ผิววัยเงินวัยทอง
นพ.ประวิตร พิศาลบุตร ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง

ปัญหาผิวพรรณของผู้สูงอายุ
     Q : ดิฉันอายุ 60 ปี แล้ว อยากเรียนถามว่า ในผู้สูงอายุจะมีปัญหาเกี่ยวกับผิวพรรณอะไรบ้าง และจะมีวิธีป้องกันและรักษาอย่างไรบ้าง กรุณาแนะนำด้วยนะคะ
เกษกนก / จ.เชียงใหม่


     A : ปัจจุบันคนมีอายุสูงขึ้นมาก เมื่อตอนหมอยังเด็ก หากใครอยู่ถึง 60 ปี ก็จัดว่าอายุยืนแล้ว ปัจจุบันนี้ถ้าเสียชีวิตตอนอายุ 70 ต้นๆ ก็ยังดูอายุสั้นไปนิด จึงเริ่มมีคลินิกเฉพาะสตรีสูงวัย มักเรียกว่าคลินิกวัยทอง และคลินิกสำหรับชายสูงวัยซึ่งบางทีเรียกว่าคลินิกวัยเงิน ในแง่ผิวหนังก็พบปัญหาผิววัยเงินวัยทองมากขึ้น ปัญหาผิวผู้สูงวัยที่พบบ่อยคือ
     • ปัญหาผิวแห้ง เพราะต่อมไขมันทำงานลดลงตามวัยที่สูงขึ้น ทั้งผู้สูงวัยบางท่านนิยมการอาบน้ำร้อน นอกจากนั้นการใช้สบู่ฟอกตัวมากเกินไปหรือใช้สบู่ยาฟอกตัว ร่วมกับการทำงานและนอนในห้องแอร์ยิ่งทำให้ผิวแห้งมากขึ้น เมื่อผิวแห้งจะเกิดอาการคันและเป็นขุย ซึ่งหลายท่านคิดว่าคันเพราะผิวสกปรก จึงยิ่งฟอกสบู่มากขึ้น ทำให้ผิวยิ่งแห้ง และอาจแตกเป็นแผลได้ ผู้สูงวัยจึงต้องลดการใช้สบู่และหมั่นทาครีมให้ความชุ่มชื้น
     • มะเร็งผิวหนัง ผิวผู้สูงวัยที่โดนแดดจัดมานานอาจเกิดมะเร็งผิวหนัง ชนิดที่น่ากลัวที่สุดได้แก่ มะเร็งไฝดำ เพราะแพร่กระจายตามกระแสโลหิต และมีอันตรายถึงชีวิต ลักษณะของไฝที่อาจกลายเป็นมะเร็งได้มีลักษณะคือโตเร็ว มีส่วนขอบยื่นเป็นแขนขา มีการเปลี่ยนสี มีสีเพิ่มขึ้น มีแผลเลือดออกเป็นสะเก็ด มีการอักเสบ คัน ปวด กดเจ็บ มีไฝเม็ดเล็กๆ เกิดรอบเม็ดใหญ่ และมีต่อมน้ำเหลืองโต
     • เชื้อราที่เล็บเท้าและเล็บขบ ผู้สูงวัยมักมีปัญหาติดเชื้อราที่เล็บเท้าและเล็บขบ มีการคั่งของเลือดดำที่ขาช่วงล่างโดยเฉพาะบริเวณข้อเท้า ทำให้ขาบวมและเกิดแผล บางครั้งขาอาจบวมเหมือนขาช้าง ซึ่งมักพบโรคภายใน เช่น โรคหัวใจล้มเหลว โรคไต โรคต่อมธัยรอยด์ โรคหลอดเลือดอักเสบร่วมด้วย
    • โรคภูมิแพ้ตนเอง โรคภูมิแพ้ตนเองบางอย่างเคยพบมากเฉพาะในประเทศตะวันตก แต่ปัจจุบันเริ่มพบบ่อยขึ้นในคนไทย เพราะเป็นโรคของผู้สูงวัย ได้แก่ โรคตุ่มน้ำใสเพ็มฟิกัส (Pemphigus) พบตุ่มน้ำพองทั่วร่างกาย และแตกเป็นแผล ซึ่งเป็นโรคที่อันตรายมากเพราะทำให้เกิดแผลถลอกเหมือนโดนน้ำร้อนลวก จึงมีการติดเชื้อและเสียชีวิตได้บ่อย และโรคตุ่มน้ำใสบูลลัส เพ็มฟิกอยด์ (Bullous pemphigoid) ลักษณะเป็นตุ่มน้ำใสแจ๋วขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือตามผิวหนังก็พบบ่อยขึ้นในคนไทย เพราะเป็นโรคของผู้ที่สูงอายุมากๆ นอกจากนั้นผู้สูงวัยยังอาจเกิดตุ่มตามผิวหนังซึ่งเกิดจากการแพร่กระจายของมะเร็งอวัยวะภายใน เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ ดังนั้นหากผู้สูงวัยตรวจพบตุ่มหรือเนื้องอกผิดปกติ ตลอดจนแผลเรื้อรังที่ผิวหนัง ควรรีบปรึกษาแพทย์ ซึ่งอาจจำเป็นต้องตัดชิ้นเนื้อไปพิสูจน์ (biopsy)

