สารพันปัญหาผิวพรรณ...ส่งท้ายปีเก่า
ตรวจผิวหนังด้วยตัวเองได้อย่างไร
Q. พี่ชายมีตุ่มนูนเล็กๆ เรื้อรังที่เหนือริมฝีปาก คุณหมอตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจแล้วบอกว่าเป็นมะเร็งผิวหนัง เลยกังวลกันทั้งครอบครัว อยากเรียนถามวิธีการตรวจผิวหนังด้วยตนเองครับ
จตุรวิทย์ / กรุงเทพฯ
A. ปัจจุบันพบมะเร็งผิวหนังสูงขึ้นทั่วโลก การหมั่นตรวจตราผิวด้วยตัวเองจึงเป็นวิธีสำคัญในการดูแลผิวและช่วยให้ตรวจพบมะเร็งผิวหนังในระยะแรกได้เร็วขึ้น สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกันแนะนำวิธีการตรวจผิวหนังด้วยตัวเองว่า ต้องอาศัยกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นได้ทั้งตัว และกระจกที่ใช้มือถือได้ รวมถึงห้องที่มีแสงสว่างพอ โดยการยืน (แก้ผ้า) หน้ากระจก มองดูผิวทั่วร่างกาย และใช้กระจกในมือส่องดูบริเวณที่มองไม่เห็นด้วยกระจกบานใหญ่ โดยต้องไม่ลืมดูบริเวณหลัง รักแร้ อวัยวะเพศ ฝ่ามือฝ่าเท้า ซอกนิ้วมือนิ้วเท้า หนังศีรษะ ซึ่งต้องแหวกผมดูทีละส่วน และควรทำความคุ้นเคยกับไฝ ปาน ตำหนิ หรือริ้วรอยต่างๆ ที่มีอยู่เดิม เพื่อจะได้คอยสังเกตดูการเปลี่ยนแปลงของขนาด สี รูปร่าง และความรู้สึกจากการสัมผัส (คือ ลองลูบดู) ได้ง่ายขึ้น
ลักษณะผิวหนังที่ชวนให้คิดว่าอาจเป็นมะเร็งผิวหนัง คือ เป็นแผลเรื้อรังไม่ยอมหายเสียที ตุ่มนูนที่มีขอบยกรอบนอก เส้นดำหรือน้ำตาลใต้เล็บ กลุ่มของตุ่มสีชมพูที่อยู่เป็นหย่อม แผลเป็นที่ดูเหมือนขี้ผึ้ง หย่อมผิวซึ่งแข็งกว่าปกติที่อาจบุ๋มลงไปเล็กน้อย ส่วนไฝหรือปานให้ดูว่า มีเลือดออก มีอาการคัน และมีลักษณะที่เปลี่ยนแปลงหรือไม่ ที่น่าเป็นห่วง คือ อาจจะเป็นลักษณะของมะเร็งไฝดำ ซึ่งขอให้ใช้สูตร ABCD ในการดูดังนี้ A = Asymmetry คือ ลักษณะของไฝสองซีกไม่เหมือนกัน B = Borders คือ ขอบเขตของไฝมีแขนขา แลดูไม่เรียบ C = Color คือ มีสีสันไม่สม่ำเสมอ D = Dimension คือ มีขนาดโตเกิน 6 มิลลิเมตร หรือโตกว่ายางลบที่ติดกับก้นดินสอ แต่ตำหนิผิวหนังที่เล็กกว่านี้ก็มีอันตรายได้ โดยเฉพาะถ้ามีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะอื่นที่กล่าวไปแล้วร่วมด้วย
หากพบความผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์ผิวหนัง เพราะมะเร็งผิวหนังร้อยละ 95 รักษาหายได้ ถ้ารักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นครับ
ตีนการักษาอย่างไรดี ?
