ซุปใสๆ ร้อนๆ ที่มีรสชาติเผ็ด ซ่อนเปรี้ยว และมีกลิ่นหอมของสมุนไพรที่เป็นส่วนผสมอย่างลงตัว ดูจะเป็นอาหารที่เหมาะกับทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ไม่นิยมรับประทานเนื้อสัตว์ หรือผู้ที่รับประทานอาหารเจหรือมังสะวิรัติก็สามารถรับประทานได้ เพียงแต่เปลี่ยนเครื่องปรุงจากน้ำปลาเป็นซีอิ๊วแทนเท่านั้น ส่วนถ้าใครที่ไม่ชอบเผ็ด ก็สามารถลดปริมาณพริกที่ใส่ได้ตามความต้องการ
ส่วนประกอบที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็น พริกขี้หนูสด ข่า ตะไคร้ มะนาว ใบมะกรูด และผักชี ก็สามารถหาซื้อตามท้องตลาดทั่วไป สำหรับ เห็ดฟาง ก็หาซื้อได้ง่ายและราคาไม่แพง และถ้าต้องการเพิ่มเห็ดชนิดต่างๆ เข้าไปด้วยก็สามารถทำได้ตามชอบใจ คราวนี้ลองมาดูประโยชน์ของเครื่องปรุงแต่ละชนิดดีกว่า

เห็ดฟาง เห็ดจัดเป็นอาหารสุขภาพ ให้พลังงานต่ำ มีปริมาณเกลือโซเดียมน้อย แร่ธาตุสูง โดยเฉพาะโพแทสเซียมที่ช่วยลดความดันโลหิต และเป็นแหล่งของโปรตีนจากพืชคุณภาพดี เนื่องจากมีกรดอะมิโนต่างๆ ที่ร่างกายต้องการในปริมาณพอสมควร มีสารอาหารที่ร่างกายต้องการหลายชนิด รวมถึงยังมีใยอาหารที่สามารถดักจับสารพิษและมีสารต้านอนุมูลอิสระจึงมีฤทธิ์ช่วยป้องกันมะเร็งได้ แต่ในการปรุงไม่ควรใช้เวลานานเกินไป เพราะจะทำให้สูญเสียสารอาหารที่มีประโยชน์บางชนิด
พริกสด ในการทำต้มยำนิยมใช้พริกขี้หนู ซึ่งเป็นพริกที่มีขนาดเล็ก ให้กลิ่นหอม และมีความเผ็ดมาก จนมีคำเปรียบว่า เล็กพริกขี้หนู พริกส่วนใหญ่จะให้สารพฤกษเคมีที่มีประโยชน์ไม่ต่างกันมาก ได้แก่ สารแคปไซซิน เบต้าแคโรทีน วิตามินซี ซึ่งสารต่างๆ เหล่านี้มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ และขัดขวางการเข้าทำร้ายเซลล์ของสารก่อมะเร็งได้
ข่า และตะไคร้ เป็นพืชสมุนไพรที่มีความจำเป็นอย่างมากเพราะทำให้เกิดกลิ่นเฉพาะที่เรียกว่าต้มยำ นอกจากนี้ สารสกัดของทั้งข่าและตะไคร้ยังสามารถลดการกลายพันธุ์ ยับยั้งการเกิดเนื้องอก จับสารก่อมะเร็งบางชนิด และยังช่วยกระตุ้นระบบทำลายสารพิษในร่างกายได้อีกด้วย รวมถึงยังเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ตั้งใจใส่สมุนไพรเหล่านี้ลงไปเพื่อบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และถ้ารับประทานชิ้นของข่าและตะไคร้ด้วยก็จะทำให้ได้ใยอาหารเพิ่มขึ้น
ใบมะกรูด มีเบต้าแคโรทีนสูง มีวิตามินซี ป้องกันอนุมูลอิสระได้ดี มีสารคลอโรฟิลด์ที่สามารถดักจับสารก่อมะเร็งได้ แต่นิยมใส่เพียงเล็กน้อยเพื่อให้ได้กลิ่นหอม
มะนาว การทำต้มยำมักใช้น้ำมะนาวในการให้ความเปรี้ยวมากกว่าน้ำมะขามเปียก เพราะน้ำมะนาวให้กลิ่นที่หอมและรสเปรี้ยวที่อร่อยกว่า นอกจากจะได้วิตามินซีแล้ว ขณะบีบน้ำมะนาวเราจะได้สารจากผิวเปลือกมะนาวคือ ดี-ลิโมนีน ซึ่งต้านการเกิดมะเร็งได้
ผักชี เป็นผักที่มักใช้โรยหน้าให้อาหารดูสวยน่ารับประทาน ใบผักชีให้กลิ่นหอม ช่วยในการย่อยอาหาร มีสารเบต้าแคโรทีน และวิตามินซีสูง ต้านอนุมูลอิสระ น้ำมันหอมระเหยจากผักชีและน้ำคั้นจากผักชีมีฤทธิ์ต้านสารก่อกลายพันธุ์ได้ นอกจากนี้ยังให้แคลเซียมและฟอสฟอรัสอีกด้วย
ส่วนผสม
เห็ดฟาง 150 กรัม
ข่าอ่อน 50 กรัม
ตะไคร้ 50 กรัม
ใบมะกรูด 25 กรัม
หอมแดง 50 กรัม
พริกขี้หนูสวน 25 กรัม
ผักชีฝรั่ง 25 กรัม
ผักชีไทย 20 กรัม
พริกขี้หนูทอดหรือสดตามชอบ
น้ำปลา 2 ช้อนตวง
น้ำมะนาว 2 ช้อนตวง
น้ำตาล 1 ช้อนชา
น้ำสต็อกไก่ 350 กรัม
วิธีปรุง
1. ต้มน้ำให้เดือด(อาจใช้น้ำสต็อกหมูหรือไก่) ทุบข่า ตะไคร้อ่อน ใบมะกรูดใส่ลงไป
2. เติมเห็ดฟางที่ล้างสะอาดและหั่นให้ได้ขนาดพอคำ
3. ปรุงรสต้มยำด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย และน้ำมะนาว
4. เพิ่มรสชาติเผ็ดด้วยพริกขี้หนูทุบพอหยาบ ตักใส่ถ้วย แต่งหน้าด้วยผักชี พร้อมเสิร์ฟ
|