A Girl in the Big City
พลอย-ชิดจันทร์ รุจิพรรณ สาวหน้าใสวัย 20 ปี ที่ฝากผลงานด้านพิธีกร ภาพยนตร์ และละครไว้มากมาย ล่าสุดหลังจากพลิกบทบาทเป็นนางร้ายครั้งแรกจากละครเรื่องปี่แก้วนางหงส์ จนทำให้ผู้ชมจำได้และติดปากเรียกพลอยว่า สารภี กันทั่วเมือง แต่แทนที่จะโดนเกลียดจนเดินตลาดไม่ได้ พลอยกลับได้รับคำชมหนาหู ซึ่งเธอยกความสำเร็จนี้ให้กับความพยายามและการตั้งใจเรียนในรั้วมหาวิทยาลัย รวมถึงการดูแลตัวเองใช้ชีวิตในเมืองใหญ่เพียงลำพัง โดยไม่ทำให้พ่อแม่ทุกข์ใจ...ว่าแล้วก็ลองฟังเคล็ดลับดีๆ จากพลอยกันดีกว่า
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ
พลอยเกิดและเติบโตที่ จ.เชียงใหม่ค่ะ มีคุณพ่อ คุณแม่ น้องชายและญาติๆ อยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ คุณพ่อของพลอยทำธุรกิจค้าขาย ส่วนคุณแม่เป็นครูสอนนักเรียนในโรงเรียนประถม พลอยเรียนที่เชียงใหม่ตั้งแต่อนุบาลจนจบชั้นมัธยมปลาย แต่ช่วงเรียนอยู่ ม.5 มีโอกาสเข้าสู่วงการบันเทิง เพราะพี่โมเดลลิ่งชวนเข้าประกวดดัชชี่บอยแอนด์เกิร์ล ปี 2004 ซึ่งหลังจากพลอยได้ตำแหน่ง Rising Star ก็ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป เราต้องแบ่งเวลาเรียนมาทำงานพร้อมๆ กัน และจากการได้สัมผัสวงการบันเทิง พลอยก็ตัดสินใจสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตประสานมิตร คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาการแสดงและกำกับการแสดง พอทราบข่าวว่าสอบผ่านก็ย้ายจากเชียงใหม่เข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ คนเดียว เพื่อจะทำงานและเรียนได้สะดวกขึ้น พลอยก็สัญญากับตัวเองว่าจะตั้งใจเรียนไม่ให้เกรดเฉลี่ยต่ำกว่า 3 และต้องพัฒนาฝีมือการแสดงให้ดีขึ้นค่ะ เพราะการเป็นนักแสดงจะหยุดนิ่งไม่ได้ พลอยรู้สึกว่ายังต้องเรียนและฝึกฝนทักษะการแสดงอื่นๆ อีกมาก ส่วนกระแสตอบรับจากผู้ชมทางบ้านที่อินกับบทบาทของพลอยในละครเรื่องล่าสุด ก็เป็นกำลังใจที่ดีและทำให้พลอยชื่นใจค่ะ
การปรับตนใช้ชีวิตในเมืองใหญ่
การย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับพลอย เพราะก่อนหน้านี้ต้องไปๆ มาๆ เพื่อทำงานอยู่แล้วแทบทุกอาทิตย์ ส่วนการปรับตัวให้เข้ากับคนอื่นก็สบายมากค่ะ เพราะพลอยเข้ากับคนอื่นได้ง่าย แบบเนียนๆ เลยค่ะ (หัวเราะ) แต่นิสัยอาจจะแตกต่างจากตอนที่อยู่เชียงใหม่นิดหน่อย โดยเฉพาะเรื่องความรับผิดชอบต่อตัวเอง เมื่อก่อนคุณแม่ดูแลพลอยทุกอย่าง ตั้งแต่ปลุกให้ตื่น
ไปโรงเรียน พลอยไม่ต้องซักผ้าหรือทำกับข้าวเอง แต่เดี๋ยวนี้เราต้องทำเองหมดจนเคยชิน...เปลี่ยนไปขนาดที่บ้านเองยังแปลกใจ (หัวเราะ) และแม้จะอยู่เดียวห่างไกลครอบครัว พลอยก็ไม่รู้สึกเหงาเลยเพราะจะคุยโทรศัพท์กับคุณแม่เป็นประจำทุกวัน วันละหลายๆ ครั้ง พอถึงวันหยุดสุดสัปดาห์คุณแม่ก็จะมาเยี่ยม จนเพื่อนๆ ทุกคนจะรู้ว่าพลอยกับคุณแม่สนิทกันมากๆ
การวางตัวและดูแลตนเองเมื่อต้องอยู่คนเดียว
ตอนที่พลอยย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ใหม่ๆ คุณพ่อคุณแม่จะเป็นห่วงมาก จะคอยเตือนเรื่องการขับรถ การคบเพื่อน พลอยก็เชื่อฟังและทำตาม แต่มีอยู่เหตุการณ์
