สิวจานด่วน, งูสวัด
Article : นพ.ประวิตร พิศาลบุตร
สิวจานด่วน
Q : ผมไปทำงานพิเศษภาคฤดูร้อนในสหรัฐอเมริกาโดยรับหน้าที่ย่างเนื้อในร้านอาหารฟาสต์ฟูด โดยก่อนหน้านั้นผมเคยรักษาสิวด้วยการกินยากรดวิตามินเอ (isotretinoin) ครบคอร์ส และสิวก็หายเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อไปทำงานครั้งนี้ทำไมจึงมีสิวกำเริบขึ้นมาใหม่ครับ
บีม/กรุงเทพ ฯ
A : สิวลักษณะที่เล่ามาน่าจะเข้าข่าย สิวแม็คโดนัลด์ (McDonald's acne) ที่มีรายงานครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2517 ซึ่งพบกลุ่มวัยรุ่นมีสิวเห่อที่ใบหน้า และบางรายเป็นที่หน้าอกด้านบน โดยจะพบสิวชนิดนี้เห่อมากในช่วงฤดูร้อน และมีประวัติว่ากำลังทำงานตามร้านอาหารจานด่วน สันนิษฐานว่าสิวพวกนี้น่าจะเกิดจากการสัมผัสไอน้ำมันหรือไขมันจากการปิ้งย่างอาหาร จึงตั้งชื่อว่า สิวแม็คโดนัลด์ หรือ สิวจานด่วน
ปัจจัยที่ทำให้เป็นสิวจานด่วน ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการทำงานในห้องครัวซึ่งมักเป็นงานหนัก จึงก่อให้เกิดความเครียด อันเป็นสาเหตุให้เกิดสิวได้ นอกจากนั้นการทำงานในร้านอาหารจานด่วนทำให้มีโอกาสรับประทานอาหารจำพวกนี้มากขึ้น เพราะอาหารเหล่านี้มักจะมีเกลือสูง จึงได้รับสารไอโอไดด์ (iodides) ที่เป็นตัวการทำให้สิวเห่อได้ ประกอบกับอาหารฟาสต์ฟูดจะมีคาร์โบไฮเดรตอย่างพวกแป้งและน้ำตาลสูง ซึ่งก็ทำให้เป็นสิวได้ ส่วนการดื่มนมหรือกินผลิตภัณฑ์จากนม (เช่น เนยแข็งที่สอดไส้แฮมเบอร์เกอร์) มากเกินควร ก็พบว่าอาจเพิ่มสิวได้เช่นกัน ดังนั้นการทำงานในร้านอาหารจานด่วนที่มีความเครียด อยู่ในที่ร้อนชื้น สัมผัสไอน้ำมัน ไขมัน และมีโอกาสได้รับประทานอาหารจานด่วนที่มักมีแป้ง ไขมัน เนย และเกลือไอโอไดด์สูง ตลอดจนภาวะความเป็นวัยรุ่นที่มักเป็นสิวง่ายอยู่แล้ว เหล่านี้น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณเป็น สิวจานด่วน ครับ
งูสวัด
Q : อยากทราบเรื่องโรคงูสวัด เพราะคุณแม่อายุ 68 ปีเป็นโรคนี้ที่ก้นและขาซ้าย ตอนนี้แผลหายแล้วแต่ยังปวดอยู่ค่ะ ทิพย์วิภา/เชียงใหม่
