รักร่วม(สุข)เพศ (ตอนที่ 2)
นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล
เพิ่งเริ่มผ่านปีใหม่กันไปเพียงแค่เดือนเดียว
หลายท่านคงยังอยู่ในช่วงเวลาแห่งความสุข
และสำหรับวันแห่งความรักในเดือนนี้ที่หนุ่มสาวหลายๆ คู่ให้ความสำคัญ
ผมก็เคยให้แง่คิดในเรื่องการรู้จักแยกแยะ ระหว่างความรักและ sex
เพื่อมิให้วันแห่งความรักกลายเป็นวันแห่งความทุกข์ตามมาในภายหลังไปบ้างแล้ว
หวังว่าคุณที่ได้อ่านน่าจะยังพอจำกันได้นะครับ
ฉบับนี้ยังคงเป็นตอนต่อจากเรื่องที่นำเสนอไปเมื่อฉบับที่แล้ว
ที่ว่าด้วยการมีความสุขในชีวิตของคนที่เป็นรักร่วมเพศโดยเฉพาะเกย์
เมื่อพูดถึงเรื่องของเกย์แล้วก็คงต้องพูดถึงเรื่องของกลุ่มที่เป็นทอมดี้หรือเลสเบี้ยนด้วย
เพื่อมิให้น้อยใจ เดี๋ยวจะหาว่าไม่น่าสนใจและไม่ให้ความสำคัญ
ทอมดี้มีแบบไหนบ้าง
คุณอาจจะเคยเห็นสาวๆ บางคน
เดินควงกับหนุ่มน้อยหน้าตาน่าเอ็นดูมองละม้ายคล้ายผู้หญิง ซึ่งความจริงก็คือผู้หญิงนั่นล่ะครับ
ดูผิวเผินก็เหมือนเพื่อนสนิทที่เดินจับมือ กอดกันไม่น่าเกลียดอะไร
แต่บางคนรูปลักษณ์อาจจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างคือแม้ว่าจะเป็นผู้หญิงเดินกอดกัน
แต่ทว่าหญิงอีกคนดูแมนมากๆ เพราะผมสั้น ดูห้าวๆ บางคนก็เสียงใหญ่ๆ ถ้ามองข้างหลังก็คิดว่าเป็นผู้ชายได้
ความจริงเรื่องแบบนี้มีมานานไม่เฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นเท่านั้น แต่มีอยู่ทุกวัย เหมือนกลุ่มเกย์
แต่การเปิดตัวหรือการยอมรับในสังคมยังไม่มากนัก อาจต้องแอบๆ หลบซ่อนไป
หลายคนที่เป็นแบบนี้อยากให้เรียกว่า เลสเบี้ยน มากกว่าคำว่า ทอม หรือ ดี้
เหมือนกับที่เกย์ไม่อยากให้เรียกว่ากะเทยหรือตุ๊ด
เนื่องจากบางคู่ก็ดูเป็นหญิงทั้งคู่ไม่มีใครที่ออกไปทางผู้ชายหรือผู้หญิงมากเกินไป
ซึ่งสถานะแบบนี้ดูจะมีความสุขมากกว่าเพราะไม่ต้องคอยกังวลว่าใครจะมาสนใจหรือแอบนินทา
แต่ว่าเวลาที่อยู่ด้วยกันสองต่อสอง
บทบาททางเพศก็เป็นแบบรักร่วมเพศซึ่งเป็นรสนิยมส่วนตัวของแต่ละคู่ไป
สาเหตุของการเป็นเลสเบี้ยน
มีผู้ปกครองหลายคนมาปรึกษาด้วยสีหน้าที่กลุ้มใจไม่น้อยไปกว่าการที่
ลูกชายเป็นเกย์เลย เพราะลูกสาวบางบ้านเริ่มแสดงกิริยาที่ออกจะ แมน มากเกิน
คือมีวิถีชีวิต การพูด แนวคิดเป็นผู้ชายเสียมากกว่า
ซึ่งพ่อแม่หลายคนไม่เข้าใจและบางครั้งก็ดุด่าว่ากล่าวห้ามปราม แถมบางบ้านโกรธลูกไปเลยก็มี
ความจริงแล้วสาเหตุมีอยู่หลายแบบดังต่อไปนี้
• สาเหตุด้านปัจจัยชีวภาพ (Biological Factors)
พูดง่ายๆ คือเรื่องของสมองและฮอร์โมนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง
