ทาลิปมันแล้วริมฝีปากดำ-ลมพิษ
นพ.ประวิตร พิศาลบุตร แพทย์ผิวหนัง



ทาลิปมันแล้วริมฝีปากดำ
     Q : ดิฉันไม่เคยสูบบุหรี่ เหล้าก็ไม่ดื่ม ทำไมริมฝีปากจึงดำ ทั้งๆ ที่ทาลิปสติกมัน ตอนไม่ทาก็ ไม่ดำ แต่พอทาแล้วส่องกระจกดูจะรู้สึกว่าดำมาก เป็นเพราะอะไรคะ มีวิธีแก้ไขอย่างไร
จิราภรณ์ / สมุทรปราการ



     A : ลักษณะผิวหนังบริเวณริมฝีปากนั้น ในคนผิวขาวจะมีสีชมพูหรือแดงกว่าผิวหนังข้างเคียง และขอบแบ่งระหว่างริมฝีปากและผิวส่วนอื่นจะชัดเจน อย่างไรก็ตามในคนผิวคล้ำ ริมฝีปากจะมีเม็ดสีเมลานินมากทำให้ริมฝีปากคล้ำได้ แต่ก็น่าสนใจว่าเม็ดสีที่ริมฝีปากนี้จะไม่ตอบสนองต่อการโดนแสงแดดจัดเหมือนผิวทั่วไป คือถ้าโดนแดดผิวตามลำตัวจะคล้ำขึ้นแต่ผิวของริมฝีปากจะไม่คล้ำขึ้น อย่างไรก็ตามริมฝีปากเป็นตำแหน่งที่ได้รับแสงแดดจัด จึงอาจเกิดมะเร็งผิวหนังได้บ่อย ถ้าจะออกโดนแดดจัดจึงต้องไม่ลืมทาลิปที่มีส่วนผสมของสารกันแดด
     เนื่องจากริมฝีปากคล้ำจัดเป็นเรื่องธรรมชาติ ถ้ารู้สึกรำคาญก็อาจตกแต่งด้วยการทาลิปสติกสีนะครับ นอกจากนี้ยังมีหลายสาเหตุและโรคบางอย่างอาจทำให้มีรอยคล้ำที่ริมฝีปากได้ เช่น แพ้ยาบางชนิด อาจพบเป็นรอยไหม้ที่ผิวหนัง เมื่อได้ยาชนิดนั้นซ้ำก็จะเกิดรอยไหม้ที่ตำแหน่งเดิม ภาษาแพทย์เรียกว่า fixed drug eruption หากเป็นโรคติ่งเนื้อในลำไส้บางอย่างอาจพบจุดดำที่ริมฝีปากร่วมด้วย บางครั้งริมฝีปากคล้ำและมีการลอก อักเสบของปากอาจเกิดจากการแพ้สัมผัส เช่น แพ้ยาสีฟัน แพ้น้ำยาบ้วนปาก แพ้ยางผลไม้ เพราะบางคนนิยมใช้ปากกัดแทนการปอกเปลือก เช่น มะม่วง มังคุด หรือแพ้เครื่องดนตรีที่ใช้ปากเป่า เช่น เครื่องโลหะ หรือบางคนแพ้ส่วนท้ายดินสอหรือปากกา (มักเกิดจากการแพ้สารนิกเกิล) เพราะชอบกัดหรืออมเล่น กรณีเหล่านี้ก็ต้องละเว้นการสัมผัสสิ่งทำให้แพ้นะครับ

ลมพิษ
     Q : เคยได้ยินมาว่าถ้าเป็นลมพิษอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต เป็นความจริงหรือคะ และสาเหตุของการเกิดลมพิษเกิดจากอะไรคะ
นิภา/กรุงเทพ ฯ

