Balancing Life
จ๊ะ-จิตตาภา แจ่มปฐม สาวน้อยหน้าหวานนัยน์ตาคม มีผลงานทางละครโทรทัศน์ให้เราได้คุ้นหน้าคุ้นตา เช่น ละครย้อนยุคเรื่องเรือนรักเรือนทาส สวัสดีคุณครู สุดแต่ฟ้ากำหนด หรือล่าสุดกรุงเทพฯ ราตรี ซึ่งสาวน้อยวัย 22 ปีคนนี้ มีความสามารถที่ไม่ธรรมดาเลย
ทีเดียว นอกจากจะเป็นนักบัลเล่ต์เข้าขั้นครูพอที่จะไปสอนเด็กๆ ได้แล้ว เธอยังเรียนเก่ง เป็นว่าที่บัณฑิตเกียรตินิยมในปีหน้าอีก การบริหารจัดการเวลา ความเพียรและความมุ่งมั่นพัฒนาความสามารถให้ดีสม่ำเสมอนี้ ทำให้ชีวิตจ๊ะราบรื่น ได้สมดุล ไม่แพ้การทักษะการเต้นบัลเล่ต์ที่ต้องทรงตัวอยู่บนปลายเท้าเลย
บัลเล่ต์ลิขิตชะตาชีวิต
ชะตาชีวิตของจ๊ะเกี่ยวข้องกับบัลเล่ต์ตลอดค่ะ ตั้งแต่เกิดกระดูกขาของจ๊ะผิดปกติ เป็นโรค Knock Knee หรือกระดูกขาไม่เท่ากัน
ทำให้เข่าทั้งสองข้างงุ้มชิดเข้าหากัน คุณหมอก็แนะนำให้คุณแม่พาจ๊ะไปเรียนบัลเล่ต์ ซึ่งจะช่วยดัดขาให้กางออกได้ ซึ่งบังเอิญว่าคุณแม่
ชอบดูบัลเล่ต์ และฟังเพลงคลาสสิค ช่วยปลูกฝังให้จ๊ะชอบและประทับใจ โดยเฉพาะชุดบัลเล่ต์กระโปรงบานฟูฟ่องจ๊ะจะชอบมาก (หัวเราะ) ตอนอายุ 5 ขวบ จึงจูงมือคุณแม่ให้พาไปสมัครเรียนเต้นบัลเล่ต์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็เรียนมาตลอด ไม่เคยรู้สึกเบื่อหรืองอแงเลย อยากเลิกเรียนเร็วๆ เพื่อไปเรียนเต้นด้วยซ้ำ (หัวเราะ) และบัลเล่ต์ก็เป็นโอกาสที่ชักนำให้จ๊ะได้ถ่ายแบบโฆษณาตั้งแต่ 8 ขวบ ตลอดช่วงเรียน
มัธยมต้นถึงปลายก็มีคนเรียกไปแคสหน้ากล้องเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้รับเล่นเนื่องจากโรงเรียนห้าม จนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัยจึงรับงานค่ะ
จุดสมดุลระหว่างศาสตร์และศิลป์
ตอนนี้จ๊ะเรียนอยู่ที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชั้นปีที่ 4 วิชาเอกนาฏยศิลป์ตะวันตกค่ะ เป็นการเรียนเต้นทุกชนิดในประเทศตะวันตก เช่น บัลเล่ต์ แจ๊ส แท็ป ฮิบฮอป เป็นต้น รวมถึงการแสดงบนเวที การจัดแสงสีเสียงเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ต้องเรียนทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติค่ะ แถมยังต้องเรียนวิชา
กายวิภาคเหมือนนักศึกษาแพทย์ด้วย เพราะนักเต้นจำเป็นต้องเรียนรู้สรีระร่างกาย
ของตัวเอง เพื่อดึงความสามารถและพัฒนาทักษะการเต้นของตนเองให้ได้มากที่สุด ซึ่งนอกจากจะเต้นได้สวยงามแล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อการสอนคนอื่นในอนาคตและป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นขณะเต้นอีกด้วย รุ่นของจ๊ะปีนี้มีทั้งหมด 12 คน ซึ่ง
แต่ละคนก็ถนัดการเต้นแบบต่างๆ กัน จ๊ะก็เลือกถนัดการเต้นบัลเล่ต์ ซึ่งเป็นศิลปะที่