มีการพูดถึงฮอร์โมนเพศชายที่เรียกว่าเทสโทสเตอโรน (Testosterone)
ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเพิ่มความต้องการทางเพศต่อเพศหญิง (คือความรู้สึกของเพศชายที่มีต่อเพศหญิง)
และอาจจะแฝงด้วยพฤติกรรมก้าวร้าว (Aggressiveness) ซึ่งพบในเพศชายมากกว่าหญิงอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตามสาเหตุนี้พบได้ไม่บ่อยในการพัฒนามาเป็นเลสเบี้ยน
• สาเหตุด้านจิตสังคม (Psychosocial Factors)
เป็นสาเหตุสำคัญในการแสดงออกถึงความเป็น ชาย หรือ หญิง
พบว่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เด็กประสบหลังจากคลอดออกมาแล้วมีอิทธิพลต่อชีวิตมากกว่าฮอร์โมนหรือพันธุกรรม
ตั้งแต่ตอนอยู่ในครรภ์เสียอีก ดังนั้นการเลี้ยงดูมีผลต่อการพัฒนาจิตใจ
อารมณ์ความรู้สึกของคนกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก
จากการศึกษาพบว่าเด็กที่มีพัฒนาการด้านนี้เกิดจากพื้นฐานอารมณ์แรกเกิดของตัวเด็กเอง (Temperament)
ร่วมกับคุณภาพและทัศนคติในการเลี้ยงดูของพ่อแม่เป็นหลัก
ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีของฟรอยด์ซึ่งให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องความขัดแย้งทางด้านจิตใจ
ในช่วงพัฒนาการในวัยเด็ก ที่เรียกว่า ปมออดิปุส (Oedipal complex)
อันประกอบด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นในครอบครัวจริงๆ ร่วมกับแฟนตาซีของเด็กเองด้วย
มีผลต่อความรู้สึกรักพ่อแม่ที่เป็นเพศเดียวกับตนเองหรือเพศตรงข้าม
นำมาสู่การพัฒนาในตอนโตว่าจะชอบเพศเดียวกันหรือชอบเพื่อนต่างเพศ
นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบอีกว่าในช่วงขวบปีแรกจนถึงอายุ 2-3 ขวบ
คุณภาพของความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกก็มีส่วนในการพัฒนาเรื่องนี้ด้วย เช่น
ลูกสาวที่มีสัมพันธภาพกับแม่ไม่ดี มีแม่ที่ก้าวร้าวมากๆ
ก็อาจจะไม่สามารถเลียนแบบแม่เพราะรู้สึกเกลียดแม่ จึงหันไปเลียนแบบพฤติกรรมแบบผู้ชายของพ่อแทน
หรือในบางบ้านที่พ่อก้าวร้าวมากๆ ลูกสาวสงสารแม่
พยายามปกป้องแม่ จนเกลียดอะไรทุกอย่างที่เป็นผู้ชาย
แต่ในขณะเดียวกันก็วางตัวเป็นผู้ชายเพื่อให้ดูว่าตนเองสามารถเข้มแข็งปกป้องแม่ได้
หรือต้องการการยอมรับไม่แพ้เพศชายในบางสังคม เช่น
สังคมที่ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว เป็นต้น
สาเหตุแต่ละครอบครัวอาจแตกต่างกันออกไป และบางครอบครัวก็มีความซับซ้อนไม่น้อย
ส่วนสาเหตุที่คาดเดาว่าเป็นตามกระแสนิยมนั้น
ยังไม่ค่อยน่าเชื่อถือสักเท่าไร เพราะถ้าไม่มีใจชอบอยู่ลึกๆ
