 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
|
|
 |
 |
 |
 |
 |
 |
|
เด็กกับยากันแดด / แต่งตัวให้เหมาะกับอากาศ / ตุ่มน้ำใสเจ็บที่ริมฝีปาก
นพ.ประวิตร พิศาลบุตร ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง
Q : ใช้ยากันแดดในเด็กได้หรือไม่
เคยเห็นแต่ผู้ใหญ่เท่านั้นที่ใช้ยากันแดด แล้วเด็กจะใช้ยากันแดดได้หรือไม่คะ เพราะดิฉันชอบพาลูกสาวอายุ 3 ขวบไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยเสมอค่ะ
คุณวไลรัตน์ / จ. กรุงเทพฯ
A : ปัญหาของคุณวไลรัตน์น่าสนใจมากและไม่ค่อยมีใครนึกถึง ผลเสียของแสงแดดที่น่ากลัวคือผลสะสมระยะยาวที่มีต่อเนื่องกันนานปี พบว่าปริมาณแสงแดดที่ทำให้เกิดผลเสียที่ได้รับตลอดชีวิตนั้นร้อยละ 80 ได้รับไปแล้วในช่วง 18 ปีแรกของชีวิต ดังนั้นถ้าหากจะเริ่มใช้ยากันแดดในวัยผู้ใหญ่ก็ดูจะสายไปหน่อย ( แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ใช้ )
เนื่องจากผิวของทารกบอบบางและไวต่อแสงแดดมาก จึงมีข้อแนะนำว่า
• ทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือน ไม่ควรโดนแสงแดดโดยตรง
• ทารกอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ควรสวมหมวกปีกกว้าง ควรสวมเสื้อผ้าให้รัดกุม ใช้ร่มชนิดที่กันรังสียูวีได้ และไม่ควรโดนแดดช่วง
08.00 น. - 18.00 น.
• ส่วนเด็กที่อายุมากกว่า 2 ขวบ หากโดนแสงแดดก็ต้องใช้ยากันแดดกลุ่มที่ไม่ใช่ PABA ทากันไว้ก่อน เพราะยากลุ่ม PABA อาจทำให้ผิวระคายเคืองและแสบตา
ดังนั้นในกรณีของลูกสาวคุณวไลรัตน์ หมอขอแนะนำว่าให้สวมเสื้อผ้าปกคลุมให้มิดชิด สวมหมวก กางร่ม และใช้ยากันแดดสำหรับเด็ก คือชนิดที่ไม่ผสม PABA ครับ
Q : แต่งตัวอย่างไรจึงจะเหมาะสม

ภูมิอากาศแบบบ้านเรานี่ แต่งตัวอย่างไรจึงจะเหมาะสมคะ
คุณธีรรัตน์ / เชียงใหม่
A : เรื่องของการแต่งกายนั้นเดิมทีรุ่นคุณปู่คุณย่านุ่งผ้าขาวม้า นุ่งผ้าถุง ดูจะเหมาะกับสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นและเฉอะแฉะแบบบ้านเรามาก แต่เมื่อรับอารยธรรมตะวันตก ต้องสวมถุงน่องรองเท้าถุงเท้า เสื้อผ้าบางอย่างก็อาจก่อปัญหาแก่ผิวพรรณได้ ที่เห็นชัดเจนก็คือเสื้อผ้ารัดรูป ที่เป็นที่นิยมของเหล่าวัยรุ่น
เสื้อผ้าที่รัดรูปเกินไปทำให้ผิวหนังเกิดการแพ้สัมผัส เกิดเป็นผื่นแดงได้ ที่เห็นชัดก็คือในผู้ชายที่สวมเชิ้ตแล้วผูกเนคไท ก็อาจมีผื่นคันบริเวณลำคอได้ เรื่องผูกเนคไทใส่เสื้อนอกนี่ดูอย่างไรก็ไม่เข้ากับสภาพบรรยากาศแบบบ้านเราเลย
ส่วนผู้หญิงนั้นบางครั้งก็เลือกใช้เสื้อผ้าเนื้อหนา ยิ่งถ้าตัดเย็บรัดรูปแล้ว ยิ่งไม่เข้ากับสภาพภูมิอากาศแบบบ้านเรา อาจพบเป็นผื่นแพ้ด้านหน้า ด้านหลังของรักแร้ หรือแม้แต่ตามลำตัวและต้นขา ยิ่งบางคนใส่เสื้อผ้าสักหลาด หรือขนสัตว์ด้วยแล้วยิ่งคันคะเยอ
