เมื่อ
SEX ไม่โดนใจ ใครๆ ก็เครียด
นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล
ฉบับนี้เรามาพูดเกี่ยวกับเรื่องอาหารดีๆ
เพื่อสุขภาพกาย สุขภาพใจกันดีกว่า ความจริงเรื่องการดูแลสุขภาพนั้น
หลายคนให้ความสนใจกันมาตลอด ปัจจุบันเชื่อว่าคนทั่วไปก็ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกายและตามมาติดๆ
คือสุขภาพใจกันมากขึ้น เนื่องจากเป็นกระแสนิยมทำให้ตนเองดูดีขึ้น
ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล ว่าง่ายๆ ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจต่างก็ส่งผลซึ่งกันและกัน
ในทางตรงข้ามถ้าสุขภาพกายแย่ก็ส่งผลต่อ สุขภาพใจแย่ตามไปด้วย
เมื่อไม่นานมานี้ผมได้อ่านบทความในคอลัมน์เล็กๆ ของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง
เกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเคยเป็นดาราหนังโป๊ออกมาเล่าถึงการใช้ประโยชน์จากน้ำอสุจิสามารถเป็นเครื่องสำอางบำรุงผิวพรรณให้ดูเปล่งปลั่งอยู่เสมอได้
(ไม่ขออธิบายรายละเอียดของการได้มาและวิธีการใช้บำรุงว่าใช้ที่ส่วนไหนบ้าง)
จนมีแนวคิดที่จะให้บรรดาหนุ่มๆ ทั้งหลายช่วยกันบริจาคหรือมีการซื้อขายกันเป็นเรื่องเป็นราว
เพื่อนำมาสกัดเป็นเครื่องสำอางประทินผิวต่อไป อ่านแล้วก็อดขำปนแปลกใจว่า
คิดได้ยังไง? ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเขียนเพื่อสนุกๆ
ก็ตาม ก็ทำให้หลายคนพยายามนำเสนอให้เห็นว่าการมีกิจกรรมทางเพศนั้นนำมาซึ่งสุขภาพที่ดีได้ด้วย
(ที่สำคัญห้ามลืมว่าควรจะมี safe sex เพื่อความปลอดภัย) ในมุมมองของผมเองนั้นเรื่อง
sex ก็ส่งผลต่อจิตใจได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ใครที่ติดตามฉบับที่แล้วผมพูดถึงความเครียดที่เกิดจากการมี
sex ที่ไม่เป็นที่พอใจกันมาแล้ว ฉบับนี้ยังมีเรื่องราวของ
sex ที่ดูเหมือนว่าน่าจะเป็นอาหารเสริมได้ ว่าจะมีผลต่อร่างกายหรือและจิตใจอย่างไร
มาเล่าสู่กันฟังครับ
Sex อาหารเสริมสุขภาพกาย
การให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่อง sex เป็นเรื่องหลักที่ขาดไม่ได้
มิฉะนั้นชีวิตคงจะเหี่ยวเฉาหรือขาดรสชาติ มีข้อมูลการวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสารการแพทย์ของประเทศอังกฤษ
พบว่าผู้ที่มีความสุขจาก การถึงจุดสุดยอด (orgasm) บ่อยครั้งเป็นประจำจะมีความสุขในชีวิตหรือแม้ในช่วงบั้นปลายของชีวิตก็ตาม
ซึ่งมากกว่าพวกที่ขาดโอกาสทางด้านนี้ถึงกว่าครึ่งเลยทีเดียว
และนอกจากนี้มีการศึกษาว่าการมี sex 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์จะทำให้มีการพัฒนาในเรื่องดังต่อไปนี้
• ทำให้ระบบประสาทการรับกลิ่นดีขึ้น เพราะมีการพัฒนาของสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดมกลิ่น
(olfactory bulb) ความจริงแล้วกลิ่นก็เป็นส่วนหนึ่งที่กระตุ้นระบบความทรงจำด้วย
• มีการวิจัยพบว่าผู้ชายที่มี sex มากกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์
