Q :ดิฉันชอบเล่นกีฬามาก เพราะช่วยให้ร่างกายกระฉับกระเฉง และดูไม่อ้วน แต่ก็อยากเรียนถามคุณหมอประวิตร พิศาลบุตรว่า การเล่นกีฬา ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง การว่ายน้ำ และอื่นๆ จะมีปัญหาอะไรต่อสุขภาพผิวไหมคะ เพราะบางคนบอกว่าผู้หญิงเล่นกีฬาผิวจะ
ไม่สวยค่ะ ทิพวัลย์ / กรุงเทพฯ
การเล่นกีฬา ออกกำลังกาย รับประทานอาหารให้ครบหมู่ งดโดนแสงแดดจัด งดบุหรี่ งดเหล้า พักผ่อนให้เพียงพอ เหล่านี้ล้วนทำให้
ผิวพรรณสดใสแข็งแรง นอกจากนั้นการเล่นกีฬายังทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเอ็นโดฟิน ทำให้กระปรี้กระเปร่าด้วยนะครับ แต่อย่างไร
ก็ตามก็ควรมีข้อควรระวังเกี่ยวกับการเล่นกีฬาเช่นกัน ถ้ารู้ต้นเหตุและคอยดูแลป้องกันแล้ว เชื่อว่าทุกท่านคงเล่นกีฬาได้อย่างปลอดภัยและยังคงมีผิวสวยได้แน่ครับ
อันตรายต่อสุขภาพผิวที่พบได้ในนักกีฬา อย่างแรกคือ ภาวะเท้าดำ เกิดจากแรงเสียดทานอย่างฉับพลันที่เกิดบริเวณส้นเท้าระหว่างการเล่นกีฬา ทำให้เกิดการตกเลือดในชั้นผิวหนัง แล้วต่อมาจะเปลี่ยนเป็นดำ พบได้บ่อยในนักฟุตบอล บาสเกตบอล วอลเลย์บอล และเทนนิส รอยดำแบบนี้ต้องดูให้ออกและแยกให้ได้จากมะเร็งร้ายของผิวหนัง ชนิดที่เรียกว่า melanoma ถ้าไม่แน่ใจต้องให้แพทย์ผิวหนังดู ภาวะเท้าดำนี้เป็นแล้วไม่ต้องรักษา รอยดำจะค่อยๆ จางไปเอง การเลือกรองเท้าที่มีรูปร่าง ขนาด และชนิดที่เหมาะสมกับประเภทกีฬาจะช่วยลดปัญหานี้ลงได้
การบาดเจ็บที่พบได้บ่อยอีกอย่าง แล้วก็เจ็บปวดรวดร้าวมาก ได้แก่ เล็บห้อเลือด มักพบที่นิ้วหัวแม่เท้า การรักษาเล็บห้อเลือดนั้น ต้องกรีดเล็บเอาเลือดออก หรือใช้เส้นลวดเผาไฟเจาะเล็บ เลือดที่คั่งอยู่จะไหลออกมาก ช่วยขจัดอาการปวดไปได้ 
การเกิดตุ่มน้ำพองใส พบได้บ่อยตามบริเวณที่รับน้ำหนัก เช่น พบที่เท้าของนักวิ่ง นักบาสเกตบอล นักฟุตบอล พบที่ฝ่ามือในพวกนักเล่นเรือใบ นักเทนนิส นักเบสบอล
สาเหตุของการเกิดตุ่มน้ำพองใส ได้แก่ รองเท้าที่ใหม่เกินไปหรือไม่ได้ขนาด การป้องกันอาจทำได้โดยการสวมถุงเท้า 2 ชั้น ที่โรยแป้งไว้ การรักษาคือเจาะเอาน้ำออกด้วยเข็มที่ปราศจากเชื้อโรค แล้วใช้เทปพันปิดไว้เพื่อไม่ให้เกิดตุ่มน้ำขึ้นมาใหม่
ใช้ยาฆ่าเชื้อโรคทา เพื่อป้องกันไม่ให้มีการติดเชื้อซ้ำซ้อน