ี่ผสมผสานระหว่างความเข้มแข็งและนุ่มนวล นักเต้นจึงจำเป็นต้องแข็งแรง ฟิตแอนด์
เฟิร์มตลอดเวลาค่ะ ผอมหรืออ้วนเกินไม่ได้เลย ถ้าผอมไปกล้ามเนื้อก็ไม่สวยมีผลต่อ
ท่าทางและความอ่อนช้อย แต่ถ้าอ้วนไปก็ต้องเริ่มนับหนึ่งหาจุดสมดุลเพื่อยืนบนปลายเท้าใหม่ และที่สำคัญต้องฝึกใช้สมาธิสูงเพราะต้องสื่ออารมณ์ผ่านท่าทางและแววตา เวลาสอบจะเครียดมากกลัวทำได้ไม่ดี ทำให้ต้องหาทางผ่อนคลายด้วยการคิดใน
แง่บวก
บอกตัวเองว่า เราจะต้องทำได้ และพยายามคิดว่าเวทีนี้ ฉันสวยที่สุด
อย่าสนใจสายตากรรมการ พอไม่รู้สึกกดดันแล้วความมั่นใจก็มาเอง ทำให้ท่าเต้นออกมาสวยและดี ซึ่งวิธีนี้ยังเป็นประโยชน์และเอื้อต่อการแสดงละครมากด้วย โดยเฉพาะการใช้สมาธิอ่านและท่องบทละคร หรือการถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละคร
เหตุการณ์ประทับใจจากการเต้น
จ๊ะมีนิสัยชอบความท้าทายและความแปลกใหม่ ดังนั้นเหตุการณ์ที่ประทับใจ โดยเฉพาะจากการเต้นบัลเล่ต์คือ การแสดงถวายหน้าพระที่นั่งฯ ทุกปี ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย แม้จะเป็นงานใหญ่แต่จ๊ะไม่เคยเครียดหรือรู้สึกกดดันเลยนะ กลับรู้สึกฮึกเหิมว่า ทำไมรอนานแบบนี้? ฉันอยากเต้นแล้วนะ! (หัวเราะ) อาจเป็นเพราะว่าจ๊ะทุ่มเทและเต้นด้วยใจรักจริงๆ ซึ่งคนที่มาเต้นเพราะถูกบังคับให้เรียนมันสูญเปล่า จ๊ะเคยเห็นเด็กบางคนรูปร่างได้สัดส่วนเกิดมาเพื่อบัลเล่ต์จริงๆ และเทคนิคการเต้นก็ดีมาก แต่กลับไม่น่าดู เพราะมันไร้อารมณ์ เนื่องจากเขาถูกพ่อแม่บังคับให้เต้น ตรงกันข้ามกับเด็กอีกคนที่ธรรมดามากแต่ด้วยใจรัก เค้าสามารถเต้นและปล่อยความรู้สึกจากใจมาสะกดสายตาเราได้ ลบจุดด้อยได้ทั้งหมดเลย จ๊ะอยากฝากคุณพ่อคุณแม่ว่าถ้าลูกไม่ชอบ ไม่อยากเรียนก็ไม่ควรบังคับนะคะ เพราะเด็กจะไม่มีความสุขและไม่สนใจ ทำให้ได้วิชากลับไปไม่เต็มที่ค่ะ
ทุ่มเทสุดตัวเพื่อคว้าปริญญา
แม้ว่าตอนนี้จ๊ะจะมีอาการบาดเจ็บที่เกิดจากการเต้นบัลเล่ต์คือ กล้ามเนื้อต้นขาด้านในฉีกและข้อเท้าพลิก ก็ส่งผลกระทบต่อการเต้นของจ๊ะอย่างมหาศาล ท่าเต้นแบบไหนที่เคยทำได้ดีก็ลดลงเกือบครึ่ง ซึ่งอาการเหล่านี้จะดีขึ้นได้ต่อเมื่อหยุดเต้นสัก 1-2 ปี แต่จ๊ะไม่สามารถ
หยุดได้เพราะยังต้องเรียนและ ช่วงนี้ต้องเตรียมเต้น Solo Dance ซึ่งเป็นโครงงานส่วนบุคคลก่อนจบมหาวิทยาลัยในเดือนนี้ เครียด
พอสมควร เพราะจ๊ะต้องวางแผนและคิดงานเองทุกอย่าง ทั้งเลือกเพลงและฝึกซ้อมเพื่อจำท่าเต้นให้แม่นที่สุด ประมาณ 3-4 วันต่ออาทิตย์
วันละ 4 ชั่วโมง ก็ต้องหาแผ่นประคบหรือรับประทานยาช่วย แต่จ๊ะไม่เคยท้อหรืออยากเลิกเต้นบัลเล่ต์เลยสักครั้ง แม้ว่าก่อนหน้านี้
