A Walk to Fame
ปัจจุบันวัยรุ่นหนุ่มสาวเดินเข้าสู่วงการบันเทิงและวงการแฟชั่นไม่ซ้ำหน้าทุกวัน แม้นางแบบปกของ HealthToday เดือนนี้ น้องนุช- นีรนาท วิกทอเรีย โคสท์ จะเป็นนางแบบรุ่นใหม่วัย 15 ที่มีใบหน้าโดดเด่นแบบหมวยอินเตอร์ รูปร่างสูงโปร่งถึง 178 เซนติเมตร แต่สิ่งที่ต่างจากเด็กวัยใสรุ่นเดียวกันคือ การฝึกฝน เรียนรู้และพัฒนาความคิดในการทำงานแบบผู้ใหญ่ จึงไม่น่าแปลกใจที่เธอจะมีทั้งผลงานโฆษณา ถ่ายแบบ และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนางแบบดาวรุ่งที่น่าจับตาและมีอายุน้อยที่สุด!
ก้าวแรกสู่เวทีนางแบบเมื่ออายุ 12
ตอนนั้นนุชอายุ 12 ปี กำลังเดินซื้อของที่สยามแสควร์กับคุณแม่และมะลิพี่สาว ที่อายุห่างกัน 1 ปี ก็มีโมเดลลิ่งเข้ามาชวนนุชกับมะลิไปเดินแบบเปิดตัวจักรยานยี่ห้อหนึ่ง นุชกับมะลิก็คิดอยู่นานเหมือนกัน กลัวว่าจะทำไม่ได้ เพราะไม่เคยใส่ส้นสูง ฝึกเดินแบบมาก่อน แถมยังเป็นคนขี้อาย (หัวเราะ) แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจลองทำดู เพราะคุณพ่อและคุณแม่สนับสนุน บอกว่าเมื่อมีโอกาสก็ควรจะลงมือทำ อย่างน้อยก็ถือว่าประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต จากนั้นนุชและมะลิก็สลับกันรับงานเดินแบบ ถ่ายแบบและก็มีผลงานโฆษณาเข้ามาเรื่อยๆ เช่น ครีมทาผิว ผ้าอนามัยและล่าสุดคือไอศกรีมค่ะ
จากเด็กขี้อายสู่เวทีนางแบบมืออาชีพ
นุชคิดว่าเส้นทางการเป็นนางแบบของนุชมันเป็นเรื่องของโชคและโอกาส เนื่องจากนุชเป็นลูกครึ่งก็จะได้เปรียบเรื่องความสูงเทียบกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน และอาจเป็นเพราะคุณแม่ปลูกฝังให้รักสัตว์ ก็จะพามะลิกับนุชไปเรียนขี่ม้า ที่ชมรมขี่ม้าทหารม้ารักษาพระองค์ สนามเป้า ตั้งแต่ 7 ขวบ จนถึงอายุ 14 มันช่วยปรับให้นุชมีบุคลิกภาพที่ดี ทั้งนี้เมื่อมาทำงานการเดินแบบอย่างจริงจัง ก็ต้องอาศัยความขยันในการเรียนรู้อย่างมาก ตอนแรกที่นุชเริ่มเดินแบบใหม่ๆ เดินกระย่องกระแย่งมาก คิดแต่ว่าเดินให้จบๆ จะได้กลับบ้าน (หัวเราะ) แต่โชคดีที่มีนางแบบรุ่นพี่และดีไซเนอร์หลายคนช่วยสอนและเตือน โดยเฉพาะเรื่องความมั่นใจในตนเอง ก็จะบอกให้คิดว่าตัวเองสวยที่สุด เป็นเทคนิคไม่ให้รู้สึกประหม่า เดินได้สวยขึ้น นอกจากนี้ก็ยังได้คุณแม่ก็ช่วยสอนและเตือนเรื่องการวางตัวให้เป็นคนทำงานที่มีคุณภาพ เพื่อรักษามาตรฐานให้ยืนหยัดอยู่ในแถวหน้าของสาขาอาชีพนี้ได้ เช่น การรู้จักการเคารพทักทายด้วยการไหว้ตามวัฒนธรรมไทย รู้จักใส่ใจดูแลสุขภาพตนเอง มีความรับผิดชอบ อดทนและตั้งใจทำทุกอย่างให้ออกมาดีที่สุด ทุกวันนี้ก่อนนุชจะเดินแบบ นุชจะเตรียมตัวและคิดว่า วันนี้จะได้ใส่เสื้อผ้าแบบไหน มีแก่นอย่างใด และจะต้องเตรียมทำสีหน้า อารมณ์และการเดินอย่างไร เพื่อสะท้อนรูปแบบเสื้อให้ออกมาสวยและดูดีที่สุดค่ะ
บทบาทของครอบครัวเกราะเสริมความมั่นใจ