สำหรับนักวิ่งนั้น หัวนมอาจอักเสบได้ เรียกว่า joggers nipples เกิดจากการที่วิ่งไปแล้วหัวนมเสียดสีกับเสื้อ มักพบในคนที่มีเต้านมโต ภาวะนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ บางคนเป็นจนถึงเลือดออก การป้องกันภาวะนี้ให้ใช้ขี้ผึ้งขาว petrolatum ทาที่หัวนมก่อนวิ่ง พบอาการนี้บ่อยในผู้หญิงฝรั่งที่ชอบวิ่งโทงเทงแบบ
โนบรา ต้องหาบรามาใส่ให้เรียบร้อย จะช่วยลดอาการนี้ได้ครับ
ตาปลา พบได้บ่อยมาก เกิดจากการที่ผิวหนังเสียดสี โดยเฉพาะถ้ามีปุ่มกระดูกอยู่บริเวณนั้น แต่ถ้าตาปลา ที่เป็นแล้วไม่เจ็บปวดก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไร พบว่าบนฝ่ามือของนักยิมนาสติกที่แข็งขึ้นเป็นตาปลานี้ อาจช่วยให้เล่นได้คล่องแคล่วขึ้นด้วยซ้ำไป แต่ถ้าเป็นที่เท้าแล้วเจ็บ อาจแก้ไขโดยเอาเท้าจุ่มน้ำจนตาปลาอ่อนตัวลง แล้วใช้ใบมีดสะอาดค่อยๆ ฝานเอาออก การใช้แผ่นรองเล็กๆ บนบริเวณที่เป็นอาจช่วยลดอาการเจ็บปวดได้
ภาวะผิวหนังแตกเป็นลาย ภาวะนี้พบในผู้หญิงท้อง ก็คือท้องลายนั่นเอง แต่ในนักกีฬานั้น ผิวหนังมักแตกเป็นลายที่ต้นขาด้านนอก ก้น หน้าอก และแขนด้านนอก พบว่ากีฬาที่ออกแรงมากๆ เช่น นักยกน้ำหนัก (ที่เป็นกีฬาที่ผู้หญิงไทยมีชื่อเสียงระดับโลก) นักยิมนาสติก และนักวิ่ง อาจเกิดภาวะผิวหนังแตกเป็นลายได้ ภาวะนี้เป็นแล้วรักษาไม่ได้ รวมถึงภาวะท้องลายด้วยนะครับ
ต่อไปก็เป็นเรื่องของการแพ้สัมผัส การเล่นกีฬาอาจทำให้เป็นสิวได้ พบว่าการสัมผัสเสียดสี เช่น ใส่หมวก อย่างเช่นนักกีฬาอเมริกันฟุตบอล หรือการสวมผ้าพันศีรษะแบบนักเทนนิส พวกนี้จะเป็นสิวเกิดที่ผิวหนังถูกสัมผัสเสียดสีได้
นอกจากนั้นการใช้น้ำมันนวด น้ำมันมวย น้ำยาฆ่าเชื้อโรค ก็ทำให้แพ้ได้เช่นกัน นักวิ่งบางคนผิวหนังแพ้รองเท้าสำหรับวิ่ง นักว่ายน้ำบางคนแพ้แว่นตาสำหรับสวมว่ายน้ำ การที่จะบอกได้ว่าผิวหนังแพ้สารเคมีตัวไหนนั้น ต้องทำการทดสอบผิวหนังโดยใช้สารเคมีตัวที่สงสัยมาแปะติดที่ผิวหนัง เรียกว่า patch test จึงจะสามารถหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ได้ เช่น เลือกซื้อรองเท้ายี่ห้อที่ไม่มีสารเคมีที่แพ้ เป็นต้น
กลุ่มต่อมา คือการติดเชื้อของผิวหนังจากการกีฬา พบว่าการที่ผิวหนังถูกเสียดสีและเหงื่อไคลที่หมักหมม ทำให้ผิวหนังเป็นโรคติดเชื้อได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา โรคสังคังหรือเชื้อราที่ขาหนีบนั้น ภาษาชาวบ้าน (ฝรั่ง) เขาเรียกกันว่า Jock Itch ส่วนโรคเชื้อราที่เท้าเรียกว่า Athletes foot หรือเท้านักกีฬา เพราะชอบเป็นในนักกีฬานั่นเอง ทั้ง 2 โรคนี้ ถ้าเป็นแล้วจะคันคะเยอจนต้องเกาจนเสียบุคลิกภาพ
