Starting Healthy Year with MutMee
มัดหมี่-พิมดาว พานิชสมัย สาวน้อยวัย 18 ปี เจ้าของอัลบั้ม มัดหมี่ เป็นนักร้องคลื่นลูกใหม่ที่มีสไตล์การร้องสดใสถูกใจวัยรุ่น แต่มัดหมี่ไม่ได้เด่นแค่เสียงร้องหรือทักษะการแต่งเพลงเท่านั้น แต่ยังมีบุคลิกที่คล่องแคล่ว เปี่ยมด้วยพลังและอารมณ์ร่าเริงแจ่มใส ซึ่งล้วนมาจากพื้นฐานของครอบครัวที่ให้อิสระทางความคิดและการปลูกฝังให้รักษาสุขภาพ มัดหมี่จึงเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ
รอบด้าน เรียกว่าได้ทั้งบู๊และบุ๋น สมกับที่เป็นลูกสาวคนโตของครอบครัวทหารอย่างแท้จริง
ครอบครัวแฟนพันธ์แท้ของรักสุขภาพ
คุณพ่อและคุณแม่ปลูกฝังให้ลูกๆ รักสุขภาพและเล่นกีฬาตั้งแต่เด็กค่ะ ทุกวันหลังเลิกเรียนมัดหมี่กับน้องสาวมัดมุกจะไปราชกรีฑาสโมสรสปอร์ตคลับ เพื่อออกกำลังกายกับคุณพ่อ (พล.อ.ไพโรจน์ พานิชสมัย) มัดหมี่จึงชอบเล่นกีฬาแทบทุกชนิด เช่น ว่ายน้ำ ตีกอล์ฟ
ขี่ม้า แบดมินตัน เทนนิส ดำน้ำและก็เข้าฟิตเนสค่ะ ซึ่งคุณพ่อเป็นต้นแบบการรักษาสุขภาพของมัดหมี่ที่ดีมาก เพราะคุณพ่อรับประทานมังสวิรัติและออกกำลังกายทุกวันถึงขั้นติดทีเดียว (หัวเราะ) คุณพ่อออกกำลังกายวันละ 3 เวลาคือ เช้า บ่ายและเย็น ตื่นนอนตั้งแต่ตี 5 เพื่อไปว่ายน้ำที่สโมสรฯ พอเลิกงานก็ไปตีกอล์ฟ และตกเย็นก็เข้าฟิตเนส ทำจนเป็นกิจวัตรประจำวัน ถ้าวันไหนไม่ไปถือว่าผิดปกติมาก (หัวเราะ) ขนาดไปเมืองนอก คุณพ่อยังตื่นเช้ามาวิ่งจ๊อกกิ้งทุกวัน แต่สำหรับมัดหมี่วันไหนไม่ได้ไปก็ไม่เป็นไรค่ะ สบายๆ (หัวเราะ) ส่วนคุณแม่จะดูแลเรื่องอาหารการกินที่ดีต่อสุขภาพให้ทั้งครอบครัว เช่น แนะนำให้ลดอาหารประเภทแป้งในช่วงเย็น แต่เน้นโปรตีนและผักหรือผลไม้ ให้รับประทานวิตามินและเกลือแร่เสริมบ้าง ซึ่งผลดีของการรักษาสุขภาพทำให้มัดหมี่เป็นคนคล่องแคล่วว่องไว พลังเยอะ ไม่ค่อยเจ็บป่วย หรือถ้าเป็นก็ไม่รุนแรงและหายไวค่ะ
จุดเริ่มต้นของแววและอารมณ์ศิลปิน
มัดหมี่กับคุณพ่อมีหลายๆ อย่างคล้ายกัน ตั้งแต่หน้าตา นิสัยและที่สำคัญคือการชอบ
ร้องเพลง ซึ่งสมัยก่อนคุณพ่อเป็นผู้ช่วยทูตทหารบกมีหน้าที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองบ่อยๆ ทำให้มัดหมี่คุ้นกับงานเลี้ยงสังสรรค์ คุณพ่อก็ให้มัดหมี่ขึ้นไปร้องเพลงบนเวทีตลอด ซึ่งทำให้เข้ากับคนอื่นได้ง่าย พูดเก่ง (หัวเราะ) มั่นใจในตนเองและกล้าแสดงออก แต่ก็มีอารมณ์เหงาบ้าง โดยเฉพาะเมื่ออยู่เงียบๆ คนเดียว มัดหมี่จะคิดจุกจิกสารพัดมาก แถมยังเป็นคนอ่อนไหวและอินง่ายกับทุกเรื่องค่ะ อย่างเวลาดูหนังเศร้านะ เพื่อนๆ อาจจะแค่ซึ้งๆ บางฉากบางตอน แต่มัดหมี่จะร้องไห้ทั้งเรื่องเลย (หัวเราะ) ก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มัดหมี่ชอบเขียนและแต่งเพลง ยิ่งถ้านั่งอยู่ในห้องเรียน จะเขียนเพลงได้ดีมากค่ะ (หัวเราะ) มัดหมี่เริ่มแต่งเพลงตอนอายุ 15 เพลงแรกที่แต่งคือ เพลงของแม่ จะเกี่ยวกับคามรักระหว่างแม่และลูก ซึ่ง
มัดหมี่ก็นำไปร้องเพลงประกอบการเล่นเปียโนในงานวันแม่ที่โรงเรียนจิตรลดา บรรดาคุณแม่ฟังแล้วร้องไห้ใหญ่เลย (ยิ้มเขินๆ) และก็มีแต่งเพลงสไตล์อินดี้ร็อค ที่เรียบเรียงจากเรื่องเล่าของเพื่อนๆ ที่ชอบมาปรึกษามัดหมี่ค่ะ แต่เหตุการณ์ที่พลิกชีวิตมัดหมี่เดินเข้าสู่วงการเพลงคือ การร้องเพลงครบรอบวันเกิดของสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 และได้รับการติดต่อจากค่ายเพลง จากนั้นก็ทุ่มเทฝึกร้องและเตรียมงานกว่า 2 ปี จนกระทั่งเสร็จสมบูรณ์เป็นอัลบั้มแรกในชีวิตที่มัดหมี่ภูมิใจที่สุดค่ะ