Q. ดิฉันเป็นแอร์ต้องยิ้มแย้มตลอดเวลา ทำให้มีตีนกาขึ้นเร็วมาก อยากทราบวิธีทางการแพทย์ในการรักษาตีนกาหน่อยค่ะ เพชรพราย / สมุทรปราการ
A. อาชีพที่ต้องฉีกยิ้มอยู่ตลอดทำให้เกิดตีนกาได้เร็วขึ้นจริง เพราะกล้ามเนื้อรอบดวงตาจะแข็งเกร็ง การรักษาทำได้โดยการทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวลงด้วยการฉีดสารพิษโบทูลินัม (หรือที่เรียกกันว่าโบท็อกซ์ ซึ่งมีชื่อจริงว่า onabotulinumtoxinA) โดยแพทย์จะฉีดที่ตำแหน่งประมาณ 1 เซนติเมตรจากหางตา แล้วให้ผู้ป่วยยิ้มจนตาหยี เพื่อฉีดตามแนวเส้นที่เกิดเหนือและใต้หางตา ต้องไม่ฉีดต่ำกว่าโหนกแก้ม เพราะยาอาจกระจาย ทำให้มุมปาก 2 ข้างไม่เท่ากันเวลายิ้ม หรืออาจฉีดเข้าในผิวหนังให้เกิดเป็นตุ่มนูน เพราะถ้าฉีดเข้ากล้ามเนื้ออาจเกิดรอยจ้ำเขียว โดยยาจะซึมจากผิวหนังไปสู่กล้ามเนื้อรอบดวงตา ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวและรอยตีนกาจางลง แต่ผลของการฉีดจะอยู่ได้ราว 3-6 เดือนเท่านั้นครับ
เป็นสิวแล้วควรทำความสะอาดใบหน้าบ่อยๆ ไหม ?
Q. เป็นสิวแล้วเครียดมาก เลยเฝ้าแต่ล้างหน้า อยากทราบว่าถ้าเป็นสิวควรล้างหน้าบ่อยๆ ไหมคะ ?
จีรณา / สมุทรสาคร
A. ไม่ควรครับ ที่จริงแล้วการทำความสะอาดผิวมากเกินไปจัดเป็นปัญหาที่พบบ่อยในการรักษาสิว เนื่องจากการรักษาสิวนั้นมักทำให้สารเคลือบผิวตามธรรมชาติอ่อนแอลง จึงขอแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ระคายเคืองต่อผิว เพราะการใช้ผลิตภัณฑ์ที่แรงๆ หรือการทำความสะอาดผิวมากเกินไป จะทำให้กระบวนการสร้างเคอราตินของเซลล์ผิวหนัง (ซึ่งเรียกง่ายๆ ว่าชั้นขี้ไคล) ไม่เกิดขึ้นตามปกติ ส่งผลให้ผิวหยาบ แห้ง ลอก แดง มีตุ่ม หรือระคายเคือง ทำให้แสบ คัน มีสิวอุดตัน และมีจำนวนเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังมากขึ้น โดยเฉพาะแบคทีเรียที่ก่อโรค
การทำความสะอาดผิวหน้านั้นควรทำเฉพาะ เวลาเช้า เพื่อล้างเศษยาทารักษาสิวที่หลงเหลืออยู่ออก เพราะยารักษาสิวที่ทาก่อนนอน (กรดวิตามินเอ) ทำให้ผิวไวต่อแสง เวลาเย็น เพื่อล้างครีมกันแดดและเมกอัพ หลังทำกิจกรรมที่ร้อนและมีเหงื่อออกมากๆ ล้างหน้าแค่นี้พอแล้วครับ
| คุณผู้อ่าน HealthToday ที่มีคำถามเกี่ยวกับโรคผิวหนัง สิว ฝ้า ผม เล็บ การดูแลผิวพรรณ สามารถส่งคำถามของท่านมาได้ที่ นายแพทย์ประวิตร พิศาลบุตร email: drpravit@yahoo.com และเจ้าของทุกคำถามที่คุณหมอคัดเลือกมาตอบ จะได้รับหนังสือของ นายแพทย์ประวิตร พิศาลบุตร เป็นของสมนาคุณ |
|