โดยทั่วไปถือว่าผ้าฝ้ายบริสุทธิ์ที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการเติมสารเคมีใดๆ ไม่ค่อยก่อให้เกิดการแพ้ แต่ผ้าพวกนี้มักหดและยับยู่ยี่ได้ง่าย จึงไม่เป็นที่นิยมนัก ส่วนผ้าไนล่อนจะกันให้เหงื่อระเหยออกไปไม่ได้ ทำให้เกิดผดผื่นคัน
ผู้ที่นิยมเสื้อผ้ารัดรูป ทำให้เกิดการแพ้เสื้อผ้าบ่อยขึ้น เพราะเสื้อผ้ารัดรูปทำให้เกิดการสัมผัสเสียดสี ความร้อน ความชื้น และเหงื่อ
นอกจากการแพ้แล้วยังต้องระวังปัญหาเรื่องกลิ่นตัวอีก เพื่อลดปัญหากลิ่นน่ารังเกียจนี้ ขอแนะนำให้เลือกใช้เสื้อผ้าโปร่งบางและหลวมบริเวณรักแร้ ทำให้กลิ่นตัวลดลง
แต่สิ่งที่มากไปกว่าการเกิดกลิ่นตัว ก็คือการเกิดกลิ่นในที่ลับ พบเสมอว่าผู้ที่ใส่กางเกงยีน ผ้าเนื้อหนา และคับ เหงื่อไคลบริเวณขาหนีบระเหยออกไปได้ยาก จึงเป็นแหล่งที่เชื้อแบคทีเรียมาจัดงานปาร์ตี้ เกิดกลิ่นเหม็นได้ นอกจากนั้นผ้าเนื้อหนาจะเสียดสีกับผิวหนังบริเวณขาหนีบ เกิดเชื้อราของขาหนีบที่เรียกว่าสังคังได้บ่อย
สำหรับผู้ที่แพ้เสื้อผ้า เกิดผื่นคันได้ง่ายนั้น ขอแนะนำว่า
• ซักล้างเสื้อผ้าอย่างสะอาดหมดจด อย่าให้มีผงซักฟอกตกค้าง แล้วนำมาผึ่งแดดให้แห้งสนิท
• ควรลดน้ำหนักตัวลง เพราะคนรูปร่างเจ้าเนื้อ ผิวหนังจะสัมผัสเสียดสีกันเอง และเสียดสีกับเสื้อผ้า ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ง่าย
• ลดเหงื่อโดยการใช้ยาลดเหงื่อ ไม่ดื่มของร้อนจัด และไม่อยู่ในบริเวณที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ก็เป็นอีกหนทางที่ลดการแพ้เสื้อผ้าได้ครับ
Q : ตุ่มน้ำใสเจ็บที่ริมฝีปาก
ผมมีตุ่มน้ำใสๆ เจ็บๆ คันๆ ขึ้นที่ริมฝีปากล่าง เคยไปพบแพทย์ท่านหนึ่งบอกว่าเป็นเริมและให้ยารับประทานขนาด 125 มก.
ทานวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 5 วัน ก็หายดี เมื่อไม่นานมานี้ผมมีผื่นที่มุมปากไม่เจ็บ แต่คันเล็กน้อย ไม่ได้เป็นตุ่มน้ำมาก่อน
ไปพบแพทย์อีกโรงพยาบาล แพทย์บอกว่าเป็นเริม ให้ยาตัวเดิมแต่ให้ทานครั้งละ 250 มก. ( 2 เม็ด) วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 7 วัน หมดเงินค่ายาไปหลายพันบาท อยากเรียนถามคุณหมอประวิตร พิศาลบุตรว่า ทำไมขนาดยาจึงต่างกันครับ
คุณเอกพงศ์ / กรุงเทพ ฯ
ตุ่มน้ำใสๆ คันๆ ที่ริมฝีปากที่คุณเอกพงศ์เล่ามาในช่วงแรกนั้นคิดว่าคงเป็นเริมจริง ( ภาพ - แสดงเริมที่ริมฝีปากล่าง ) ซึ่งส่วนใหญ่ถึงจะไม่รักษาก็จะค่อยๆ หายไปเอง การรับประทานยาอาจทำให้หายเร็วขึ้น ยาตัวนี้คิดว่าคือ famciclovir ซึ่งรับประทาน 125 มก. วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 5 วัน และก็ต้องป้องกันไม่ให้ไปติดคนอื่นเขาด้วยนะครับ คืองดการกอดจูบ ใช้แก้วน้ำ ช้อนส้อมร่วมกัน