วิธีดูแลผิวในผู้สูงวัย
     Q : ดิฉันมีอายุ 55 ปี เริ่มมีผิวแห้ง และเหี่ยวย่น มีร่องลึกโดยเฉพาะรอยตีนกา และร่องหัวคิ้ว ขอถามคุณหมอประวิตรเรื่องการดูแลผิวเพื่อชะลอความแก่ค่ะ
เฉิดฉัน / จ.กรุงเทพฯ

     A : ปัจจุบันมีเทคนิคในการชะลอความแก่กันหลายอย่างครับ แพทย์ในสหรัฐอเมริกาบางคนกล่าวว่าความแก่เป็นสิ่งที่เลือกได้ นั่นคือ เลือกจะแก่หรือไม่แก่ก็ได้ (Aging is optional) วิธีดูแลผิวหนังเพื่อชะลอความชราโดยทั่วไป ได้แก่ การหลีกเลี่ยงสารสัมผัสที่ระคายเคืองต่อผิวหนัง เช่น สบู่ที่มีความเป็นด่างมากๆ ปกป้องหรือป้องกันผิวหนังจากการบาดเจ็บ ป้องกันผิวหนังไม่ให้สูญเสียชั้นไขมันเคลือบผิวหนังมากเกินไปโดยใช้ครีมให้ความชุ่มชื้น นอกจากนั้นเพื่อชะลอความแก่ยังมีการดูแลจำเพาะ ได้แก่
     • การป้องกันผิวหนังไม่ให้ถูกทำลายจากแสงแดด โดยใช้ยากันแดดที่มีประสิทธิภาพดี ใช้เสื้อผ้าปกปิดผิวหนัง หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแดดจัด
     • การทาครีมกลุ่มกรดวิตามินเอ ครีมตัวนี้จัดเป็นยาช่วยทำให้ผิวหนังที่ถูกทำลายจากแสงแดดดีขึ้นทั้งในแง่ความหยาบ รอยย่น และผิวกระดำกระด่าง แต่ต้องใช้ระยะเวลานาน 10-12 เดือนขึ้นไป
     • การทากรดผลไม้ ช่วยให้ผิวหนังชั้นหนังกำพร้าหลุดลอกทำให้ผิวหนังดูเรียบเนียนขึ้น ลดริ้วรอยเหี่ยวย่นตื้นๆ จุดกระดำกระด่าง และลดความแห้งกร้านของผิวหนัง ปัจจุบันมีการใช้กรดผลไม้อยู่ 2 แบบ คือ ถ้าความเข้มข้นต่ำ เช่น 4-8% อาจใช้ทาเองที่บ้านได้ แต่ถ้าความเข้มข้นสูง เช่น 30-70% ต้องให้แพทย์เป็นคนทาให้ โดยทาทิ้งไว้ในช่วงเวลาสั้นๆ นับเป็นนาที ทุก 1–2 สัปดาห์ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
     • สารต้านอนุมูลอิสระ ที่รู้จักกันแพร่หลายได้แก่ วิตามินเอ ซี อี เบต้าคาโรทีน โคเอนไซม์คิว 10 เป็นต้น เหล่านี้ใช้ทาผิวหนังเพื่อหวังป้องกันและรักษาผิวเหี่ยวแก่ แต่ผลยังไม่แน่นอนนัก
     • การให้ฮอร์โมนทดแทน พบว่าการให้ฮอร์โมนเพศหญิงแก่หญิงวัยหมดประจำเดือน ในรูปยาทาหรือยารับประทานอาจทำให้ผิวหนังยืดหยุ่นดีขึ้น ชุ่มชื้นมากขึ้น และหยาบกร้านน้อยลง แต่ต้องปรึกษาสูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เช่น จากคลินิกวัยทอง ก่อนใช้ยาเหล่านี้
     • การรักษาทางศัลยกรรม ที่นิยมมากได้แก่ การฉีด Botulinum toxin (Botox, Dysport) เพื่อลดริ้วรอยเหี่ยวย่นที่เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อบนใบหน้ามากเกินไป เช่น บริเวณตีนกา หว่างคิ้ว หรือหน้าผาก ผลการรักษาอยู่ได้ 3-4 เดือน จึงต้องฉีดซ้ำ นอกจากนั้นก็มีการใช้เลเซอร์ (Laser resurfacing) ซึ่งควรทำในคนที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นอันเป็นผลจากอายุและการทำลายของแสงแดดครับ


     
      สำหรับคุณผู้อ่าน “Health Today” ที่มีคำถามเกี่ยวกับเรื่องผิวหนัง ผม เล็บ เครื่องสำอาง ความงาม กรุณาส่งคำถามมาได้ที่
นพ.ประวิตร พิศาลบุตร คอลัมน์ “Healthy Skin Q&A” นิตยสาร Health Today 58-60 ซอยสุขุมวิท 62 บางจาก พระโขนง กรุงเทพฯ 10260 หรือจะถามมาที่ email : pravitbisalbutra@hotmail.com ก็ได้ครับ คำถามใดได้ลงตีพิมพ์ จะมีรางวัลสมนาคุณเล็กๆ น้อยๆ ให้นะครับ





For comments and suggestions about this site, contact the Webmaster
Copyright©2007 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.