|
เชื้อกลากจากสัตว์เลี้ยง
พญ. พรทิพย์ ภูวบัณฑิตสิน
ผื่นเชื้อราที่พบบ่อย คือ กลาก (dermatophyte)
เชื้อกลากอาจติดจากคนสู่คน สัตว์สู่คน หรือติดจากพื้นดิน
เชื้อกลากในรูปสปอร์เมื่อมีสภาพเหมาะสม เชื้อจะขยายเป็นสายใยเข้าทำลายชั้นผิวหนังกำพร้า
เส้นผมหรือแผ่นเล็บ เชื้อกลากจะต้องอาศัยสารเคอราตินเป็นอาหารในการเจริญเติบโตและสภาพอับชื้นที่เหมาะสมจะส่งเสริมให้โรคกำเริบ
ดังนั้นประเทศในเขตร้อนชื้นจึงพบโรคกลากบ่อยกว่าประเทศในเขตหนาว
เชื้อกลากพบได้ทั่วตัวและมีชื่อเรียก
หลายแบบตามตำแหน่งของรอยผื่น เช่น กลากของหนังศีรษะและเส้นผม
(tinea corporis) กลากบนใบหน้า (tinea
faciei) กลากผิวหนังทั่วไป (tinea corporis) กลากของมือ (tinea
manuum) กลากของแผ่นเล็บ (tinea unguium)
กลากของอัณฑะและองคชาตหรือสังคัง (tinea cruris) กลากของฝ่าเท้า
(tinea pedis) รอยผื่นกลากอาจมีลักษณะเป็นขุยแห้งๆ หรือบางรายเป็นผื่นอักเสบรุนแรง
เพราะร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อต้านเชื้อรากลากแตกต่างกัน

ถ้าเชื้อรามาจากสัตว์ เช่น เชื้อรากลากของเส้นผมจากเชื้อกลากของแมว
(Microsporum canis) จะมีการต่อต้านรุนแรง จะเกิดการอักเสบเป็นฝีขนาดใหญ่ทำลายรากผม
แต่เชื้อกลากที่เส้นผมซึ่ง
ติดจากคนไปสู่คน เช่น Microsporum audouinii จะพบเป็นผื่นแห้งมีขุยไม่รุนแรงและอาจทำลายรากผมบางแห่ง
ส่วนเชื้อกลากใน
ลำตัวจากคนสู่คน เช่น Trichophyton rubrum ผื่นจะเป็นขุย
แห้งๆ แต่ถ้าเป็นเชื้อกลากติดจากสัตว์ เช่น Trichophyton mentagrophytes
ผื่นจะอักเสบรุนแรง
การรักษากลากที่เป็นเฉพาะที่อาจใช้ยาทา มียาทาหลายกลุ่มให้เลือกใช้
เช่น clotrimazole, miconazole, ketoconazole, isoconazole เป็นต้น
ยาบางชนิดทา 2 ครั้ง บางชนิดทาวันละครั้งก็เพียงพอ ส่วนยารับประทานควรใช้ในรายเป็นผื่นบริเวณกว้าง
เช่นgriseofulvin, ketoconazole itraconazole แพทย์จะต้องพิจารณาตามความเหมาะสมของผื่นแต่ละราย
ในปัจจุบันมีการเลี้ยงสุนัขและแมวเพิ่มขึ้น จากเดิมเลี้ยงนอกบ้านโดยเลี้ยงสุนัขเพื่อเฝ้าบ้าน
และเลี้ยงแมวเพื่อไล่หนู เปลี่ยนเป็นการ
เลี้ยงแบบเพื่อนเกลอ คือ อยู่ในบ้านและอาจคลุกคลีอยู่ในห้องนอน
ความใกล้ชิดจึงทำให้คนมีโอกาสติดเชื้อกลากจากสัตว์เลี้ยงเพิ่มมากขึ้นรอยกลากจะพบในบริเวณนอกร่มผ้า
เช่น ใบหน้า ไหล่ หรือท่อนแขนที่อุ้มสัตว์ ผื่นมีการอักเสบรุนแรงอาจเป็นหลายแห่ง
แต่ก็ยังมีลักษณะเป็นวงอยู่ ในบางรายเป็นเรื้อรังเพราะก็ไม่คิดว่าสัตว์เลี้ยงที่น่ารักจะนำโรคมาฝากให้
โดยสัตว์เลี้ยงจะสบายดี เพียงแค่อาจมีขนร่วงมากกว่าปกติเท่านั้น
อาจเป็นเพราะเชื้อรามีผลเฉพาะเส้นขนเท่านั้น เท่าที่ซักถามผู้ที่ติดโรคกลากจากสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่จะเลี้ยงสุนัขขนาดเล็กขนยาว
