|
แก้ปัญหาชอบกัดเล็บ ผมบาง
นพ.ประวิตร พิศาลบุตร ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง
ชอบกัดเล็บ
Q : อกลุ้มใจมากครับ อยากมีเล็บที่มีสุขภาพดี ไม่เปราะบางแข็งแรง และสวย แต่ผมชอบกัดเล็บมากครับ กัดจนเล็บกุด ขรุขระไม่งาม โดยเฉพาะตอนดูทีวี หรือเวลาว่างๆ เผลอ ๆ เป็นต้องกัดทุกที บางทีกัดจนเล็บฉีกถึงเนื้อ เลือดออก ไม่ทราบว่ามีวิธีแก้ไขอาการชอบกัดเล็บหรือเปล่าครับ รบกวนช่วยแนะนำผมหน่อย และอยากทราบว่าเป็นกรรมพันธุ์หรือเปล่าครับ เพราะคนในครอบครัวก็กัดเล็บกันหมด
พิชิต กาญจนโอฬารศิริ / จ.กรุงเทพฯ
A : ก่อนอื่น ก็ขอสวัสดีปีใหม่ 2550 กับคุณผู้อ่าน HealthToday ทุกท่านนะครับ สำหรับคำถามแรกของปีนี้นับว่าน่าสนใจมากครับ จึงขอเล่าถึงเรื่อง กัดเล็บ หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า nail biting ให้ฟังนะครับ ผู้ที่ชอบกัดเล็บเช่นในกรณีของคุณพิชิตนี่ คือ คนที่มีนิสัยชอบกัดเล็บมือหรือเล็บเท้า ซึ่งมักจะกัดเล็บในช่วงที่ตื่นเต้น เครียด หิว หรือเบื่อ ในบางรายมีความผิดปกติทางจิตใจร่วมด้วยได้ ชื่อภาษาแพทย์ของอาการชอบกัดเล็บคือ chronic onychophagia
เราพบการกัดเล็บได้ใน

• เด็กอายุ 7- 10 ขวบ ร้อยละ 2833
• วัยรุ่น ร้อยละ 44
• วัยผู้ใหญ่ตอนต้น ร้อยละ 1929
• วัยผู้ใหญ่ ร้อยละ 5
• พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง
ข้อเสียของการกัดเล็บนั้น นอกจากจะทำให้เสียบุคลิกภาพแล้ว การกัดเล็บยังอาจทำให้เกิดการถ่ายทอดเชื้อโรค จากเล็บเข้าสู่ปาก ในความเป็นจริงแล้ว ร้านเสริมสวยที่ใช้เครื่องมือไม่สะอาด ก็อาจถ่ายทอดเชื้อโรคที่เล็บได้เช่นกัน เช่นการตะไบเล็บที่ไม่สะอาดอาจถ่ายทอดโรคเชื้อราที่เล็บ แบคทีเรีย เช่น Staphylococcus และเชื้อไวรัส จากลูกค้าคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้ ในบางรายโดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการย้ำคิดย้ำทำ จะไม่กัดแค่เล็บแต่จะกัดผิวหนังและเยื่อบุเล็บทำให้เกิดแผลที่ผิวหนังและติดเชื้อโรคได้ง่ายขึ้น
ผู้ที่ชอบกัดเล็บอาจทำงานที่ต้องอาศัยมือได้ไม่ดี เช่น การเขียน พิมพ์ วาดภาพ ขับรถ เพราะนิ้วมือมีแผลและเจ็บ และยังมีความอายและวิตกกังวลที่มีเล็บและนิ้วมือแลดูผิดปกติ จึงต้องพยายามหลบซ่อนมือไม่ให้ผู้อื่นเห็น นอกจากนี้การกัดเล็บยังทำให้เคลือบฟันสึกกร่อน เกิดฟันผุได้ง่ายด้วยครับ
การรักษา มียาบางจำพวกที่รักษาอาการกัดเล็บได้ผลดี แต่ต้องปรึกษาแพทย์ผิวหนังและจิตแพทย์ก่อนใช้ยา ได้แก่
• ยารักษาอาการซึมเศร้า (antidepressant) รุ่นใหม่ๆ ยากลุ่มนี้รักษาอาการของผู้ที่ชอบดึงทึ้งผมตัวเองเล่น จนผมร่วงเป็นหย่อมๆ (trichotillomania) ได้ด้วย ยากลุ่มนี้ได้แก่ clomipramine , fluoxetine, sertraline, paroxetine, fluvoxamine, citalopram, escitalopram, nefazolone และ venlafaxine
• ยารักษาโรคจิตเวช เช่น จิตเภท (schizophrenia) ในขนาดยาต่ำ เช่น risperidine, olazapine, quetiapine, ziprasidone และ aripiprazole จะช่วยเสริมฤทธิ์ยารักษาอาการซึมเศร้า ในการรักษาโรคกัดเล็บ