ขึ้นไป จะมีอัตราการตายจากโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดสมองลดลงกว่าครึ่งเลยทีเดียว
(ยกเว้นประเภทที่ชอบพาคุณหนูๆ ต่างวัยมากๆ ไปมี sex อาจเพิ่มอัตราการตายได้
เพราะตื่นเต้นจนหัวใจวาย)
• การมี sex ทำให้หัวใจสูบฉีดโลหิตดีขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มจาก
70-80 ครั้งต่อนาทีเป็น 150 ครั้งต่อนาที มีการเผาผลาญพลังงานถึง
200 กิโลแคลอรี หรือเท่ากับการวิ่งเหยาะๆ บนสายพานประมาณ 15
นาที นอกจากนี้จากการวิจัยพบว่าทำให้ลดน้ำหนักได้อีกด้วย (บางคนบอกว่าเลิกวิ่งดีกว่า
มามี sex แทน หรือโกหกคนที่บ้านว่ามาวิ่งแต่ไปมี sex กับคนอื่นแทนก็ระวังตัวดีๆ
แล้วกัน)
• การมี sex จะทำให้ร่างกายกระตุ้นการหลั่งสารที่เป็นฮอร์โมนสำหรับเพศชาย
(testosterone) ออกมามากขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อและกระดูกมีความแข็งแรง
• มีงานวิจัยในประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่าการมี sex และมี
การหลั่งน้ำอสุจิเข้าไปในช่องคลอด (โดยไม่สวมถุงยางอนามัย)
จะทำให้ช่วยลดอาการของโรคซึมเศร้าในฝ่ายหญิงได้ เนื่องจากในน้ำอสุจิของผู้ชายมีสาร
prostaglandin สามารถดูดซึมได้ที่ผนังช่องคลอด อย่างไรก็ตามวิธีนี้เหมาะสำหรับคู่สามีภรรยาที่มั่นใจว่าปลอดโรคและปลอดการตั้งครรภ์แล้ว
มิฉะนั้นแล้วหากมี sex โดยไม่ได้ป้องกันแล้วติดโรคหรือตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์
อาจจะยิ่งทำให้ซึมเศร้ามากขึ้น อย่างไรก็ตามการรักษาโรคซึมเศร้าก็ต้องอาศัยการรับประทานยาและพบจิตแพทย์ด้วย
• ทันทีที่ถึงจุดสุดยอด ร่างกายจะหลั่งสาร oxytocin
ซึ่งมีปริมาณสูงกว่าค่าปกติที่มีในร่างกายถึง 5 เท่า ซึ่งจะไปกระตุ้นให้มี
การหลั่งสารแห่งความสุขคือ endorphin สิ่งที่ตามมาคือ สามารถ
ลดอาการปวดต่างๆ ในร่างกายได้เป็นอย่างดี (รวมทั้งปวดใจด้วย
แต่มิใช่มี sex เพื่อรักษาอาการอกหักนะครับ)
• ที่เมืองเพนซิลวาเนีย สหรัฐอเมริกา มีการศึกษาพบว่า
การมี sex 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะทำให้เพิ่มภูมิต้านทานโรคต่างๆ
ขึ้นถึง 30% เช่น ไข้หวัด หรือไข้หวัดใหญ่ (แต่ไม่จำเป็นต้องเพิ่มมากจนลืมพักผ่อนอย่างพอเพียงนะครับ)
• การฝึกขมิบอุ้งเชิงกรานบ่อยๆ ที่เรียกว่า Kegel exercises
ทำให้เกิดผลพลอยได้ คือ การควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะดีขึ้น
• มีคำแนะนำที่อาจจะน่าขำเล็กน้อยจากต่างประเทศที่มีการศึกษาพบว่า
ในน้ำอสุจิมีสารช่วยป้องกันฟันผุได้ และนอกจากนี้เพื่อการมี
sex อย่างมีความสุข สะอาด หลายๆ คู่ก็นิยมแปรงฟันก่อนเพื่อให้ลมหายใจสดชื่น
ถือเป็นการดูแลสุขภาพปากและฟันไปในตัว
• มีการศึกษาพบว่าการถึงจุดสุดยอดและหลั่งน้ำอสุจิของผู้ชายจะทำให้มีการปรับสมดุลต่างๆ
ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อม-ลูกหมากได้ ถ้าจะให้ดีควรจะมีการหลั่งน้ำอสุจิมากกว่า
