| คำแนะนำเมื่อเริ่มฝึกโยคะ
นพ.ชูชัย ตั้งเลิศสัมพันธ์
หลังจากผมเขียนเรื่องโยคะไปในฉบับก่อนหน้านี้
ก็มีคนสนใจสอบถามเข้ามากันมาก เพราะปัจจุบันการฝึกโยคะกำลังฮิตมาก
ไม่ว่าจะเป็นสถานออกกำลังกายต่างๆ หนังสือ หรือ VCD/DVD
เกี่ยวกับการฝึกโยคะมีให้เลือกศึกษากันมากมาย
สำหรับผมแล้ว คิดว่าการฝึกโยคะที่ดีควรเริ่มฝึกกับครูเสียก่อน
เพื่อให้ได้พื้นฐานที่ถูกต้อง แล้วค่อยฝึกต่อเองในภายหลัง การฝึกโยคะมีประโยชน์มากมายก็จริง
แต่ถ้าฝึกไม่ถูกต้องก็เกิดโทษได้ เช่นเดียวกับอาหาร
ถ้ารับประทานไม่ถูกต้องก็เป็นอันตรายต่อร่างกายได้เช่นกัน
เรื่องที่ผมเขียนในตอนนี้
จะเป็นคำแนะนำสำหรับผู้เริ่มฝึกโยคะทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการฝึกโยคะ
โดยรวบรวมจากหนังสือโยคะหลายเล่ม เช่น โยคะ กายและจิตโดยชมชื่น สิทธิเวช
โยคะ เพื่อความเป็นหนุ่มสาว ตลอดกาล กับชด หัสบำเรอเสนอโดย กฤษณ์ สมชาย หัสบำเรอ
Yoga โดย B.K.S.Iyengar Total Yoga โดย Nita Patel รวมถึงประสบการณ์ ส่วนตัวของผมเองด้วยครับ
ก่อนการฝึก
โยคะรูปแบบไหนดี?
โยคะมีหลายรูปแบบ สำหรับในประเทศไทยก็เช่นกัน ได้แก่
ศิวะนันทะ, Iyengar, Bikram, Kundalini และ Vinyasa เป็นต้น
การที่เราจะชอบแบบไหน บางทีก็บอกได้ยาก อาจสอบถามจากเพื่อน
หรือทดลองเรียนดูสัก 2 3 ครั้งก่อน อย่าเพิ่งรีบลงเป็นคอร์สเพราะจะเปลืองเงินมาก
ที่ไหน?
ควรเป็นสถานที่สะอาด สงบ การฝึกโยคะในปัจจุบัน มักฝึกกัน
ในห้อง studio ซึ่งจะมีการปรับอุณหภูมิ แบบห้องแอร์หรือแบบร้อน
สำหรับผมชอบฝึกในห้องโล่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก และไม่มีการปรับอุณหภูมิ
เพราะผมคิดว่าในชีวิตประจำวันของเรา ก็อยู่ในห้องปรับอากาศกันตลอดวันแล้ว
เราก็ควรจะอยู่ในห้องปกติแบบธรรมชาติบ้าง
และอากาศในเมืองไทยก็ไม่ได้ร้อนหรือหนาวจัดจนเกินไปเหมือนต่างประเทศ
เมื่อไหร่?
ควรปฏิบัติในช่วงเช้าตรู่ หรือบ่ายค่อนข้างเย็น ไม่ควรปฏิบัติในช่วงเที่ยงวัน (12.00 13.00 น.)
การฝึกในช่วงเช้า จะทำให้ร่างกาย สดใส แต่พวกกระดูกและกล้ามเนื้ออาจจะแข็งอยู่บ้าง
ส่วนการปฏิบัติช่วงบ่าย-เย็น จะเป็นการพักผ่อนร่างกายและจิตใจ
ควรฝึกโยคะ อย่างน้อย 1 ชั่วโมง หลังรับประทานอาหารปริมาณปกติหรืออย่างน้อย 2 ชั่วโมง
หลังรับประทานอาหารหนัก ปัจจุบันผู้หญิงมักจะมาฝึกโยคะ เพื่อความสวยงามเป็นจำนวนมาก
และมักอดอาหารมาก่อนฝึกโยคะ ทำให้เกิดอาหารหน้ามืด เป็นลมและการบาดเจ็บได้
สวมเสื้อผ้าแบบไหน?