ยังพบว่านักกีฬาบางคนเมื่อออกกำลังกายจนเรียกว่าเครื่องร้อนแล้ว อาจเกิดลมพิษแบบที่เรียกว่า cholinergic urticaria ได้ นอกจากนี้กีฬาที่เล่นกลางแดดเป็นเวลานานๆ ก็สามารถทำให้ผิวหนังไหม้ได้ โดยเฉพาะในช่วงนี้ผู้หญิงเล่นกอล์ฟกันมากทำให้ผิวหนังไหม้แดดได้ จึงควรใช้ยากันแดดทาผิวก่อนเล่นกีฬากลางแดดทุกครั้ง
ท้ายสุดนี้สำหรับนักกีฬาว่ายน้ำ มีโรคผิวหนังที่พบได้ เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อ Mycobacterium marinum โรคนี้จะติดต่อกันได้โดยการใช้สระน้ำร่วมกัน จึงเรียกอีกชื่อว่า Swimming pool granuloma จะเกิดเป็นตุ่มหนองตามข้อศอก ข้อเข่า เท้า นิ้วมือ หรือข้อนิ้วมือ อีกภาวะที่พบได้บ่อยคือ การที่หูชั้นนอกอักเสบ เนื่องจากพบบ่อยในนักว่ายน้ำ จึงมีอีกชื่อว่า Swimmer s ear ทั้งนี้เกิดเพราะการเสียสมดุลเนื่องจากระหว่างว่ายน้ำ น้ำจะเข้าไปในหู ไปชำระล้างขี้หูซึ่งเป็นกำแพงกันเชื้อโรคตามธรรมชาติ มิหนำซ้ำ หลังขึ้นจากน้ำแล้วก็ยังใช้ไม้พันสำลีแยงหู หูเลยอักเสบขึ้นมา
อีกภาวะหนึ่งที่พบบ่อยคือผมเปลี่ยนสี เป็นผลจากเพราะสารจุนสีที่ใส่ในสระว่ายน้ำ ยิ่งพวกที่ผมสีอ่อน ผมจะเปลี่ยนสีเป็นสีเขียวได้ จึงควรสวมหมวกว่ายน้ำ สระผมและใช้ครีมนวดผมหลังว่ายน้ำ ซึ่งก่อนว่ายน้ำกลางแดดก็ควรทาครีมกันแดดด้วย เพราะช่วยไม่ให้ผิวหนังเป็นรอยด่างขุยขาวที่เรียกว่า Pityriasis alba ผมมักเรียกชื่อโรคนี้ว่า โรคด่างแดด เพราะเป็นรอยด่างที่เกิดจากแสงแดดจัด ลองไปสังเกตเด็กที่ว่ายน้ำจนตัวดำปี๋ จะเห็นว่าที่แก้มมีรอยด่างขาวๆ เป็นขุยคล้ายผงแป้งติดอยู่ โรคด่างแดดนี้มักพบมากตามแก้ม หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเกลื้อน การทายากันแดดเมื่อจะไปว่ายน้ำ ควรเป็นยากันแดดชนิด waterproof หรือ water resistant และควรทาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ก่อนลงว่ายน้ำนะครับ
หวังว่าคุณทิพวัลย์คงได้รับความรู้เรื่องปัญหาผิวหนังจากการเล่นกีฬา และการดูแลแก้ไขและป้องกันได้บ้างนะครับ
ผลข้างเคียงของยากันแดด
Q : อยากทราบว่ายากันแดดที่ดีควรมีลักษณะอย่างไรบ้างคะ และการใช้ยากันแดด จะมีผลข้างเคียงอย่างไรบ้างหรือไม่ เพราะช่วงหน้าร้อนนี้มีแผนจะขึ้นภูกระดึง คิดว่าคงจะต้องใช้ยากันแดดค่ะ
เกศสิรินทร์ / ชลบุรี