ครอบครัวถือว่ามีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของนุชมาก บ้านเรา 4 คนสนิทและใกล้ชิดกันมาตลอด ตั้งแต่นุชเริ่มเข้าโรงเรียนก็จะไปโรงเรียนและกลับบ้านพร้อมคุณพ่อทุกวัน เพราะคุณพ่อที่เป็นชาวอังกฤษ ทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านการเงิน (CFO) ให้แก่โรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย ดังนั้นถ้าคุณพ่อย้ายไปทำงานที่โรงเรียนไหน นุชก็จะย้ายโรงเรียนตามไปด้วย (หัวเราะ) ด้วยเหตุผลที่ว่าจะได้อยู่ดูแลลูกได้อย่างใกล้ชิด ส่วนเวลากลับบ้านก็จะเจอคุณแม่ ที่คอยจัดการและดูแลอาหารการกินให้ทุกอย่าง ตอนนี้คุณแม่ก็มีหน้าที่รับงานให้นุชและมะลิ คอยขับรถรับ-ส่ง และไปเป็นเพื่อนตลอด เรียกได้ว่านุชไปไหนแม่ไปด้วย และถ้าคุณพ่อและคุณแม่ว่างตรงกัน ทั้ง 2 ก็จะควงคู่กันมาดูนุชและมะลิเดินแบบอยู่ข้างเวทีเป็นให้กำลังใจเสมอ ทำให้นุชรู้สึกมั่นใจทุกครั้งที่ต้องไปทำงานค่ะ
2 วัฒนธรรม 2 ความคิดที่ประสานลงตัว
นุชกับพี่สาวเติบโตมากับคำสอนที่ผสมผสานระหว่าง 2 วัฒนธรรม คุณพ่อจะสอนแบบฝรั่งคือ จะสอนและเตือนก่อน แต่เชื่อหรือไม่ก็ให้ไปลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง คุณพ่อจะให้อิสระทางความคิดและชอบให้โต้เถียงกันด้วยเหตุผล ในทางกลับกันคุณแม่เป็นคนไทยก็พูดสอนและเข้มงวดมากกว่าคุณพ่อ (หัวเราะ) อย่างเรื่องการเคารพผู้ใหญ่ รู้จักอดทนอดกลั้น แต่บางครั้งที่นุชดื้อหรือกวนคุณแม่ คุณแม่อาจเงื้อมือฟาดเตือนสติหนึ่งที (หัวเราะ) รวมๆ แล้วนุชเลยเป็นเด็กรักอิสระ ชอบพูดตรงไปตรงมา แต่ไม่เคยคิดร้ายหรือโกรธแค้นใคร นุชเป็นมิตรกับทุกคน แต่ก็ไม่ฝืนทำตัวให้ทุกคนรักหรือชอบเรา ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ซึ่งอาจเป็นข้อดีในการปรับตัวและทำงานกับผู้ใหญ่ แต่กับเพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน บางครั้งเขาเข้าใจผิดคิดว่าเราหยิ่ง ซึ่งนุชไม่เคยคิดว่าตัวเองทำงานเป็นนางแบบแล้วจะวิเศษหรือเด่นกว่าคนอื่นเลย
การดูสุขภาพวัยทีนแบบนุช
จากการทำงานในวงการแฟชั่น นุชไม่เคยอดอาหาร ลดความอ้วนเพื่อให้ตัวเองใส่เสื้อผ้าได้สวย นุชคิดว่าการเป็นนางแบบไม่จำเป็นต้องผอมถึงจะประสบความสำเร็จ เพราะนางแบบชื่อดังอย่างไทรา แบงค์ ก็ไม่ได้ผอมแห้ง แต่เธอก็ประสบความสำเร็จในชีวิตการงานได้ อย่างไรก็ตามด้วยหน้าที่การงาน นุชมีวิธีดูแลรูปร่างตัวเองด้วยการรับประทานอาหารให้ครบ 3 มื้อ แต่มื้อเย็นจะรับประทานตอน 5 โมงเย็น เพื่อจะได้มีเวลาย่อยก่อนเข้านอน และโชคดีที่คุณพ่อเป็นมังสวิรัติ คุณแม่ก็จะทำเมนูอาหารที่ทุกคนในครอบครัวสามารถรับประทานอาหารพร้อมกันได้ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาหารที่ทำมาจากผักและผลไม้มากหน่อย นอกจากนั้นนุชก็รับประทานอาหารเสริมพวกวิตามินหรือแคลเซียมบ้าง และพยายามนอนหลับให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมงค่ะ
แม้น้องนุช-นีรนาท วิกทอเรีย โคสท์ จะเพิ่งมีบัตรประจำตัวประชาชน แต่ก็รู้จักคิดและรับผิดชอบต่อหน้าที่ได้อย่างดี โดยเฉพาะการกระตือรือร้นในการรู้จักดูแลสุขภาพของตนเองตามวัยอย่างเหมาะสม ผลก็คือเธอไม่เคยมีโรคประจำตัวให้หนักใจ แถมยังสดใสร่าเริงได้ทุกวัน...อย่าลืมนะคะ อยากได้สุขภาพดีต้องใช้ความตั้งใจและแรงจูงใจเป็นทุน และคุณก็จะได้ร่างกาย จิตใจและอารมณ์ที่ดีเป็นกำไรค่ะ
|