ควรสวมเสื้อผ้าที่ไม่รัดแน่นหรือหลวมจนเกินไป
เพราะเสื้อผ้าที่รัดแน่นจะทำให้เกิดความอึดอัด ไม่สะดวกต่อการเคลื่อนไหว
ส่วนเสื้อผ้าที่หลวมเกินไปเวลาฝึกบางท่าอาจมีปัญหาได้ เช่น
การทำท่าสุริยะนมัสการในบางจังหวะ นอกจากนี้ไม่ควรสามแว่นตา เครื่องประดับ สายสร้อย
และควรปิดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด และควรเตรียมผ้าเช็ดตัวหรือแผ่นปูพื้นสำหรับโยคะ (Yoga mat) ไปด้วย
แต่ปัจจุบันสถานที่ส่วนมากมักมีให้พร้อมอยู่แล้ว
อายุ
ส่วนมากมักแนะนำอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป
เพราะจะทำร่างกายให้สมดุลในบางอาสนะได้
แต่ปัจจุบันก็มี yoga for kids หรือ yoga for seniors แล้ว
ข้อควรระวัง
• ถ้ามีปัญหาโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจ
ความดันตา หรือกระดูก ควรรักษาและปรึกษาแพทย์ก่อน
และบอกกับครูโยคะก่อนการฝึกด้วย
• สตรีเวลามีรอบเดือนก็ไม่ควรฝึกโยคะ
• สตรีที่ตั้งครรภ์หรือหลังคลอดบุตร
ควรปรึกษาและฝึกกับครูโยคะที่เชี่ยวชาญเท่านั้นครับ
ระหว่างการฝึก
1.การ warm up บางตำราบอกว่าควรจะ warm up ทุกครั้ง
แต่บางตำรากล่าวว่าท่าสุริยะนมัสการ เป็นการ warm up อยู่ในตัวแล้ว
2.ปฏิบัติอย่างนุ่มนวล ช้าๆ ไม่ควรเร่งรีบอย่างเด็ดขาด
ถ้ามีเวลาน้อย ก็ต้องควรตัดท่าบางท่าออกไป ดีกว่าที่จะทำให้ครบหมดทุกท่าอย่างเร่งรีบ
3.หายใจทางจมูกอย่างเดียว ไม่หายใจทางปากเด็ดขาด
และควรให้การหายใจเข้า-ออก สัมพันธ์กับท่าทางอย่างถูกต้อง
4.ระหว่างแต่ละท่าควรพักสักครู่
แต่โยคะบางสำนักก็จะทำติดต่อกันไปเลย
5.ระหว่างการเคลื่อนไหว ไม่ควรหลับตา
6.ไม่ควรหักโหม หรือเร่งรีบในฝึกปฏิบัติ และไม่ปฏิบัติจนเกินจุดที่สบายของร่างกาย
เพราะจะทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ ที่สำคัญคือการรู้ว่าจะ หยุด เมื่อไร
สำหรับผู้เริ่มต้นฝึกอาจเริ่มจาก 30-45 นาที และควรเริ่มจากท่าง่ายไปท่ายาก
การฝึกปฏิบัติโดยให้ได้ประโยชน์ ส่วนมากมักแนะนำให้ฝึกอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง
หลังการฝึกโยคะ
หลังการฝึกโยคะเสร็จไม่ควรอาบน้ำหรือรับประทานข้าวทันที
ควรพักประมาณ 30 60 นาทีเสียก่อน เพื่อให้ร่างกายได้มีโอกาส ปรับตัว
ผมหวังว่าบทความของผมฉบับนี้
คงเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่คิดว่าเล่นโยคะบ้าง
คำแนะนำที่กล่าวมาเป็นคำแนะนำอย่างคร่าวๆ และอาจไม่ตรงกับที่ผู้อ่านปฏิบัติอยู่
เพราะในปัจจุบันนี้มีโยคะหลายแบบ และครูผู้สอนก็ต่างกัน
ถ้าผู้อ่านมีข้อสงสัยอะไรผมแนะนำให้สอบถามกับ ครูผู้สอนโดยตรง Enjoy your Yoga krub!
|