หรือเป็นจริงก็คงเป็นแบบนี้ได้ไม่นาน
ถึงจุดหนึ่งด้วยธรรมชาติของผู้หญิงคงไม่มีใครสามารถห้ามความรู้สึกหรือจิตใจได้หรอกครับ ผู้หญิงก็เป็นผู้หญิงวันยังค่ำ
เหมือนกับคนที่เป็นรักร่วมเพศก็คงเป็นอย่างนั้น ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนได้อย่างแท้จริง
ถึงแม้จะทำเพื่อสร้างภาพหลอกคนอื่น
แต่ในที่สุดความอดทนก็ย่อมมีขอบเขตจำกัดอยู่ดีอง
พฤติกรรมทางเพศและอารมณ์ของเลสเบี้ยน
เมื่อได้ทราบที่มาที่ไปว่ามีสาเหตุมาจากหลายๆ ส่วนแล้วนั้น
คงทำให้เราเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของคนที่เป็นเลสเบี้ยนมากขึ้น
ซึ่งอารมณ์ทางเพศนั้นคงถูกกำหนดมาด้วยทั้งสองปัจจัยดังกล่าว คือ
ทั้งทางชีวภาพและทางด้านจิตใจหรือการเลี้ยงดูโดยเฉพาะในกลุ่มทอม
แต่กลุ่มที่เป็นดี้ค่อนข้างซับซ้อนกว่า เพราะมีทั้งดี้จริงและไม่จริง คือ
เป็นผู้หญิงที่ความจริงก็ชอบผู้ชาย และอยากมีsex กับผู้ชายมากกว่า
แต่กลับไปชอบทอมเพราะทอมเอาใจเก่งกว่า
บางรายนอกจากไม่ค่อยได้รับการเอาใจใส่จากผู้ชายแล้ว
ยังต้องเป็นที่รองรับอารมณ์ต่างๆ รวมทั้งเสียเงินเสียทองให้มากมาย
แต่ในที่สุดเมื่อเจอผู้ชายที่เอาใจใส่หรือถูกใจกว่าทอมก็พร้อมจะเปลี่ยนตัวเองกลับมามีแฟนเป็นชายต่อไป
ในขณะที่ดี้หรือผู้หญิงหลายๆ คน
เปรียบเทียบว่าทอมนั้นเอาอกเอาใจสารพัด
แม้กระทั่งเรื่องบนเตียงที่ผู้ชายหลายคนยังทำให้ได้ไม่ดีเท่า
ส่วนกลุ่มที่เป็นดี้จริงๆ นั้นอาจจะเคยหรือไม่เคยมีแฟนเป็นผู้ชายมาก่อน
แต่ไม่ประทับใจในความรักหรือความรู้สึกกับเพศตรงข้าม จึงเลือกใช้ชีวิตอยู่กับผู้หญิง(ทอม)อุ่นใจกว่า
ประเภทนี้แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางจิตใจเป็นสาเหตุดังกล่าวแล้ว
แต่ก็มีบางรายยังสับสนในบทบาทของตนเองว่าชอบผู้ชายหรือชอบผู้หญิงกันแน่
บางครั้งทอมบางคนก็แต่งงานมีสามี บางคนแต่งงานจนมีลูกแล้วต่อมาก็เลิกกับสามีแล้วมาอาศัยอยู่กับดี้
รวมๆ แล้วส่วนใหญ่ล้วนสร้างปัญหาตามมาให้กับลูกและตัวเอง
ด้วยสาเหตุหลักก็คือปัญหาทางด้านบุคลิกภาพหรือ
แนวคิดที่สับสนในบทบาทต่างๆ ของครอบครัว เด็กที่เกิดมาก็พลอยสับสนตามไปด้วย
ในด้านอารมณ์นั้น นอกจากอารมณ์รักใคร่แล้ว
สิ่งที่น่าเป็นห่วงในกลุ่มเลสเบี้ยนคืออารมณ์เวลาที่โกรธหรือไม่พอใจ
และนำมาซึ่งการชิงรักหักสวาทกัน เป็นคำถามที่ผมมักถูกสื่อถามเป็นประจำว่า
จริงหรือไม่ที่ทอมอารมณ์ร้อน คำตอบก็คือจริง
แต่ไม่ใช่ทุกราย และก็ไม่ต่างกับชายจริงหญิงแท้หรอกครับ
เพราะเวลาที่มีข่าวเกิดขึ้น สื่อมักจะหยิบจุดที่เป็นที่น่าสนใจมาพูดถึง