     A : ลมพิษมีลักษณะเป็นปื้นนูนที่ผิวหนังหรือเยื่อบุ มักเกิดเป็นกลุ่มตามส่วนใดของร่างกายก็ได้ โดยทั่วไปแล้วลมพิษจะขึ้นอยู่ประมาณ 1-6 ชั่วโมง แล้วก็หายไปเองอย่างไม่เหลือร่องรอยใดๆ ลมพิษแต่ละหย่อมๆ ที่เกิดขึ้นมาจะอยู่ไม่นานเกิน 36 ชั่วโมง ดังนั้นหากเป็นผื่นบวมคันที่อยู่นานเกิน 36 ชั่วโมง ก็ย่อมไม่ใช่ลมพิษธรรมดาแน่ๆ พบว่า 20% ของคนทั่วไปมีโอกาสเป็นลมพิษไม่วันใดก็วันหนึ่ง
     บางครั้งลมพิษขึ้นตามนัยน์ตา ริมฝีปาก หรืออวัยวะสืบพันธุ์ เนื้อเยื่อบริเวณนั้นจะบวมขึ้นมากเรียกชื่อเฉพาะว่า angioedema ลมพิษแบบนี้อาจมีอาการบวมของทางเดินหายใจ ทำให้หายใจไม่สะดวกเหมือนหอบหืด หากเป็นมากอาจถึงตายได้ครับ ( ปีที่ผ่านมามีคนดังหลายท่านเสียชีวิตด้วยโรคหอบหืด ) ผู้ที่เป็นลมพิษและมีอาการหายใจไม่สะดวกหรือคลื่นไส้อาเจียน ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีครับ
     การแบ่งชนิดของลมพิษตามหลักการแพทย์นั้นจะแบ่งตามระยะเวลาของการเกิดลมพิษว่าเป็นต่อเนื่องกันนานแค่ไหน และเกิดขึ้นบ่อยเพียงใด
     คำว่า “ลมพิษเฉียบพลัน” นั้นหมายถึงว่า ลมพิษนั้นหายภายใน 6 สัปดาห์ ส่วนมากแพทย์จะรักษาตามอาการ สาเหตุที่สำคัญที่ทำให้เกิดลมพิษเฉียบพลันที่ทราบกันดีก็คือ การติดเชื้อหรือผลจากยา
     โรคติดเชื้อบางอย่าง เช่น อีสุกอีใส โรคติดเชื้อไวรัสของระบบทางเดินอาหารส่วนบน โรคตับอักเสบ หรือโรคไข้รูมาติก อาจทำให้เกิดลมพิษเฉียบพลันได้
     ผู้ที่เกิดลมพิษและมีอาการบวมของข้อหลังจากได้รับยาเพนิซิลินหรือยาอื่นๆ ต้องระวังที่จะไม่รับยานั้นซ้ำอีก
     สำหรับอาหารที่ทำให้เกิดลมพิษได้บ่อย ได้แก่ ถั่วลิสง ไข่ ถั่วต่างๆ ช็อกโกแลต สตรอเบอร์รี่ มะเขือเทศ น้ำซอสหรือเครื่องปรุงรส เช่น มัสตาร์ด มายองเนส ซอสมะเขือเทศ ผลไม้สด เช่น ส้ม ข้าวโพด เนื้อปลา เนื้อหมู
     พบว่าอาหารสดจะก่อให้เกิดลมพิษบ่อยกว่าอาหารที่ปรุงสุกแล้ว สีแต่งอาหาร เช่น สีเหลืองเบอร์ 5 หรือผงชูรส อาจเกิดทำให้เกิดลมพิษได้
     ถ้าเป็นลมพิษจากการแพ้อาหาร ลมพิษจะเกิดขึ้นในเวลา 10 นาทีถึง 8 ชั่วโมง แล้วแต่ระบบทางเดินอาหารจุดใดที่เป็นตัวดูดซึมอาหารที่แพ้เข้าสู่ร่างกาย หากเป็นคนช่างสังเกต เช่น ทุกครั้งที่ซื้อสตรอเบอร์รี่สดมารับประทาน จะเกิดลมพิษคันคะเยอก็คงพอจะบอกได้ว่าแพ้สตรอเบอร์รี่นั่นเอง      ส่วนยาที่ก่อให้เกิดลมพิษได้บ่อย ได้แก่ แอสไพริน เพนิซิลิน ยากลุ่มซัลฟา เตตร้าซัยคลิน โคเดอีน อย่างไรก็ตามยาทุกอย่างมีโอกาสก่อให้เกิดลมพิษได้ทั้งนั้น บางครั้งอาจได้ยาชนิดใดชนิดหนึ่งมาเป็นเวลานานโดยไม่ได้เกิดลมพิษ แต่วันดีคืนดีก็อาจเกิดลมพิษขึ้นได้
     ส่วนลมพิษที่เป็นๆ หายๆ นานกว่า 6 สัปดาห์ เรียกว่าลมพิษเรื้อรัง แพทย์จะตรวจร่างกายอย่างละเอียด ร่วมกับเจาะเลือดมาตรวจ และตรวจอุจจาระ ปัสสาวะ เพราะลมพิษเรื้อรังอาจสัมพันธ์กับหลายโรค เช่น เกลื้อน กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ช่องหูอักเสบ รากฟันเป็นหนอง ฯลฯ

