SEX
กับวัยรุ่น วุ่นวายจริงหรือ?
นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล
เดือนพฤษภาคมก็มาถึงอีกครั้ง หลังจากพักผ่อนคลายร้อนกันไป
1-2 เดือน หลายครอบครัวก็กลับมาตั้งหน้าตั้งตาทำงานหลังจากได้ไปชาร์ตแบตเตอรี่กันมา
ทำให้มีแรงที่จะทำงานกันต่อไป และที่สำคัญเดือนนี้ถือว่าเป็นเดือนแห่งการเริ่มต้นการเรียนของน้องๆ
วัยต่างๆ รวมถึงวัยรุ่นที่ต้องเติบโตขึ้นเรื่อยๆ คุณพ่อคุณแม่ก็วุ่นกับการหาเงินมาจ่ายค่าเทอม
ค่าอุปกรณ์การเรียนกันจนบางครอบครัวก็ลืมที่จะสังเกตการเปลี่ยนแปลงของลูก
อาจจะมองผ่านๆ ว่าลูกโตขึ้น แต่ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่มากมายนัก
เพราะการเปลี่ยนแปลงบางอย่างยังซ่อนอยู่ภายใน บางครั้งเจ้าตัวเองก็อาจไม่ทันที่จะสังเกตเห็นก็มี
เคยมีหลายครอบครัวปรึกษาหมอเพราะสงสัยว่าลูกของตนมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ
มีโน่นมีนี่โผล่ขึ้นมา ร่างกายแปลกไป กลัวเป็นเนื้องอกหรือมะเร็งบ้าง
หรือเป็นโรคแปลกๆ อะไรก็แล้วแต่ที่จะคิดไปบ้าง พอถามไปถามมาก็อดขำไม่ได้
เพราะลูกเริ่มมีอาการแสดงของการย่างเข้าสู่วัยรุ่นนั่นเอง
การเปลี่ยนแปลงของชีวิตที่ทุกคนต้องผ่าน แต่มิใช่ผ่านมาแล้วผ่านไป
เพราะกว่าจะผ่านได้ก็แทบแย่หรือบางคนก็ผ่านไปแบบแย่ๆ ก็มี
แต่สิ่งที่เราเห็นหรือได้ยินกันเสมอก็คือ วัยรุ่นมักจะตกเป็นเหยื่อหรือเป็นแพะรับบาปของความผิดพลาดต่างๆ
ไม่น้อย และโดยเฉพาะเรื่อง sex ก็เช่นเดียวกัน
วัยแห่งความอยากรู้และอยากลอง
ใครไม่อยากรู้บ้างยกมือขึ้น...คงพบว่าน้อยมากที่ไม่มีไม่ใครอยากรู้
ความอยากรู้เป็นธรรมชาติของมนุษย์ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะวัยรุ่นก็อยากรู้เช่นกัน
แต่อยากรู้อะไรล่ะ คำตอบ คือ มีมากมายที่วัยรุ่นอยากรู้ แต่ที่ขาดเสียมิได้คือเรื่อง
sex เพราะธรรมชาติสร้างมาให้ จึงอยากรู้มากเป็นพิเศษ แม้ว่าจริงๆ
แล้ววัยรุ่นยังมีการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ นอกเหนือจากเรื่อง sex
เช่น การเปลี่ยนแปลงขนาดของร่างกาย เสียง รวมถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงด้วย
แต่จากการสำรวจพฤติกรรมวัยรุ่นพบว่าพวกเขาให้ความสนใจเรื่อง
sex ไม่น้อยเลย และเป็นอันดับต้นๆ ที่ผู้ใหญ่ควรหันมาใส่ใจ
เพราะวัยรุ่นมักเป็นวัยที่ชอบลองถูกบ้างผิดบ้างปะปนกันไป บางอย่างก็เป็นแบบชนิดที่ว่าพ่อแม่ผู้ปกครองต้องนอนก่ายหน้าผากกันเลย
เพราะเด็กวัยรุ่นสมัยนี้มีพฤติกรรมทางเพศที่แสนจะรวดเร็วและเก่งกล้า(มิใช่เล่น)