สำหรับลักษณะของยากันแดดที่ดี และผลข้างเคียงของการใช้ยากันแดดนั้น รศ.พญ. พรทิพย์
ภูวบัณฑิตสิน เขียนไว้ใน ตำราโรคผิวหนังในเวชปฏิบัติปัจจุบัน ว่ายากันแดดที่ดีควรมีคุณลักษณะคือ
1. ป้องกันรังสี UV ได้สูงสุดในทุกช่วงรังสี
2. ใช้ปริมาณสารน้อยเพราะถ้าปริมาณสูงอาจระคายผิว
3. สารเกาะติดผิวหนังดีและนาน
4. ไม่สลายตัวเมื่อดูดซับรังสี UV
5. ทนต่อการชะล้างด้วยน้ำหรือเหงื่อ
6. ไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายผิว
7. ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่เปื้อนเสื้อผ้า
8. เมื่อผสมในตำรับสามารถเก็บไว้ได้นาน
9. ราคายุติธรรม
ส่วนผลข้างเคียงของการใช้สารป้องกันแสงแดดนั้น เนื่องจากในปัจจุบันมีกระแสการใช้สารป้องกันแสงแดด
เกินความจำเป็นจากการตื่นกลัวมะเร็งผิวหนัง ซึ่งคำแนะนำทางการแพทย์ทั่วไปคือ แนะนำให้หลบเลี่ยงแดด และถ้าจำเป็นต้องโดนแดดควรใช้ชนิด SPF เท่ากับ 15 หรือสูงกว่า การก่อให้เกิดมะเร็งจากการโดนรังสี UV เรื้อรังยังไม่มีข้อสรุปแน่นอน การเกิดริ้วรอยตามธรรมชาติจากรังสี UV ก็ยังไม่แน่นอนว่าสารป้องกันแสงแดดจะชะลอได้ แต่ก็ยังมีผู้นิยมใช้เครื่องสำอางผสมสารป้องกันแสงแดดกันอย่างฟุ่มเฟือยและใช้ยากันแดดที่มีค่า SPF สูงมากๆ ผลเสียจึงพบเพิ่มขึ้น เช่น
• การเกิดสิวอุดตันจากเนื้อครีมหรือโลชั่น โดยเฉพาะในคนซึ่งอยู่ในวัยเป็นสิวง่าย สิวอุดตันจะก่อให้เกิดสิวรุนแรงตามมา
• เกิดการแพ้ส่วนผสมเนื้อครีม เช่น น้ำมัน สารกันบูด สี กลิ่นหอม เป็นต้น
• การแพ้สารป้องกันแสงแดด สารกลุ่มนี้ก่อให้เกิดการแพ้สัมผัสแบบแพ้สาร (contact dermatitis) และแพ้สารร่วมแสง ( photocontact dermatitis ) ได้
ดังนั้นการใช้ผลิตภัณฑ์ซึ่งมีค่า SPF สูงเกินไป โอกาสแพ้จะเพิ่มมากขึ้นจากการผสมสารหลายตัวในผลิตภัณฑ์ ดังนั้นจึงควรเลือกใช้สารป้องกันแสงแดดเมื่อไม่สามารถหลบเลี่ยงแดดได้จะเป็นการรักษาผิวดีที่สุด จะขึ้นภูกระดึงนั้นนอกจากต้องใช้ยากันแดดไปแล้ว อีกอย่างที่ลืมไม่ได้ก็คือยาหม่องใช้ทาแก้ปวดเมื่อยนะครับ
สำหรับคุณผู้อ่าน HealthToday ที่มีคำถามเกี่ยวกับเรื่องผิวหนัง ผม เล็บ เครื่องสำอาง ความงาม กรุณาส่งคำถามมาได้ที่ นพ.ประวิตร พิศาลบุตร คอลัมน์ Healthy Skin Q & A นิตยสาร HealthToday 58-60 ซอยสุขุมวิท 62 บางจาก พระโขนง กรุงเทพฯ 10260 หรือจะถามมาที่ email : pravitbisalbutra@hotmail.com ก็ได้ครับ คำถามใดได้ลงตีพิมพ์ จะได้รับของกำนัลให้นะครับ