และเลี้ยงแมวเปอร์เซีย จึงขอเล่าถึงการติดเชื้อกลากจากแมวเปอร์เซีย
3 เรื่อง 3 รส เพื่อเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้รักแมว
คุณแซนดร้า เป็นชาวต่างชาติที่เป็นผื่นเชื้อราติดจากแมว
เปอร์เซียตัวโปรด ผื่นไม่ตอบสนองต่อยาทาต้องรักษาด้วยยารับประทาน
และเมื่อนำแมวไปพบสัตวแพทย์ก็จะได้ยาสระและผงโรย ขนแมวจึงยังร่วงทั่วบ้าน
ผื่นเชื้อรากลากของคุณแซนดร้าจึงเป็นซ้ำหลายครั้ง สัตวแพทย์ประจำตัวแมวก็ไม่กล้าสั่งยารับประทานเพราะไม่แน่ใจในขนาดยา
เกรงว่าจะเกิดอันตรายถึงตายได้ ซึ่งแซนดร้าก็รับไม่ได้เช่นกันเพราะมีความผูกพันกับแมวเป็นชีวิตจิตใจ
หลังจากหาข้อมูลการ-
รักษาแมวอยู่นานพอควรและในที่สุดแมวก็ได้รับการรักษาด้วยยา
ชนิดเดียวกันกับคุณแซนดร้า จากโรงพยาบาลสัตว์ของมหาวิทยาลัย
จึงแก้ปัญหาได้ทั้งในคนและแมวอย่างมีความสุข
ส่วนคุณสมศรีผู้รักแมวอีก 1 ราย เลี้ยงแมวไทยไว้หลายตัว ต่อมาได้แมวเปอร์เซียมาเลี้ยงเพิ่ม
หลังจากนั้นเพียง 2-3 เดือน
คุณสมศรีเกิดผื่นคันอักเสบรุนแรงกระจายที่แขนและคอ และแมวไทยซึ่งเลี้ยงไว้ก่อนหน้านี้ก็มีผื่นอักเสบรุนแรงเช่นกัน
ก็เป็นที่น่าสงสาร
ทั้งคนไทยและแมวไทยที่ติดเชื้อราจากแมวเปอร์เซีย ต้องใช้เวลารักษาผื่นผิวหนังนานเป็นเดือน
และเมื่อนำแมวเปอร์เซียไปรักษาพบว่า
อาการขนร่วงไม่ทุเลาจึงยกแมวให้เพื่อน ก็ไม่ทราบว่าผิวหนังของเพื่อนเป็นอย่างไรบ้าง
คุณสรยุทธไปซื้อแมวเปอร์เซียจากสวนจตุจักรมาเลี้ยงในราคา 1,800
บาท หลังจากชื่นชมอยู่ 1 สัปดาห์ แมวก็ไม่สบายมีอาการ
ถ่ายท้องต้องพาไปหาสัตวแพทย์ ได้ตรวจรักษาอยู่นาน 3 สัปดาห์
เสียค่ารักษาแมวไป 1,000 กว่าบาท สุดท้ายแมวก็ตาย คุณสรยุทธเริ่มมีผื่นคันบริเวณใบหน้าและแขน
หลังเลี้ยงแมวเพียง 2 สัปดาห์ แต่ต้องวุ่นวายกับการเจ็บป่วยของแมวจึงไม่มีเวลามาพบแพทย์
ผลการตรวจพบว่าคุณสรยุทธเป็นผื่นเชื้อรากลากรุนแรง เข้าใจว่าติดจากสัตว์เลี้ยง
ต้องเสียเงินค่ายารับประทานรักษาอีก 1,000 บาท เรื่องก็จบลงด้วย
ความเศร้าเพราะแมวก็ตาย และยังต้องเสียเงินรวมแล้วหลายพันบาท
เพื่อรักษาแมวและคนรักแมว
เชื้อราจากแมวเปอร์เซียคงจะเป็นปัญหาสำหรับคนไทยเข้าใจว่าอุณหภูมิ
และความชื้นในประเทศไทยอาจเหมาะสมกับการเจริญ
เติบโตของเชื้อราบางสายพันธุ์ในแมวเปอร์เซีย แต่เมื่อแมวเปอร์เซียติดเชื้อราดังกล่าวกลับไม่มีอาการทางผิวหนังมากนัก
เกิดแต่ปัญหาผื่นอักเสบรุนแรงในผู้เลี้ยงเท่านั้น นอกจากติดจากแมวยังพบการติดเชื้อกลากจากสุนัขพันธุ์ขนยาวและกระต่าย
การเลี้ยงสัตว์คงเพิ่ม
มากขึ้นเพราะความเหงา และกระแสความนิยมเลี้ยงสัตว์เป็นเพื่อน
แต่ควรเลือกสัตว์เลี้ยงที่แข็งแรงไม่มีโรคแอบแฝง และควรดูแลสัตว์เลี้ยงให้เหมาะสมเพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา
|