และมิใช่เฉพาะวัยรุ่นชายเท่านั้น วัยรุ่นหญิงเองก็มีบทบาทไม่น้อยเลย
มีการสำรวจในกรุงเทพมหานครพบว่าวัยรุ่นชายเริ่มมี sex ครั้งแรกเมื่ออายุเฉลี่ย
16.67 ปี ส่วนวัยรุ่นหญิงเริ่มมี sex ครั้งแรกเมื่ออายุเฉลี่ย17.93
ปี และบุคคลที่มี sex ครั้งแรกนั้น ประมาณ 70% มีกับแฟน รองลงมา
13 % มีกับเพื่อนร่วมโรงเรียนหรือสถาบัน และใช้ถุงยางอนามัยเพียง
19.7% โดยสถานการณ์ที่ผลักดันให้มี sex มากที่สุด 72 % คือ
ความใกล้ชิด และการดูจากสื่อลามก และเมื่อปัญหาเกิดขึ้น ฝ่ายชายมักจะถูกตำหนิและลงโทษเสียมากกว่า
จากประสบการณ์ที่ได้สัมภาษณ์วัยรุ่นชายที่ก่อคดีทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นอนาจาร
ข่มขืนกระทำชำเรา และฝ่ายหญิงไม่ว่าจะเป็นเจ้าตัวหรือผู้ปกครองออกมาฟ้องร้องจนเป็นข่าวดัง
คนรุมสาปแช่งวัยรุ่นชาย ปรากฏว่าเบื้องหลังเรื่องราวเหล่านั้นก็พบว่าวัยรุ่นหญิงเองก็มีพฤติกรรมที่ส่อให้เกิดการกระทำผิดของอีกฝ่ายด้วย
เช่น แต่งตัวโป๊มากจนวัยรุ่นชายที่อยู่ในวัยกำหนัดหักห้ามใจไม่ไหว
หรือวัยรุ่นหญิงบางรายก็มีประวัติผ่านชายมาหลายคนแต่รายนี้ผู้ปกครองเกิดจะเอาเรื่องขึ้นมาด้วยเหตุผลต่างๆ
ซึ่งสุดท้ายด้วยวัยที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ รักสนุก ขาดความยั้งคิด
(ทั้งที่ความจริงแล้วพวกเขาเหล่านั้นต้องการการชี้แนะที่ถูกต้องจากผู้ใหญ่
แต่แทบไม่มีใครสนใจตรงนี้เลย) สุดท้ายก็นำมาซึ่งความเสี่ยงมากมาย
เหตุผลต่างๆ ที่สนับสนุนให้อยากลองในช่วงวัยรุ่นคือ
1. เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น(รู้สึกตื่นเต้น) ต้องทดสอบความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใหม่ว่าเป็นอย่างไร
2. เพื่อนที่เคยผ่านเรื่องนี้มาก่อนเคยเล่าหรือแนะนำให้ลองทำตาม
หรือการรับรู้ผ่านทางสื่อที่มีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน
3. อารมณ์หรือฮอร์โมนเพศเป็นตัวนำพา รวมถึงการถูกกระตุ้นจากฝ่ายตรงข้ามที่มากเกินไปด้วย
4. อิทธิพลของสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยและครอบครัวที่ขาดความอบอุ่นและการดูแล
ซึ่งแม้จะเป็นทางอ้อมก็ตาม ก็ยังถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญตัวหนึ่ง
ความจริงแล้วจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นเลย ถ้าตัวกระตุ้นต่างๆ ควบคุมได้
โดยมี สติ เพื่อให้เกิดความคิดว่า เมื่อไรที่คุณคิดจะมี
