื้นที่ ซึ่งทำให้เกิดโรคผิวหนังได้บ่อย ได้แก่ น้ำกัดเท้าหรือเชื้อราที่เท้า อาการของการติดเชื้อราที่เท้ามักเห็นเป็นผื่นเปียกยุ่ยสีขาวที่ง่ามนิ้วเท้า บางทีก็เป็นที่ฝ่าเท้า ถ้าติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนก็จะเกิดเป็นหนอง โรคเชื้อราที่เท้านั้นพบบ่อยในผู้ที่ต้องใส่ถุงเท้าประจำ เช่น นักกีฬา นักเรียน ฝรั่งจะเป็นเชื้อราที่เท้ามากเพราะใส่ถุงเท้า รองเท้ากันจนชิน ขนาดกลับบ้านก็ยังไม่ถอดรองเท้า เดินย่ำไปย่ำมาในบ้านเพราะถือว่าปูพรมอยู่แล้ว แถมเวลาไปเล่นกีฬายังอาบน้ำรวมกัน ย่ำพื้นห้องน้ำเดียวกัน ระยะหลังคนไทยโดยเฉพาะชาวกรุงเทพฯ รับวัฒนธรรมสวมถุงเท้ารองเท้ามาก็ทำให้เชื้อราที่เท้าระบาดมาก การใส่รองเท้าแตะนับว่าช่วยป้องกันโรคเชื้อราที่เท้าได้เพราะเท้าจะได้แห้ง การติดเชื้อราที่เท้าอาจร่วมกับการเป็นเชื้อราที่ขาหนีบ หรือที่เรียกว่าสังคัง
การป้องกันเชื้อราที่เท้านั้น ข้อแนะนำทั่วไปคือ ไม่ควรสวมถุงเท้าที่หนาและคับเกินไป หากไปย่ำน้ำสกปรกมา ควรล้างเท้าด้วยสบู่และน้ำเปล่าจนสะอาดและซับเท้าให้แห้ง อาจใช้พัดลมเป่าหรือใช้แป้งโรย ส่วนการป้องกันโรคเชื้อราที่ขาหนีบ ไม่ควรสวมใส่กางเกงที่หนา บางคนชอบนุ่งยีนส์ หน้าฝนผ้ายีนส์จะแห้งยากมากทำให้อับชื้นได้ง่าย หน้าฝนจึงไม่ควรใส่กางเกงเนื้อหนาทั้งกางเกงนอกกางเกงใน เวลาอยู่บ้านหรือเวลานอนถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องใส่กางเกงในก็ได้
ขณะเดียวกันการที่ฝ่าเท้าย่ำน้ำเฉอะแฉะ นอกจากจะติดเชื้อราได้ง่ายแล้ว อาจติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เห็นเป็นรูพรุนเล็กๆ ที่เท้า บางครั้งก็จะเห็นเป็นแอ่งเว้าแหว่งตื้นๆ ที่เท้า มีน้ำเหลืองซึม เวลาถอดถุงเท้าจะรู้สึกว่าถุงเท้าติดกับฝ่าเท้า เท้าจะเหม็นมาก เรียกว่า
โรคเท้าเหม็น
นอกจากนี้อากาศชื้นแฉะก็ยังพบเกลื้อนได้บ่อยด้วย เห็นเป็นวงกลมเล็กๆ มีสีขาวจางๆ สีชมพูหรือออกสีน้ำตาล มักเป็นที่หน้าอกหรือหลังส่วนบน เชื้อเกลื้อนนี้แม้จะไม่เป็นอันตรายร้ายแรง อาจเพียงทำให้คัน แต่ก็ดูไม่สวยงาม เสียบุคลิกภาพ ปัญหาสุขภาพผิวหนังอีกอย่างที่พบได้บ่อยในหน้าฝน คือ กลิ่นตัว เพราะ หน้าฝนบ้านเราอากาศก็ทั้งร้อนทั้งอบอ้าว ซักเสื้อผ้าผึ่งแดดก็ไม่ค่อยแห้งสนิท ถ้าไม่ระวังสุขอนามัยให้ดีไปไหนก็คงจะส่งกลิ่นไปทั่ว ถ้าจำเป็นก็ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ลดเหงื่อและดับกลิ่นตัว หากจะทายาลดเหงื่อบริเวณรักแร้ ต้องระวังว่าเสื้อผ้าอาจเกิดรอยด่างเป็นดวงขาวที่รักแร้ด้วย ดังนั้นควรรอจนยาแห้งสนิทแล้วจึงค่อยสวมเสื้อ หรืออาจเลี่ยงมาทายาลดเหงื่อก่อนนอนก็ได้ สารส้มซึ่งใช้กันมานานก็ใช้ลดเหงื่อดับกลิ่นตัวได้ชะงัดนัก ใช้ทารักแร้เวลาอาบน้ำได้เลย เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็มีส่วนช่วยลดการเกิดกลิ่นตัวได้ เสื้อผ้าที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน ทำให้เหงื่อระเหยได้ง่าย จึงไม่ค่อยมีกลิ่นตัว แต่ถ้าใช้เสื้อผ้าเส้นใยสังเคราะห์เหงื่อจะไม่ค่อยระเหย ทำให้เกิดกลิ่นตัวมาก และควรสวมเสื้อผ้าที่หลวมโดยเฉพาะบริเวณรักแร้ เพื่อให้อากาศถ่ายเทและเหงื่อระเหยออกไปครับ
สำหรับคุณผู้อ่าน Health Today ที่มีคำถามเกี่ยวกับเรื่องผิวหนัง สิว ฝ้า ผม เล็บ เครื่องสำอาง ความงาม และการดูแล
ผิวพรรณ กรุณาส่งคำถามมาได้ที่ นพ.ประวิตร พิศาลบุตร คอลัมน์ Healthy Skin Q&A นิตยสาร Health Today 58-60 ซอยสุขุมวิท 62 บางจาก พระโขนง กรุงเทพฯ 10260 หรือจะถามมาที่ email : drpravit@yahoo.com ก็ได้ครับ
|