5 ครั้งต่อสัปดาห์ (จะไหวมั้ยเนี่ย! ...ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้มั้งครับ)
และเขายังแนะนำอีกว่าการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองก็ได้ผล ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนคู่นอนจำนวนมาก
เพราะจะกลายเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการรับเชื้อโรคจากหลายๆ
แหล่งมากขึ้น
Sex เปรียบเสมือนเป็นอาหารเสริม แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเสริม sex
เรื่องการเสริม sex นั้นนับวันจะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ
จนตามมาด้วยการแก้ปัญหามากมาย แท้จริงแล้วการเสริม sex ทำให้สุขแบบไม่จีรังยั่งยืน
แถมยังอาจเกิดผลเสียต่อร่างกายและจิตใจด้วย เช่น
• การทำศัลยกรรมตกแต่งอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้น
sex เริ่มจากใบหน้าก่อน โดยเฉพาะผู้หญิง (ผู้ชายก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ)
ด้วยความเข้าใจว่าหน้าตาไม่สวยงาม ใครๆ ก็ไม่อยากมี sex ด้วย
ผมว่าบางคนไม่สวยก็จริงแต่ทำไมมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง
น่าจะลองค้นหาว่าคู่ของเขาอยากมี sex เพราะหน้าตาอย่างเดียวหรือความรัก
ความผูกพันอื่นๆ ด้วยเป็นส่วนประกอบ นอกจากนี้การนิยมเสริม
เติมแต่งให้ใหญ่ขึ้น ไม่ว่าหน้าอก หรืออวัยวะเพศชาย ผลระยะยาวไม่มีใครรับประกันได้หรอกครับ
เป็นค่านิยมผิดๆ ที่ถูกปลูกฝังมาจากหนังปลุกใจเสือป่าทั้งหลายว่าต้องมีขนาดใหญ่จึงจะพอใจ
จนบางคนเกิดปมด้อย ขาดความมั่นใจในตัวเองจนไม่กล้ามี sex กับใคร
หรือพยายามดิ้นรนเสียเงินทองเพื่อตอบสนองความต้องการ แท้จริงแล้วคู่รักหลายคู่พึงพอใจที่จะสัมผัสของเล็กๆ
แต่หันไปให้ความสำคัญ ด้านอื่นมากกว่า เช่น ลีลา เป็นต้น
• การใช้อุปกรณ์เสริมความต้องการ หรือความรู้สึกทางเพศ
ก็ควรให้พอเหมาะพอควร อุปกรณ์หรือยาที่วางขายกันเกลื่อนตามท้องตลาดก็ไม่เห็นมีตรา
อย.ประทับไว้ นั่นแสดงว่าไม่จำเป็นต้องใช้ หรือใช้แล้วอาจมีผลเสียตามมาได้
แต่ถ้าบางคู่ใช้เป็นและทำแบบพอเหมาะพอควรก็คงไม่เป็นไร อย่าให้พิสดารมากจนดูแล้วเหมือนพวกที่มีปัญหาทางจิตคงไม่ดีแน่ๆ
นอกจากนี้การใช้อุปกรณ์เสริมต่างๆ นั้นอาจส่งผลต่อจิตใจในระยะยาวได้
ทำให้การมี sex ตามปกติเริ่มผิดเพี้ยนไป เพราะมัวแต่ยึดติดกับอุปกรณ์เหล่านั้น
การติด sex กับติดสารเสพติดก็มีรูปแบบความผิดปกติในสมองที่คล้ายกัน
มักจะตามมาด้วยปัญหาทั้งต่อตัวเองและครอบครัวได้เช่นเดียวกัน
• การหาอาหารเสริมรับประทานนอกบ้าน
โดยอ้างว่าเป็นการเปลี่ยนรสชาติความ-ซ้ำซากจำเจ เพื่อให้ไม่เบื่อคนที่บ้านมากเกินไป
เป็นสิ่งที่หลายครอบครัวก็ยังถกเถียงกัน ถ้ามองในมุมของผู้ชายคงเห็นว่าค่านิยมแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเสียหาย
แต่ถ้าเป็นมุมมองของผู้หญิงก็บอกว่าฉันไม่ยอมแบ่งปันให้ใครเด็ดขาด!