sex ก็ควรจะคิดว่านอกจากความสนุกแล้ว ควรจะต้องมีความรับผิดชอบตามมาด้วย
ซึ่งคิดก็แสนยาก ทำก็แสนยาก เพราะเวลาที่หน้ามืดตามัวแล้ว
ช้างกี่เชือกก็รั้งไว้ไม่อยู่ และก็ตามมาด้วยปัญหาทางสังคมอีกมากมาย
ตัวอย่างปัญหาที่เกิดจากการมี
sex แบบไร้สติ
1. การติดโรคทางเพศสัมพันธ์ อย่ามัวแต่กลัวโรคเอดส์เลย
โรคอื่นๆ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นหูด(หงอนไก่)
เหา โลน ไวรัสตับอักเสบ ซิฟิลิส หนองใน แม้ไม่ถึงกับชีวิต
แต่ก็ทุกข์ทรมานไม่แพ้กัน ต่างจากไข้หวัด กินยาไม่กี่วันก็หาย
แต่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เมื่อเป็นแล้วรักษานาน นอกจากทุกข์กายแล้วยังต้องทุกข์ใจร่วมด้วย
ดังนั้นพวกที่ชอบอ้างว่า ณ เวลานั้นห้ามอารมณ์ไม่ได้ หยุดไม่ทัน
ป้องกันไม่เป็น ก็ต้องรับกรรมแบบนี้อยู่เรื่อยไป
2. การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ วัยรุ่นคงจะฟังและรับรู้เรื่องนี้มาบ่อยครั้งและบางคนก็เคยเจอกับตนเองมาแล้ว
ปัจจุบันการทำแท้งง่ายขึ้น มีมากขึ้น ค่านิยมเปลี่ยนไป ความสงสารเด็กในครรภ์ของคนน้อยลง
จึงทำบาปมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับจิตใจที่มักง่าย แต่เรื่องที่ตามมาแก้ยาก
มีข่าวแม่ฆ่าลูกที่เพิ่งคลอด ตามหน้าหนังสือพิมพ์อยู่บ่อยๆ
วัยรุ่นบางคนน่าเห็นใจเพราะไม่รู้อะไรเลย แม้กระทั่งโครงสร้างร่างกาย
อารมณ์ของตนเองว่าตอนนี้มีอารมณ์อย่างไร ทำอะไรลงไปแล้วจะเกิดตั้งครรภ์ตามมา
3. อนาคตตกต่ำมืดมน ปัจจุบันคุณพ่อ คุณแม่ในวัยนักเรียนกำลังจะมีมากกว่าคุณพ่อคุณแม่นักศึกษาแล้วครับ
เมื่อเจอปัญหาเรื่อง sex ที่ไม่สามารถควบคุมได้ในวัยรุ่น สิ่งที่ตามมาควบคู่กันคือประสบความสำเร็จด้านการเรียนน้อยมาก
บางรายต้องหยุดเรียน บางรายเสียชีวิตจากการทำแท้ง บางรายหลงและเป็นทาสกามารมณ์จนไม่คิดอยากจะเรียนหนังสืออีก
ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือติดงอมแงม (sex addiction) ไม่แพ้ติดยาบ้า
หรือการมี sex รูปแบบแปลกๆ ที่เบี่ยงเบนออกจากความเป็นจริง(
sexual deviation)
ที่ยกตัวอย่างมาเป็นเพียงปัญหาที่พบบ่อยๆ และที่ยังไม่ได้กล่าวถึงมีอีกมากมาย
ขอบอกว่าถ้าอยู่ในวังวนแห่งความสดใส (ถ้าเอาแต่รักสวยรักงาม
ให้ดูดีไปวันๆ แต่ไม่เคยขัดเกลาสมองตนเองให้รู้จักคิด รู้จักควบคุมตนเอง)และมีsex
แบบไร้สติ รับรองได้ว่าปัญหาตามมาแน่
ทำไมวัยรุ่นต้องเป็นแพะรับบาปเรื่อง
sex
คำตอบสั้นๆ คือ ความเห็นแก่ตัว การขาดความรับผิดชอบและความมักง่ายของผู้ใหญ่บางคน