• ยากลุ่มวิตามินบี คือ inositol ช่วยลดความอยากกัดเล็บ โดยการเสริมฤทธิ์ของ serotonin ในสมอง
• การทำพฤติกรรมบำบัด หรือ การสะกดจิต โดยจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา
• การทาเล็บด้วยสารเหม็นๆ เช่น ยาทาเล็บบางอย่าง หรือสารขมๆ เช่น บอระเพ็ด อาจช่วยลดการกัดเล็บได้
• บางรายอาจทดลองใช้หนังยางรัดข้อมือ และทุกครั้งที่ยกนิ้วขึ้นมากัดอาจให้คนในครอบครัวหรือเพื่อน หรือตนเอง ดึงหนังยางเพื่อดีดข้อมือให้เจ็บ เป็นการเตือนตนเองไม่ให้กัดเล็บ
• อาจใช้วิธีจดบันทึกทุกครั้งที่กัดเล็บ อาจหาสาเหตุได้ว่ากัดเล็บเพราะอะไร บางคนอาจตั้งเป็นความหวังปีใหม่ที่จะเลิกกัดเล็บ
• การจัดฟัน อาจช่วยให้เลิกการกัดเล็บได้ เพราะช่วงที่จัดฟันจะกัดเล็บไม่ได้ หรือกัดได้แต่ลำบากมาก
• การตัดเล็บให้สั้น เพ้นท์เล็บให้สวย (ในผู้หญิง เวลากัดจะได้เสียดาย เพราะค่าเพ้นท์แพง) หางานอดิเรก เช่น วาดภาพ เขียนหนังสือ พยายามให้มือไม่ว่าง หรือในกรณีของคุณพิชิตเวลานั่งดูโทรทัศน์จะกัดเล็บ ให้หาลูกบอลเล็กๆ มาบีบเล่นแทน หรือใช้ปากกาขีดเขียนอะไรไปเรื่อยๆ อาจหาหมากฝรั่งหรือมินต์มาเคี้ยวหรืออม เพราะถึงมือจะว่างแต่ถ้าปากไม่ว่างก็กัดเล็บไม่ได้ บางรายอาจสวมถุงมือหรือใช้พลาสเตอร์หรือสติกเกอร์ปิดเล็บ เพื่อลดอาการกัดเล็บลง
ท้ายสุดสำหรับคำถามนี้ เรื่องของการกัดเล็บไม่น่าใช่โรคกรรมพันธุ์ครับ
เรื่องผมบาง
Q : สวัสดีค่ะ ดิฉันเป็นแฟนคนหนึ่งที่ติดตามอ่านคอลัมน์ตอบปัญหาของคุณหมอประวิตรมาตลอดค่ะ ดิฉันอายุ 21 ปี มีปัญหาเกี่ยวกับหนังศีรษะ และเส้นผม เมื่อสมัยเด็กๆ ดิฉันเป็นคนที่ผมหนาและสวยมาก แต่พอเริ่มมีประจำเดือน (12 ปี) ผมก็เริ่มร่วง โดยเฉพาะตรงช่วงกลางศีรษะ ตั้งแต่ผมร่วงครั้งนั้นผมของดิฉันก็บางลง โดยเฉพาะช่วงกลางศีรษะผมไม่ยอมขึ้น จนกลายเป็นคนผมบาง (หัวล้าน) ไปเลยค่ะ ตอนแรกๆ ดิฉันก็ไม่ค่อยใส่ใจเรื่องนี้มากเท่าไหร่ค่ะ แต่พอเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมีคนทักเรื่องผมมากขึ้น ทำให้ดิฉันขาดความมั่นใจ พยายามทำทรงผมปิดกลางศีรษะตลอด ไม่กล้าปล่อยผมโชว์เลยค่ะ
ก่อนหน้านี้ดิฉันพยายามหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปลูกผมมาใช้ แต่ก็ไม่ได้ผลเท่าไหร่ จนสุดท้ายดิฉันไปหาคุณหมอที่รักษาเกี่ยวกับผิวหนัง เขาก็ให้ยาปลูกผม + Tonic + ยากิน (ไม่รู้ว่ายาอะไร เป็นเม็ดวงรีสีเขียว ขนาด 5 mg) พอใช้ไปประมาณครึ่งเดือน ขนก็เริ่มขึ้นเต็มตัว เต็มหน้าเลยค่ะ ส่วนผมที่กลางศีรษะก็ขึ้นบ้างแต่ไม่มาก พอขนเริ่มขึ้นมาก ดิฉันก็หยุดกินยาไปเลย ( โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์) หลังจากนั้นขนก็ไม่ขึ้นอีกเลย
ตอนนี้ดิฉันหยุดกินยานั้นมาประมาณ 4 เดือนแล้ว ผมตรงกลางศีรษะก็กลับมาบางอย่างเดิม ดิฉันกลุ้มใจมาก จึงอยากเรียนถามคุณหมอว่า
• มีวิธีไหนอีกบ้างที่จะทำให้ผมขึ้น (ยาปลูกผมที่ใช้กันทั่วไป ส่วนใหญ่ใช้กับผู้ชาย มียาไหนที่ใช้ได้ดีกับผู้หญิงบ้างคะ)
• เพื่อนเคยบอกให้ดิฉันโกนหัว แล้วใส่วิกแทน เผื่อว่าผมที่ขึ้นมาใหม่จะดีขึ้นค่ะ วิธีนี้จะใช้ได้ผลไหมคะ?