น้ำหอมจะอยู่นานเท่าไร
     Q :  ผมชอบใช้น้ำหอมมาก บางครั้งพ่นน้ำหอมบางอย่างแล้วอยู่ติดตัวตั้งแต่เช้าจรดเย็น แต่บางทีพ่นบางยี่ห้อ หอมอยู่แค่ชั่วโมงเดียว อยากถามว่าน้ำหอมหรือสเปรย์แต่ละประเภทหอมอยู่ได้นานแค่ไหนครับ
ศรัญญ์ / กรุงเทพ ฯ

     A : น้ำหอมที่ใช้กันในรูปแบบต่างๆ มีความหอมติดผิวกายได้นานมากน้อยแตกต่างกันจริงครับ
     • Body spray จะคงความหอมได้ 1-2 ชม.
     • Shower gel จะคงความหอมได้ 2 ชม.
     • Cologne จะคงความหอมได้ 3 ชม.
     • Eau de toilette จะคงความหอมได้ 3-4 ชม.
     • Eau de parfume จะคงความหอมได้ 4 ชม.
     • Body lotion จะคงความหอมได้ 4-5 ชม.
     • Body cream จะคงความหอมได้ 5 ชม.
     • Parfume จะคงความหอมได้ 6-8 ชม.

อาหารบำรุงเส้นผม
     Q : มีอาหารอะไรที่ช่วยบำรุงเส้นผมบ้างคะ
ชิดชนก / กรุงเทพ ฯ

วิตามินและเกลือแร่ที่ช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง ได้แก่
• เหล็ก พบในเนื้อสัตว์ ถั่วเหลือง ข้าวสาลี ผักขม
• กลุ่มของวิตามินบี พบในจมูกข้าว ถั่ว ไข่ ถั่วเหลือง กล้วย
• กรดอะมิโน เช่น ซิสเตอีนและเม็ทไทโอนีนซึ่งมีส่วนประกอบของกำมะถันที่จะทำให้เซลล์เส้นผมเชื่อมติดกันแน่น พบในถั่ว เมล็ดธัญพืช ไข่ เนื้อ
• สังกะสี พบในเนยแข็ง ข้าวซ้อมมือ ปลาซาดีน และขนมปังข้าวไรย์
• ซีลิเนียม พบในเนยแข็ง cheddar กุ้ง แครอท



สำหรับผู้อ่าน “HealthToday” ที่มีคำถามเกี่ยวกับเรื่องผิวหนัง ผม เล็บ เครื่องสำอาง ความงาม กรุณาส่งคำถามมาได้ที่ นพ.ประวิตร พิศาลบุตร คอลัมน์ “Healthy Skin Q&A” นิตยสาร HealthToday 58-60 ซ.สุขุมวิท 62 บางจาก พระโขนง กรุงเทพฯ 10260 หรือจะถามมาที่ email : pravitbisalbutra@hotmail.com หรือ drpravit@yahoo.com ก็ได้ครับ คำถามใดได้ลงตีพิมพ์จะมีรางวัลสมนาคุณเล็กๆ น้อยๆ
ให้ครับ








For comments and suggestions about this site, contact the Webmaster
Copyright©2007 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.