พวกที่ชอบโทษว่าวัยรุ่น วัยวุ่น วัยสร้างปัญหา และลืมว่าตนเองก็เคยผ่านชีวิตวัยรุ่นมาก่อน(แม้ว่ายุคสมัยจะต่างกันก็ตาม
แต่อารมณ์ความรู้สึก ซึ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์นั้นจริงๆ แล้วก็ไม่ค่อยต่างกันนัก)
ใครบ้างที่ไม่เคยทำผิด และสิ่งที่วัยรุ่นกำลังทำ ผิดพลาดอยู่นั้น
ความจริงแล้วเขาต้องการผู้ใหญ่ที่เคยผ่านประสบการณ์มาก่อนเป็นผู้ช่วยแนะนำแนวทางที่ถูกต้องให้
มากกว่าคอยตำหนิติเตียน ทุกวันนี้มีสักกี่ครอบครัว กี่โรงเรียนที่กล้าให้คำปรึกษาเรื่องทางเพศ
รวมถึงปัญหาที่วัยรุ่นอยากรู้ ปัญหาทางเพศของวัยรุ่น เคยลองให้วัยรุ่นตั้งคำถาม
พบว่าบางคำถาม เป็นคำถามที่ลึกซึ้ง ซับซ้อน บางรายก็เป็นคำถามที่คาดไม่ถึงว่าวัยขนาดนี้จะอยากรู้มากหรือสงสัยมากขนาดนี้
ย่อมแสดงให้เห็นว่าเมื่อโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เด็กวัยรุ่น
ก็เปลี่ยนเร็วไม่แพ้กัน แต่ที่ไม่ค่อยเปลี่ยนคือพ่อแม่ในหลายครอบครัวที่อยู่กับที่
ไม่มีการปรับตัว หรือเปิดกว้างยอมรับวัยรุ่น จนสุดท้ายเด็กในความดูแลต้องเก็บกดเรื่องทางเพศหรือแสดงออกมาจนเกินกำลังที่จะต้านทานไหว
นอกจากนี้การที่พ่อ แม่และลูกวัยรุ่นไม่หันหน้าเข้าปรึกษากันเพื่อค้นพบทางเดินสายกลางในเรื่อง
sex ด้วยเหตุผลที่ว่า
1. เรื่อง sex เป็นเรื่องที่ไม่ควรเอามาพูด ควรรอให้เด็กโตถึงวัยแล้วเรียนรู้เอง
2. คุณพ่อ คุณแม่ มีประสบการณ์ทางเพศที่ไม่ดีทั้งในอดีต และปัจจุบัน
ไม่กล้าพูด หรือกลัวว่าลูกถามแล้วจะตอบไม่ได้ บางรายพ่อแม่ขาดความรู้ทางทฤษฎี
(แต่ปฏิบัติเป็นอย่างเดียว)
3. อาย ! คำเดียวสั้นๆ คุยเรื่องนี้ทีไรรู้สึกอาย ไม่รู้จะหาคำใดมาพูดโดยที่ไม่โป๊เกินไป
แม้กระทั่งทำเป็นเรื่องตลกก็ไม่กล้า
ดังนั้นเมื่อขาดคำปรึกษา สิ่งที่ตามมาคือเด็กทดลองหรือเรียนรู้กันเอง
ซึ่งเด็กสมัยนี้
บริโภคสื่อมากกว่าอาหารที่พ่อแม่เตรียมไว้ให้ คำว่า วิจารณญาณ
ก็ยากที่จะแปลความหมาย
คำแนะนำสำหรับผู้ปกครองในการให้คำปรึกษาเรื่อง
sex กับลูกวัยรุ่น
1. เมื่ออยากให้ลูกมาปรึกษาหรือเป็นที่ปรึกษาที่ดีของลูกคุณ
ต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกวัยรุ่นก่อน พยายามหาช่วงเวลาที่เหมาะสม
ที่จะพูดคุย เป็นช่วงเวลาที่วัยรุ่นได้อยู่กับครอบครัวด้วยความเต็มใจ
มิใช่บังคับให้นั่งฟัง นอกจากนี้บางครั้งควรมีที่ที่เป็นส่วนตัวคุยกันดีกว่าจะได้ไม่รู้สึกเขินอายมากนัก
ไม่ควรสอนวัยรุ่นเรื่อง sex ท่ามกลางคนมากๆ