ภานุช พรรักษาดี / จ.เพชรบูรณ์
A : ลักษณะที่เล่ามานั้น สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นอาการผมบางแบบพันธุกรรมในเพศหญิง (female-pattern alopecia) ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ
แบบที่ 1 ผมบางบริเวณด้านบนของศีรษะ พอสังเกตเห็นรอยแสกที่กว้างขึ้นโดยที่แนวผมด้านหน้ายังคงปกติ
แบบที่ 2 ผมบางบริเวณด้านบนของศีรษะจนเห็นได้ชัด โดยที่แนวผมด้านหน้ายังคงปกติ
แบบที่ 3 ผมบริเวณด้านบนของศีรษะล้าน ยังมีแนวผมด้านหน้าเหลืออยู่
ผู้หญิงที่ผมบางแบบกรรมพันธุ์โดยที่ต่อมไร้ท่อปกติ มักมีผมบางลงอย่างช้าๆ แต่ถ้ามีผมบางอย่างรวดเร็ว มีขนขึ้นดกตามลำตัว และมีสิวขึ้นเห่อมาก หรือมีผมบางลงช้าๆ แต่พบร่วมกับประจำเดือนผิดปกติ มีสิวมาก และขนดก ควรพบอายุรแพทย์ ซึ่งอาจต้องตรวจการทำงานของต่อมไร้ท่อด้วย
ในกรณีที่ผมบางแบบกรรมพันธุ์ในเพศหญิง โดยที่ไม่มีความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ อาจใช้ยาทา Minoxidil ความเข้มข้นร้อยละ 2 ผมจะค่อยๆ ขึ้นมาใหม่ได้ ไม่ควรใช้ Minoxidil ในรูปยารับประทาน เพราะจะทำให้หนวด เคราและขนตามลำตัวขึ้นดก และอาจเกิดผลแทรกซ้อนของการใช้ยานานๆ ยาทาตัวนี้ใช้ได้ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย แต่ถ้าหยุดทายาเมื่อไรผมก็จะค่อยๆ ร่วงเหมือนเดิม
ส่วนยารับประทาน Finasteride ที่ใช้รักษาผมบางแบบกรรมพันธุ์ ในเพศชาย (male-pattern alopecia) นั้น ยังไม่ใช้ในเพศหญิง เพราะไม่ได้ผลและมีผลเสียจากยาได้ แต่ก็มีรายงานว่าในเพศหญิงที่มีผมบางจากการที่มีแอนโดรเจนมากผิดปกติ เมื่อรับประทานยา Finasteride อาจมีผมขึ้นได้
การสวมวิกที่เหมาะสม นับว่าเป็นวิธีแก้ปัญหาผมบางที่ได้ผลดีที่สุดวิธีหนึ่งครับ
สำหรับผู้อ่าน HealthToday ที่มีคำถามเกี่ยวกับเรื่องผิวหนัง ผม เล็บ เครื่องสำอาง ความงาม กรุณาส่งคำถามมาได้ที่ นพ.ประวิตร พิศาลบุตร คอลัมน์ Healthy Skin Q&A นิตยสาร HealthToday 58-60 ซ.สุขุมวิท 62 บางจาก พระโขนง กรุงเทพฯ 10260 หรือจะถามมาที่ email : pravitbisalbutra@hotmail.com หรือ drpravit@yahoo.com ก็ได้ครับ คำถามใดได้ลงตีพิมพ์จะมีรางวัลสมนาคุณเล็กๆ น้อยๆ
ให้ครับ
|