ตายเป็นตาย แต่ผู้หญิงบางคนก็ยอมให้สามีไปหาความสุขเสริมนอกบ้าน
แต่ก็ยังต้องมีข้อแม้อีกหลายอย่างอยู่ดี ผมคิดว่าถ้าใส่ใจเรื่อง
sex เป็นเรื่องสำคัญ หรือเป็นคนที่มีความต้องการทางเพศสูงมาก
แม้การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองไม่ช่วยลดความรู้สึกลงเลย จำเป็นต้องหาความสุขนอกบ้าน
ก็ขอให้พอเหมาะพอควร และอย่าทำให้ครอบครัวหรือคนที่คุณรักเดือดร้อน
เช่น การรู้จักป้องกันโรค ไม่เสียเงินทองไปกับการลุ่มหลงมากจนเกินไป
และยังรับผิดชอบครอบครัวอยู่เหมือนเดิม ส่วนคุณผู้หญิงก็ควรเห็นใจคุณผู้ชายบ้าง
มิได้จะให้สนับสนุนให้คุณผู้ชายไปมี sex กับคนอื่น แต่คุณควรถามตัวเองว่าพยายามตอบสนองโดยวิธีการอื่นๆ
ให้เขาพอใจแล้วหรือไม่ ถ้ายังไม่เต็มที่ก็น่าจะพยายามเพิ่มขึ้นอีกสักนิดจะเป็นไรไป
หรือถ้าไม่ได้จริงๆ น่าจะลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น
ปรึกษาแพทย์ในสาขาที่เกี่ยวกับเรื่องทางเพศ ซึ่งจะให้ข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักวิชาการที่เกิดความปลอดภัย
ที่สำคัญอย่าละเลยปัญหาที่เกิดจากด้านจิตใจด้วย
ผลทางด้านจิตใจจากการมี sex
นอกจากผลทางกายแล้วก็ยังมีผลต่อความสุขทางใจในหลายเรื่อง เช่น
• การมี sex เป็นการใช้เวลาอยู่ร่วมกันของชายหญิง ซึ่งเป็นโอกาสให้ได้พูดคุยถึงเรื่องราวในชีวิตประจำวัน
ทำความเข้าใจ และเพิ่มพูนความรัก ความสุขให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
(แต่อย่าเอาเรื่องงาน หรือเรื่องที่ไม่ถูกกาลเทศะมาคุย เพราะอาจจะทำให้หมดความรู้สึกทางเพศไปดื้อๆ
ก็มี)
• การมี sex เป็นการฝึกเข้าใจความต้องการหรือความรู้สึกของแต่ละฝ่าย
เพื่อเรียนรู้และปรับตัวซึ่งกันและกัน นำมาซึ่งความสุข ความพึงพอใจ
(ประเภทที่มาถึงก็ทำๆ อย่างรวดเร็ว แล้วพอเสร็จสมอารมณ์หมายก็หลับเป็นตาย
ขอให้เลิกเถอะ เพราะบางทีอีกฝ่ายยังนอนก่ายหน้าผาก อยู่สวรรค์ชั้นหกอยู่เลย
สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการมี sex)
• สำหรับคุณผู้หญิงที่มีความโรแมนติกมากๆ การมี sex
ก็ทำให้รู้สึกถึงความรักที่ฝ่ายชายกำลังถ่ายทอดมาให้ ไม่ว่าด้วยแววตาที่อีกฝ่ายมองมา
คำพูดต่างๆ หรือการปฏิบัติที่ให้ความสนใจในตัวของฝ่ายหญิง
(อย่างไรก็ตามก็ไม่ควรรับการถ่ายทอดความรักจากหลายๆ คน เพราะอาจจะได้ความทุกข์ตามมาภายหลังได้ถ้าสำส่อนทางเพศ)
ผมเชื่อว่าหลายคนที่มีความสุขทางใจอยู่แล้วอาจจะมองว่าเรื่อง
sex มิใช่เรื่องใหญ่ แต่การมี sex ก็เป็นส่วนเสริมให้มีความสุขเพิ่มขึ้นจากเดิม
โดยไม่ใช่หมกมุ่นอยู่กับเรื่อง sex มากเกินไป และควรให้เหมาะกับวัยด้วย
บางคนวัยล่วงเลยแต่ก็ไม่เคยคิดจะเลิก จนทำให้คนอื่นมองด้วยสายตาสมเพช
คงไม่เหมาะนัก แค่พอหอมปากหอมคอและมีความสุขตามสมควร น่าจะดีกว่า
ที่สำคัญไม่แนะนำให้มี sex เพื่อคลายทุกข์ เพราะคงไม่ต่างกับการที่มีปัญหาหรือ
ความเครียดเกิดขึ้นในชีวิตแล้วมาลงเอยด้วยการเสพสารเสพติด
นั่นมิใช่หนทางในการแสวงหาความสุขที่จีรังยั่งยืนอย่างแท้จริงครับ
|