2. ถ้าเป็นไปได้คุณพ่อควรจะคุยกับลูกชาย ส่วนคุณแม่ควรจะคุยกับลูกสาวดีกว่า
จะได้ลดความอึดอัดลง แต่ถ้าบางครอบครัวขาดคุณพ่อ หรือคุณแม่คนใดคนหนึ่งหรือทั้งหมด
ก็ควรจะมีผู้ที่ไว้ใจได้และพิจารณาว่าเหมาะสม เป็นผู้สอนแทน
รวมถึงคุณครู (แต่ควรคัดเลือกครูที่น่าไว้ใจหน่อย อย่าให้ตกเป็นข่าว)
3. การเริ่มต้นสอนหรือให้ความรู้หรือคำปรึกษาก็ควรค่อยๆ สอดแทรกทีละน้อย
ท่าทีไม่ตึงเครียด หรือเล่นมากเกินไปเพราะจะทำให้อึดอัดและอาจขาดความน่าเชื่อถือ
นอกจากนี้การสอนให้วัยรุ่นรู้จักหาทางออกในการระบายความต้องการทางเพศที่เหมาะสมและปลอดภัยก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
แทนการห้ามที่นำมาซึ่งความเก็บกดมากขึ้น นอกจากนี้ถ้าเป็นไปได้ควรให้เวลาวัยรุ่นได้ค่อยๆ
คิดและซักถามด้วย
4. แม้ว่าผู้ให้คำปรึกษาบางคน(ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครองหรือครู)จะมีประสบการณ์
ความเชื่อหรือค่านิยมที่ไม่ดีต่อเรื่อง sex มาก่อน ก็อยากให้เปิดใจ
และมองว่าการที่ให้ความรู้หรือคำปรึกษาวัยรุ่นเป็นการสอนให้เขาได้เติบโตและฝึกการควบคุมตนเองในหลายเรื่องรวมถึงเรื่อง
sex ด้วยเพื่อให้เป็นเยาวชนที่มีอนาคตที่ดีที่ไม่ควรจบลงอย่างรวดเร็วด้วยเรื่อง
sex ที่มาคอยบั่นทอนความเจริญก้าวหน้าของชีวิต
5. การสอดแทรกเรื่องความรักให้วัยรุ่นได้ฝึกคิดและแยกแยะระหว่างการมี
sex และการมีความรักเป็นคนละเรื่องกัน วัยรุ่นสามารถมีความรักได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องมี
sex เปลี่ยนทัศนคติ หรือสร้างค่านิยมให้เด็กคิดใหม่ รวมถึงคำที่พูดว่า
อดเปรี้ยวไว้กินหวานนั้นก็ยังใช้ได้ดี (แต่จะเชื่อหรือเปล่านั้นขึ้นอยู่กับเทคนิคการโน้มน้าวจิตใจของแต่ละคน)
ผู้ใหญ่ก็ควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับวัยรุ่นด้วย
6. อย่าลืมให้คำชมทุกครั้งที่วัยรุ่นสามารถควบคุมเรื่อง sex
ให้อยู่ในลู่ทางที่เหมาะสมได้
เยาวชนของชาติที่อยู่ในวัยกำลังแสวงหาความสุขโดยหลงระเริงกับความเปลี่ยนแปลงของวัตถุและร่างกายของตนเอง
แบบขาดความยั้งคิดนั้น ความสุขเหล่านี้ไม่คงทนถาวรเปรียบเสมือนเหมือนวัตถุสิ่งของที่ย่อมมีวันเก่า
และบุบสลายไปตามกาลเวลา และนอกจากความเสียหายแล้วยังฝากรอยแผลเป็นไว้ในใจที่ยากจะลืมเลือนแม้เวลาจะผ่านไปก็ตาม
ถึงเวลาแล้วที่ ผู้ใหญ่ในระดับสังคม และครอบครัวควรจะหันมาใส่ใจเรื่อง
sex ของวัยรุ่นกันอย่างจริงจังเสียที่ ดีกว่านั่งตำหนิว่าวัยรุ่น
เป็นวัยวุ่นวาย จริงหรือเปล่าครับ
|