A : โรคงูสวัดเกิดในผู้ที่เคยเป็นอีสุกอีใสมาแล้ว โดยการติดเชื้อไวรัสตัวนี้ครั้งแรกมักเป็นในช่วงเด็ก เรียกว่าโรคอีสุกอีใส โดยในช่วงที่ไวรัสแพร่กระจาย ไวรัสจะฝังตัวอยู่ในไขสันหลัง ซึ่งมักเป็นที่เส้นประสาทรับความรู้สึก โดยไวรัสจะอยู่ในระยะสงบได้นานหลายปี แต่ถ้าต่อมาไวรัสถูกกระตุ้น และเจริญเติบโตตามเส้นประสาทเส้นที่มันฝังตัวมาสู่ผิวหนัง ก็จะทำให้เกิดงูสวัดขึ้น ส่วนใหญ่มักพบงูสวัดในผู้ใหญ่โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ งูสวัดเป็นโรคที่ติดต่อได้ แต่ผู้ที่ได้รับเชื้อจะแสดงอาการของการเป็นอีสุกอีใส (เพราะงูสวัดเกิดจากเชื้อในตัวเองของผู้เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อน)
สำหรับอาการของงูสวัดที่พบบ่อยคืออาการปวด ซึ่งอาจรุนแรงมาก และอาจเป็นเพียงจุดเดียว หรือปวดร้าวไปตามแนวเส้นประสาท นอกจากนี้ผู้ป่วยมักรู้สึกไม่สบาย ครั่นเนื้อครั่นตัว มีไข้ และปวดศีรษะ ภายใน 1-3 วันหลังเริ่มมีอาการปวดจะพบตุ่มน้ำใสตามตำแหน่งผิวหนังที่มีอาการเจ็บนำมาก่อน ตุ่มน้ำมักอยู่เป็นหย่อมๆ บนผิวหนังที่อักเสบแดง หย่อมของรอยโรคมักเรียงตัวตามแนวเส้นประสาท ซึ่งมักเป็นเพียงเส้นเดียว ลักษณะที่พบหย่อมตุ่มน้ำบนผิวหนังที่อักเสบแดงและมีอาการปวดมากจึงเรียกว่า แถบหรือเข็มขัดดอกกุหลาบจากนรก หรือ the band (belt) of roses from hell ซึ่งต่อมาจะกลายเป็นตุ่มหนอง แตกออก และตกสะเก็ด งูสวัดพบได้บ่อยที่บริเวณหน้าอก ลำคอ หน้าผาก และก้น/ก้นกบ ซึ่งหลังจากรักษาหายแล้ว ผู้ป่วยมักมีอาการปวดหลังเป็นงูสวัดได้ โดยมักจะพบอาการปวดเพิ่มขึ้นตามอายุ และถ้าเป็นงูสวัดที่ใบหน้ามักมีอาการปวดตามมาสูงขึ้น โดยอาการปวดหลังจากเป็นงูสวัดนี้จะรักษาได้ค่อนข้างยาก แต่ก็มีการใช้ยาลดอาการปวด เช่น ยาชาชนิดทา ยาทาสารสกัดจากพริก (capsaicin) ยารับประทาน เช่น กลุ่มต้านโรคซึมเศร้า กลุ่มต้านโรคลมชัก การฝังเข็ม และการฉีดสารพิษโบทูลินั่มตรงตำแหน่งที่ปวด
ในปัจจุบันมียาต้านไวรัสที่ช่วยลดอาการของงูสวัดลงได้มาก โดยพบว่ายาน้ำสมุนไพรเสลดพังพอนช่วยลดอาการปวดแสบปวดร้อน และทำให้แผลแห้งเร็วขึ้น สำหรับผู้ป่วยที่เป็นงูสวัดที่ใบหน้า รวมถึงกลุ่มผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานต่ำและกลุ่มผู้สูงอายุแนะนำให้ใช้ยาต้านไวรัสชนิดรับประทานครับ
| คุณผู้อ่าน HealthToday ที่มีคำถามเกี่ยวกับโรคผิวหนัง สิว ฝ้า ผม เล็บ การดูแลผิวพรรณ สามารถส่งคำถามของท่านมาได้ที่ นายแพทย์ประวิตร พิศาลบุตร email: drpravit@yahoo.com และเจ้าของทุกคำถามที่คุณหมอคัดเลือกมาตอบ จะได้รับหนังสือของ นายแพทย์ประวิตร พิศาลบุตร เป็นของสมนาคุณ |
|