โดยลืมเปรียบเทียบความถี่ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน
ซึ่งพบว่ากลุ่มชายจริงหญิงแท้มีการรบราฆ่าฟันมากกว่าเสียอีก
อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องที่น่าห่วงใยและไม่ควรมองข้าม
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเป็นเลสเบี้ยนโดยเฉพาะที่เป็นทอม
เพราะเขามีลักษณะแสดงออกมาทางเพศชายมาก
ความเสี่ยงในการแสดงออกทางด้านอารมณ์มีมาก
ยิ่งเป็นวัยรุ่นอารมณ์ร้อนแล้วด้วย บวกกับการไม่ยอมรับหรือเข้าใจจากครอบครัว
อาจทำให้ขาดการควบคุมอารมณ์ตัวเอง
จนก่อให้เกิดคดีสะเทือนขวัญหรือนำมาซึ่งความสูญเสียมากมาย
อย่างที่เห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์
คำแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ลูกเป็นเลสเบี้ยน
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจกำลังกังวลและห่วงใยจนเป็นทุกข์
สำหรับครอบครัวที่ลูกเป็นดี้อาจจะดูไม่ค่อยออกเพราะพฤติกรรมที่แสดงออกก็ยังดูเป็นเด็กผู้หญิงอยู่
ในขณะที่ครอบครัวที่มีลูกเป็นทอมนั้นอาจกังวลหนักขึ้นเพราะดูท่าทีลูกสาวไม่เปลี่ยนกลับมาเป็นผู้หญิงจริงๆ เสียที นับวันยิ่งเป็นเหมือนผู้ชายมากขึ้น ด้วยความไม่เข้าใจและไม่ยอมรับพฤติกรรมเหล่านี้จึงทำให้หลายครอบครัวทุกข์ใจเป็นอย่างมากและหาทางออกไม่ได้
บางคนรู้สึกอับอายกลัวคนอื่นจะครหาจนไม่เป็นอันกินอันนอนเลยทีเดียว ดังนั้นคำแนะนำคือ
• ตั้งสติดีๆ อย่าเพิ่งตกใจหรือตีตนไปก่อนไข้
• อย่าแสดงท่าทีหรือสีหน้ารังเกียจลูกหลานของคุณ เพราะการแสดงให้เห็นว่าเราไม่ยอมรับในตัวเขา
จะยิ่งทำให้เด็กเตลิดไปกันใหญ่ และอาจจะไปเข้ากลุ่มเพื่อนที่ไม่ดี ยิ่งทำให้เกิดผลเสียมากขึ้น
• ลองสังเกตพฤติกรรมของลูก และให้เวลาพอสมควร ลองทดสอบดูบ้าง
เช่น ลองชมเวลาที่เขาแต่งตัวออกไปทางผู้หญิง และดูปฏิกิริยาว่าชอบหรือไม่ชอบ ถ้าชอบก็ชมบ่อยๆ ถ้าไม่ชอบก็เฉยๆ อย่าพยายามฝืนใจหรือบังคับ
• คอยตักเตือนหรือควบคุมพฤติกรรมอื่นๆ ที่ไม่เหมาะสม
เช่น พฤติกรรมก้าวร้าว ใจร้อน ไม่ใส่ใจในการเรียน และการคบเพื่อนที่นิสัยไม่ดี ซึ่งถ้าปล่อยไว้จะเป็นผลเสียระยะยาวต่อไป
• พึงระลึกเสมอว่า การเป็นเลสเบี้ยนนั้นมิใช่อันตรายของชีวิตหรืออนาคตของเด็กเสมอไป
ถ้าเราสามารถควบคุมให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม และมีสาเหตุจากหลายๆ อย่างที่ผ่านไปแล้ว อาจจะไม่สามารถแก้ไขเรื่องราวในอดีตได้
แต่สามารถประคับประคองสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตได้
• คิดเสียว่าอย่างไรเขาก็เป็นลูกของเรา