ร้อยเรียงเรื่องราวด้วยภาพ งานอดิเรกสุดรักสุดหวง
นอกจากการร้องเพลงจะเป็นสิ่งที่มัดหมี่รักที่สุด งานอดิเรกที่ชอบไม่แพ้งานเพลงและบ่งบอกตัวตนของมัดหมี่คือ การถ่ายรูปค่ะ เนื่องจากมัดหมี่ไม่ค่อยชอบเดินช้อปปิ้ง แต่จะชอบเดินดูเฟอร์นิเจอร์ของแต่งบ้านหรือศิลปะมากกว่า โดยทุกครั้งที่มีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศในย่านถนนขายศิลปะต่างๆ มัดหมี่จะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายเก็บไว้ทุกฉาก จนทุกวันนี้ไปไหนมาไหนก็ต้องพกกล้องถ่ายรูปหรืออย่างน้อยก็เป็นโทรศัพท์มือถือที่มีกล้องติดตัวตลอด ถ้าไม่ได้พกจะขาดความมั่นใจมาก (หัวเราะ) มัดหมี่คิดว่ากล้องสามารถเก็บความประทับใจหรือภาพบรรยากาศสวยๆ และเล่าเรื่องราวต่างๆ ได้ดีที่สุด และตอนถ่ายรูป มัดหมี่มักจะมีมุมเป็นของตนเองค่ะ อย่างรูปที่มัดหมี่ชอบและนำติดตัวมาให้ดูวันนี้จะมีภาพถ่ายขาว-ดำ แถวชายหาดที่หัวหินค่ะ และภาพวิวในสวนสาธารณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และก็ภาพตัวเองค่ะ
เปิดใจรู้จักมัดหมี่
ด้วยภาพที่ออกตามข่าวหน้าสังคมในสื่อต่างๆ ทำให้หลายคนติดภาพมัดหมี่ว่าเป็นสาวไฮโซ แต่ถ้าได้รู้จักหรือพูดคุยกับมัดหมี่จะเข้าใจว่ามัดหมี่ไม่แตกต่างจากเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกันเลย มัดหมี่ยังซนและไฮเปอร์ด้วยซ้ำ (หัวเราะ) เพียงแต่อาชีพของคุณพ่อ ที่เคยเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และอาชีพของคุณแม่ เป็นที่ปรึกษาด้านสังคมให้กับห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ทำให้มัดหมี่มีโอกาสออกงานบ่อยก็เท่านั้น ซึ่งข้อดีของการออกงานช่วยสอนให้รู้ว่าควรจะวางตัวอย่างไรกับผู้ใหญ่ เพราะบางครั้งมัดหมี่ทำตัวสบายเกิน ก็ต้องรู้จักเงียบเรียบร้อยบ้าง (หัวเราะ)
รับปีใหม่ด้วยพลังคิดบวก
มัดหมี่กำลังลุ้นกับผลสอบเข้ามหาวิทยาลัยค่ะ อาจจะเป็นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยมหิดลค่ะ ซึ่งคณะที่มุ่งมั่นอยากเข้าคือ คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาดุริยางคศิลป์ แต่ช่วงที่ผ่านมา มัดหมี่ต้องเรียนและเตรียมเปิดอัลบั้มทำให้เครียดและร้องไห้บ่อยมาก แต่หลังจากนั่งคิดอย่างถี่ถ้วน ทั้ง 2 อย่างเป็นสิ่งที่มัดหมี่ตั้งใจทำและมีความสุข ดังนั้นก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องกังวลหรือท้อถอย สู้ทำใจให้สนุกสนานร่าเริงดีกว่า ซึ่งต้องขอขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ที่สนับสนุนมัดหมี่มาตลอด โดยเฉพาะคำสอนของคุณพ่อที่ให้อดทนและรับผิดชอบ เพราะทุกครั้งที่รู้สึกเหนื่อย คำสอนของท่านช่วยได้มาก และสุดท้ายในโอกาสขึ้นปีใหม่นี้ มัดหมี่อยากเห็นบ้านเมืองเรามีความสงบสุข
คนไทยรักและสามัคคีกัน โดยเฉพาะอยากให้เหตุการณ์รุนแรงที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ดีขึ้น และที่สำคัญที่สุดขอให้พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงค่ะ
จากคำบอกเล่าของสาวทะมัดทะแมงคนนี้ ทำให้รู้ว่าพยายาม มุ่งมั่นอดทนและตั้งใจทำในสิ่งที่ชอบ สามารถฟันฝ่าอุปสรรคและถึงปลายทางแห่งความสำเร็จได้ ซึ่ง HealthToday หวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะมีกำลังใจในการฟันฝ่าอุปสรรคในชีวิตต่อไปเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเริ่มต้นรับปีใหม่อย่างสดใส สุขภาพดี แข็งแรงค่ะ
|