หนึ่งที่สะเทือนใจมากที่สุดคือ มีข่าวซุบซิบว่าพลอยหนีไปทำแท้งบ้าง ติดยาบ้าง มีข่าวกับดาราผู้ชายคนอื่นๆ บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริงเลย ยังดีที่พลอย
สนิทสนมและคุยกับทางบ้านตลอด ทำให้ที่บ้านมั่นใจได้ว่าพลอยไม่มีวันทำแบบนั้น จากเหตุการณ์นี้พลอยก็เสียใจอยู่นาน แต่สักพักก็นึกขอบคุณสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะมันสอนให้พลอยเข้าใจวงการนี้มากขึ้น เรียนรู้ที่จะรับมือและวางตัวอย่างไรให้เหมาะสม ซึ่งพลอยก็คงไม่ได้ฝืนความเป็นตัวของตัวเอง ยังใช้ชีวิตตามปกติทุกอย่าง แต่ต้องคิดให้รอบคอบมากขึ้นค่ะ ยิ่งพลอยเป็นผู้หญิง อยู่ห่างไกลสายตาพ่อแม่ ก็ยิ่งต้องดูแลตัวเองดีๆ ขอเตือนวัยรุ่นหรือเพื่อนคนอื่นๆ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความรักว่า การชอบใครสักคนนั้นไม่ใช่เรื่องผิด แต่จะทำอย่างไรให้เหมาะสม เราควรบอกให้คุณพ่อคุณแม่รับรู้ และก่อนลงมือทำอะไร ต้องคิดถึงใจคุณพ่อคุณแม่เป็น
อันดับแรกค่ะ
การรับผิดชอบดูแลตนเองให้สมเป็นดารา
นอกจากการวางตัวต่อผู้อื่นแล้ว พลอยคิดว่าการเป็นนักแสดง เราจำเป็นต้องดูแลตนเองให้ดี มันเป็นภาระหน้าที่ก็ว่าได้ค่ะ เรื่องผิวพรรณพลอยจะทาครีม
กันแดดก่อนออกจากบ้าน แล้วก็พยายามดื่มน้ำมากๆ ซึ่งคุณแม่มีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพมากค่ะ ยกตัวอย่างสมัยพลอยยังเล็ก ที่บ้านมีสระว่ายน้ำ คุณแม่จะบังคับให้พลอยว่ายน้ำไปกลับวันละ 20 รอบทุกวัน ไม่ได้เที่ยวเล่นเลย (หัวเราะ) แต่ผลดีที่ได้คือ พลอยสูงขึ้นมากในระยะเวลาสั้นๆ หรือแม้แต่ปัจจุบันอยู่ห่างกับคุณแม่ก็จริง แต่ก็จะโทรศัพท์มาถามหรือเตือนว่าทาครีมหรือยัง ออกกำลังกายหรือยัง ฯลฯ ซึ่งใช้ได้ผลทุกทีค่ะ (หัวเราะ) ตอนนี้พลอยเน้นกินพวกสุกี้หรือต้มผัก เพราะล่าสุดเพิ่งไปตรวจเช็คร่างกายประจำปีปรากฏว่าโคเลสเตอรอลสูง ต้องงดกินอาหารมันๆ หรืออาหารทะเลสักพัก อันนี้ต้องโทษตัวเองที่เป็นคนกินง่ายค่ะ กินได้ทุกอย่าง (หัวเราะ) ยกเว้นเนื้อหมูเพราะพลอยนับถือศาสนาอิสลามค่ะ แล้วพลอยก็ออกกำลังกายด้วยการเล่นโยคะ เข้าฟิตเนสหรือว่ายน้ำสม่ำเสมอ
แผนในอนาคตของพลอย
พลอยจะมุ่งมั่นและพยายามตั้งใจเรียนให้มากที่สุดค่ะ ตอนนี้ก็ลงเรียนภาษาจีนเพิ่มเติมด้วยเอาไว้เป็นความรู้ติดตัว เพราะที่บ้านทำธุรกิจสวนลำไย
จำเป็นต้องติดต่อค้าขายกับประเทศจีน ส่วนในด้านการแสดงเราก็พร้อมปรับปรุงตนเองเพื่อพัฒนาการแสดง เริ่มตั้งแต่ความรับผิดชอบพื้นฐาน เช่น การดูแลตนเอง ความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา โดยดารารุ่นอาวุโสที่พลอยชื่นชมและให้ความเคารพ ได้แก่ อาหนิง-นิรุตติ์ ศิริจรรยา และผู้หญิงคือ อามี๊-พิศมัย วิไลศักดิ์ ซึ่งเป็นดาวค้างฟ้าที่ยังดูแลตนเองได้สมบูรณ์แบบ มีเสน่ห์และอัธยาศัยดีและเป็นที่เคารพของดารารุ่นน้องค่ะ
และนี่คือเสี้ยวหนึ่งจากมุมมองของสาวน้อยหน้าเด้ง พลอย-ชิดจันทร์ รุจิพรรณ ซึ่งนับว่าเป็นวัยรุ่นยุคใหม่ที่มีความคิด รู้จักปรับตัวและรับผิดชอบหน้าที่การเรียนและการทำงานของตนเองได้อย่างดี ไม่ทำให้พ่อแม่ต้องปวดหัวหรือหนักใจ... จึงไม่น่าแปลกใจที่พลอยจะเป็นที่ชื่นชอบจากผู้ชมทางบ้านค่ะ
|