และการเป็นรักร่วมเพศนั้นไม่ใช่เป็นการตัดขาดจากความเป็นสายเลือดเดียวกัน และไม่ได้บ่งชี้ว่าเป็นคนไม่ดี
• เอาเวลาที่มัวเสียใจมาตั้งความหวังเพื่อทำให้ลูกเป็นคนดีมากกว่าการตั้งความหวังที่จะเปลี่ยนแปลงรสนิยมทางเพศของลูกให้กลับมาเป็นตามที่ตนเองต้องการ (ซึ่งเสียเวลาเปล่า)
คำแนะนำสำหรับลูกที่เป็นเลสเบี้ยน
การเป็นรักร่วมเพศของคุณนั้นแม้ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวและคิดว่าไม่เดือดร้อนใครก็ตาม แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้ปกครองนั้นยังไม่สามารถที่จะวางใจหรือปล่อยวางกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด
เรื่องของพฤติกรรมที่ควรจะมาร่วมกันปรับปรุงหรือแก้ไขเพื่อให้ผู้ปกครองและตัวเราเองนั้นมีความสุขทั้งสองฝ่ายน่าจะเป็นสิ่งที่ควรทำ
• ไม่ควรแสดงกิริยาท่าทางในเรื่องเพศออกนอกหน้า เกินงาม เช่น
ในวัยที่ยังเป็นวัยเรียนอยู่ แม้ว่าจะบอกว่าเป็นเรื่องของผู้หญิงด้วยกัน แต่สมัยนี้เขาก็ดูกันออก เพราะจะมีคนคอยหมั่นไส้อยู่ อย่างน้อยก็รักษาหน้าคุณพ่อคุณแม่บ้าง
• อย่างที่รู้กัน กลุ่มที่เป็นรักร่วมเพศบางคนก็มีปัญหาทางด้านอารมณ์ค่อนข้างมาก
ดังนั้นการเลือกคบคนที่จะมาเป็นคู่ก็น่าจะเลือกคนที่คบแล้วตนเองและครอบครัวไม่เดือดร้อนด้วย
• พยายามทำความเข้าใจผู้ปกครอง คุณพ่อคุณแม่บ้างว่าสิ่งที่ท่านทำเพราะความเป็นห่วง
อย่าตีความว่าท่านวุ่นวายกับชีวิต เพราะว่าถ้าท่านไม่รักไม่ห่วงใยก็คงไม่เข้ามาใส่ใจกับตัวเรามากมายนัก
การมองโลกในแง่ที่ดีนั้นจะช่วยให้คุณเข้าใจความห่วงใยของอีกฝ่ายและหันกลับมามองตนเองว่าหน้าที่ในขณะนี้คือการต้องทำอะไร มากกว่าการหมกมุ่นอยู่กับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ มากจนเกินไป ซึ่งอาจทำให้เสียอนาคตได้
• อย่าลืมพิสูจน์ตัวเองให้เห็นว่าแม้เราจะเป็นกลุ่มรักร่วมเพศ
แต่เราก็สามารถทำตัวให้มีคุณค่า และสามารถเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต
และเป็นคนดีของสังคมได้ โดยที่ไม่ต้องให้ใครมาตราหน้าหรือดูถูกว่าเราไม่มีอะไรมากกว่าเรื่องรักๆ ใคร่ๆ และการใช้อารมณ์ไปวันๆ
เรื่องราวของทอมดี้ หรือเลสเบี้ยนที่ผมหยิบมาพูดถึงนี้คงจะให้ข้อคิดดีๆ
บ้างสำหรับหลายคนที่ยังกังวลกับความรู้สึกและพฤติกรรมของตนเอง
รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เป็นเพศไหน เพศที่สาม เพศที่สี่ หรือที่เท่าไรก็ตาม
คุณก็สามารถเป็นคนรักร่วมเพศที่มีความสุขได้เช่นเดียวกัน
ถ้ารู้จักวางตัวให้เหมาะสมและมีสติพึงระลึกถึงหน้าที่ของตนเองอยู่เสมอ
เมื่อนั้นคุณก็สามารถอยู่ร่วมกับคนในสังคมทั่วไปโดยไม่แปลกแยกนะครับ |