ระหว่างที่เป็นก็ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และอย่าไปเกาแผลแล้วเอามือไปป้ายตา เพราะถ้าตาติดเชื้อเริมจะเป็นเรื่องใหญ่ ต้องรีบพบจักษุแพทย์ ส่วนครั้งหลังที่มีผื่นที่มุมปาก แต่ไม่มีตุ่มน้ำ ฟังดูไม่น่าจะเป็นเริม และขนาดยาที่ให้คือ 250 มก. วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 7 วัน นั้นเป็นขนาดยาที่ใช้รักษาโรคงูสวัดที่จะมีอาการปวดแสบปวดร้อนมาก
สำหรับมุมปากเป็นขุยนั้น อาจเกิดจากการติดเชื้อยีสต์ หรืออาจเป็นโรคปากนกกระจอกที่เกิดจากการขาดวิตามินก็ได้ครับ ไปให้แพทย์ผิวหนังตรวจดูอาการให้แน่ใจดีกว่าครับ เมื่อไม่นานมานี้หมอมีคนไข้เป็นชายหนุ่มจากพัทยา มาพบด้วยมีผื่นแดงขนาดนิ้วก้อย
กระจายทั่วตัว และมีมุมปากแตกชัดเจน จึงขอเจาะเลือดตรวจซิฟิลิส เขาไม่ยอมบอกว่าเจาะมาหลายครั้งแล้วจากทั้งโรงพยาบาลและคลินิก ทุกแห่งบอกว่าผลเป็นลบ ก็เลยให้แค่ยาทาไปใช้ อีกสัปดาห์กลับมาใหม่ผื่นไม่หาย มุมปากแตกชัดเจน และมีผื่นขึ้นที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ก็เลยบอกเขาว่าต้องเจาะซิฟิลิส และบอกห้องแล็ปให้ทำโปรโซน คราวนี้ได้ผลบวกชัดเจน ( 1 ต่อ 64 ) เมื่อวินิจฉัยได้แน่นอนว่าเป็นซิฟิลิสระยะที่ 2 ทำให้รักษาได้อย่างถูกต้องคือฉีดยาเพียงแค่ครั้งเดียวก็หาย ที่ต้องเล่าเรื่องนี้เพราะอยากจะบอกว่าอาการทางผิวหนังบางอย่างดูคลุมเครือ แต่ถ้าติดตามก็จะวินิจฉัยได้ ที่บอกว่าเจาะเลือดมาแล้วได้ผลลบนั้น ก็ไม่แน่ว่าเจาะมาจริงหรือเปล่า อาจจะอายเลยบอกปฏิเสธไปเลย ที่ต้องเล่าเรื่องซิฟิลิสให้ฟังนี้ ก็เพราะยังระบาดอยู่ในเมืองไทย หลายคนลืมซิฟิลิสไปแล้ว และซิฟิลิสก็เป็นโรคที่จัดว่าเป็นอีแอบตัวสำคัญ บางคนเป็นแผลที่อวัยวะเพศเพราะติดเชื้อซิฟิลิส อาจจะเจ็บๆ คันๆ และแผลก็หายไปเอง ปีสองปีผ่านไปถึงมีผื่นขึ้นทั่วตัว ที่เรียกว่าออกดอกเหมือนหนุ่มพัทยาคนนี้ บางคนมีผมร่วงเหมือนหนูแทะ บางคนปวดข้อ คือซิฟิลิสระยะที่ 2 ซึ่งแม้ไม่รักษาอาการก็อาจดีขึ้นได้ แต่อีแอบตัวสำคัญยังหลบซ่อนอยู่รอเวลาอีกนับสิบปี ก็จะขึ้นสมองและเข้าหัวใจจะรักษากันระยะสุดท้ายก็ลำบากแล้วละครับ
สำหรับคุณผู้อ่าน Health Today ที่มีคำถามเกี่ยวกับเรื่องผิวหนัง ผม เล็บ เครื่องสำอาง ความงาม กรุณาส่งคำถามมาได้ที่
นพ.ประวิตร พิศาลบุตร คอลัมน์ Healthy Skin Q&A นิตยสาร Health Today 58-60 ซอยสุขุมวิท 62 บางจาก พระโขนง กรุงเทพฯ 10260
หรือจะถามมาที่
email : pravitbisalbutra@hotmail.com ก็ได้ครับ คำถามใดได้ลงตีพิมพ์ จะมีรางวัลสมนาคุณเล็กๆ
น้อยๆ ให้นะครับ
|
For
comments and suggestions about this site, contact the
Webmaster
Copyright©2007 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.
|
 |
 |
 |
|