| นำเด็ก 3-5 ขวบ มาวัดสายตากันเถอะ!
ศ.พญ.สกาวรัตน์ คุณาวิศรุต จักษุแพทย์
ตา อวัยวะสัมผัสที่สำคัญที่สุดของเราก็เช่นเดียวกับอวัยวะอื่นๆ มีโอกาสเสื่อมเป็นโรคและหมดสมรรถภาพไปได้
แม้ว่าการรักษาโรคตาต่างๆ จะเจริญรุดหน้าไปกว่าเก่ามากมาย มีการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา เปลี่ยนแก้วตาเทียม รักษาสายตาสั้น ใช้แสงเลเซอร์รักษาโรคตาบางอย่างซึ่งแต่เดิมรักษาไม่ได้ และอื่นๆ อีกมาก แต่ก็ยังมีความผิดปกติเกี่ยวกับตาอีกหลายๆ ชนิดที่มนุษย์ยังเอาชนะไม่ได้ ยังไม่สามารถเปลี่ยนหรือหาดวงตาดวงใหม่ทั้งดวงมาชดเชยได้ การถนอมรักษาดวงตาจึงเป็นสิ่งจำเป็นของ
ทุกคนเพื่อให้ดวงตาอยู่คู่กับเราและรับใช้เราจนตลอดชีวิต
การส่งเสริมเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพตาที่ดี คงจะต้องร่วมไปกับการรณรงค์เพื่อสุขภาพทั่วไป สุขภาพทั่วไปดีสุขภาพทางตาจะดีไปด้วย หากจะเน้นถึงการส่งเสริมสุขภาพตาคงต้องเริ่มจากการตรวจพบโรคตั้งแต่เริ่มแรก ตรวจพบตั้งแต่ยังไม่มีอาการอะไร มีเพียงอาการแสดงซึ่งตรวจพบโดยแพทย์ หรือบุคลากรทางสาธารณสุข หรือถ้าจะมีการสูญเสียสายตาบ้างก็เป็นเพียงเล็กน้อย ในประเทศที่พัฒนาแล้วประชาชนมีการศึกษาดีรัฐมีงบประมาณเพียงพอ
ที่จะให้การตรวจคัดกรองตามระยะเวลาอันสมควรโดยไม่ต้องรอให้มีอาการ ก็มีการตรวจวัดสายตาอย่างสม่ำเสมอ
เรารณรงค์เพื่อสุขภาพตาที่ดีของประชากร 60 กว่าล้านคน โดยเริ่มจากการคัดกรองเด็กอายุ 3-5 ปีว่ามีสายตาเป็นอย่างไร หลายๆ ท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมจะต้องวัดสายตาเด็กวัยนี้ คำตอบก็คือ เพื่อสุขภาพตาที่ดีของผู้ใหญ่ในภายภาคหน้า ต้องเริ่มจากการมีสายตาดีตั้งแต่เด็ก
โดยทั่วไปเด็กวัยนี้เป็นวัยที่พอให้ความร่วมมือในการวัดสายตาได้
จากสถิติของต่างประเทศ พบสายตาผิดปกติอันได้แก่ สายตาสั้น ยาว เอียง ในวัยนี้ได้ประมาณ 5-10% และประมาณ 2-5% จะมีภาวะ amblyopia ซึ่งอาจแปลง่ายๆ ว่า ตาขี้เกียจ เป็นภาวะที่สายตาลดลงโดยไม่มีพยาธิสภาพอะไรภายในตา เป็นเพียงเพราะตาข้างนั้นไม่เคยใช้งานมาก่อน ที่เป็นเช่นนี้เพราะการพัฒนาการมองเห็นคนเราจะยังไม่สมบูรณ์ทันทีหลังเกิด เด็กเกิดใหม่สายตาจะเห็นเลือนลางมาก บางคนว่าเห็นเพียง 5/200 ประมาณ 2.5% ของผู้ใหญ่เท่านั้น จากนั้นการมองเห็นจะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ภายใน 3 ปีแรก และจะมีสายตาเท่าหรือเกือบเท่าผู้ใหญ่ตอนอายุประมาณ 3 ขวบ ในระยะเวลา 3 ปีแรกนี้หากมีอะไรผิดปกติหรือมาบดบังดวงตา จะทำให้การพัฒนาการมองเห็นหยุดชะงัก และถ้าปล่อยนานเข้าค่อยมากระตุ้นให้เกิดการพัฒนาการเห็นขึ้นก็จะไม่มีประโยชน์ ผู้ปกครองเด็กที่ชอบพูดว่า
ช่างเถอะถึงมอง
ไม่เห็นรอโตค่อยรักษา หรือเดี๋ยวโตก็หายได้เอง ควรจะเลิกความคิดนี้แล้ว
นักวิทยาศาสตร์ได้ทดลองพิสูจน์สาเหตุของ amblyopia โดยการปิดตาลูกแมวที่เกิดใหม่
ทั้ง 2 ข้าง นานระยะเวลาหนึ่ง พอเปิดตาพบว่าลูกแมวนั้นตาบอด คนเราก็เช่นกัน หากมีอะไรมาบังสายตาในเด็กเกิดใหม่ การพัฒนาของสายตาจะหยุดชะงัก ทำให้มองไม่เห็นแม้จะเอาที่บังตาออกแล้วในภายหลัง
มีหลายโรคที่หากพบในผู้ใหญ่ พอจะรอรับการรักษาได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงเรื่อง amblyopia เพราะจอประสาทตาเมื่อได้รับการพัฒนาการมองเห็นมาสู่ระดับปกติแล้ว ต่อมามีโรคบางอย่างมาเบียดเบียนทำให้สายตามัวชั่วคราว ถ้ามารับการรักษาเมื่อไหร่สายตาก็จะกลับมาเห็นเมื่อนั้น เฉกเช่นคนเคยว่ายน้ำเป็นแล้ว แม้ไม่ได้ว่ายนานๆ ก็สามารถกลับมาว่ายใหม่ได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าเด็กเกิดมาเป็นต้อกระจกรอมาทำผ่าตัดตอนโตสายตาอาจไม่กลับคืน แต่สำหรับต้อกระจกในผู้ใหญ่รอให้ต้อแก่ 2-3 ปี มาทำผ่าตัดยังมองเห็นทันทีหลังผ่าตัด เป็นต้น
เหตุผลอีกประการหนึ่งที่ควรจะทดสอบสายตาเด็กวัย 3-5 ขวบ ก็คือ ภาวะตาเข ตาเหล่ ที่มักจะพบในเด็กช่วงนี้ (ยกเว้นกลุ่มที่เป็นแต่กำเนิดจำนวนหนึ่ง) ซึ่งควรรับการรักษาแต่เนิ่นๆ เช่นกัน ภาวะตาเขถ้าปล่อยทิ้งไว้นอกจากแลดูไม่สวยงามแล้วยังนำไปสู่ภาวะ amblyopia ได้ ในบางคนแม้ไม่เกิด amblyopia ก็ทำให้คุณภาพการมองเห็นลดลง ไม่มีการใช้สายตาร่วมกันทั้ง 2 ข้างที่ดีพอ เมื่อโตขึ้นอาจเกิดข้อจำกัดในการประกอบอาชีพที่ต้องใช้สายตาที่ดีมากๆ ในตาทั้ง 2 ข้าง
ดังนั้นจึงเชิญชวนให้คุณผู้อ่านพาลูกหลานที่อายุระหว่าง 3-5 ปี มาวัดสายตากันเถอะค่ะ เพื่อสายตาที่ดีต่อไปในวันหน้า
|