จะเคยบ่นกับอาจารย์ว่า หลังเรียนจบจ๊ะจะไม่เต้นแล้ว จะทิ้งรองเท้าบัลเล่ต์ด้วย! แต่อาจารย์ก็จะตอบกลับมาเสมอว่า ฉันไม่เชื่อหรอก เธอไม่มีวันทำได้ เดี๋ยวหยุดเต้นได้สักอาทิตย์หรือสองอาทิตย์ เธอก็ต้องวิ่งกลับมาเต้นใหม่ นั่นเพราะอาจารย์ทราบดีว่า ชีวิตจ๊ะมีแต่บัลเล่ต์
การแสดงศาสตร์ และศิลป์แขนงใหม่ที่น่าหลงใหล
ละครเป็นศิลปะแขนงใหม่ที่จ๊ะค้นพบในชีวิตนอกเหนือจากบัลเล่ต์ค่ะ โดยเฉพาะการรับบทบาทที่ไม่ใช่ตัวเอง (หัวเราะ) อย่างละครย้อนยุคเรื่องที่ผ่านมา จ๊ะต้องท่องบทใช้ภาษาไทยยากๆ ใส่ชุดไทย นั่งแกะสลักผลไม้หรือปักผ้า ซึ่งภาพที่เห็นจะต่างจากนิสัยมาก เพราะจ๊ะเป็นเด็กซน แก่นๆ ไม่เรียบร้อย ไม่หวาน ออกจะซุ่มซ่ามด้วยซ้ำ เดินสะดุดโน้นนี่เป็นประจำ (หัวเราะ) ถ้ามีโอกาสก็อยากลองเล่น
บทตลกดูบ้าง (ยิ้ม)
เคล็ดลับจัดสมดุลชีวิตให้เรียนดีงานเด่น
การจัดการและดูแลตนเองให้สมดุลระหว่างการเรียนและการทำงานแสดง คือการรู้จักแบ่งเวลาและใช้สมาธิค่ะ ทุกครั้งที่จำเป็นต้องขาดเรียน จ๊ะก็ขอยืมเนื้อหาจากเพื่อนๆ มาจดตามทีหลัง และก็อ่านหนังสือเตรียมล่วงหน้า ซึ่งโชคดีที่จ๊ะเป็นคนจำแม่น อ่านหนังสือหรือท่องบทรอบเดียวก็จำได้ จ๊ะคิดว่าส่วนหนึ่งมาจากข้อดีของการฝึกเต้นบัลเล่ต์ตั้งแต่เล็กๆ ค่ะ และนอกจากนั้นก็ต้องนอนพักผ่อนให้เยอะมากที่สุด เพราะถ้านอนไม่พอหน้าตาจะอิดโรย เวียนหัวซึ่งส่งผลเสียต่อการเรียนและการแสดงมาก เพราะความเหนื่อยล้าจะออกทาง
สีหน้า แววตาและท่าทาง ส่วนเรื่องอาหาร จ๊ะพยายามเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ขนมปังโฮลวีท ข้าวกล้อง
หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก จะรับประทานพวกปลาย่างหรือปลานึ่งแทน เน้นพวกผักมากๆ ส่วนการดูแลรักษารูปร่าง จ๊ะ
ตั้งระเบียบของตัวเองว่าต้องรับประทานอาหารเย็นก่อน 6 โมงเย็น และจะเน้นเป็นพวกปลานึ่งหรือผักต้ม ส่วนการออกกำลังกายจ๊ะก็ซ้อมเต้นเป็นประจำอยู่แล้ว ถ้าวันไหนไม่ได้ซ้อมเต้น ก็จะเข้าฟิตเนสยกเวทเสริมเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ หรือออกกำลังกายที่บ้านแทน ซึ่งมีอุปกรณ์พร้อมสรรพอยู่แล้ว เรื่องบำรุงผิวพรรณก็ไม่ได้ทาครีมเป็นพิเศษ แต่เน้นการดื่มน้ำมากๆ เพื่อป้องกันผิวแห้งค่ะ
ครอบครัวใหญ่ครึกครื้น
ครอบครัวจ๊ะเป็นครอบครัวใหญ่ บ้านลุงป้าน้าอาจะอยู่บริเวณเดียวกัน สมัยก่อนจะรอกินข้าวเย็น พร้อมหน้าพร้อมตากันทุกวัน แต่ช่วงหลังต่างคนต่างติดธุระหน้าที่ เวลาเริ่มไม่ตรงกัน จึงไม่ค่อยสังสรรค์เหมือนเคย แต่ก็ยังห่วงใยและสอบถามทุกข์สุขตลอดเวลาค่ะ ยิ่งคุณลุงเป็นหมอ เวลาเรากินยาอะไรจะถามว่า เป็นอะไร ไหนขอดูสิ (ยิ้ม) ส่วนเรื่องเรียนหรือทำกิจกรรมที่จ๊ะหรือน้องสาวอยากทำ คุณพ่อคุณแม่ไม่เคยห้ามเลย ปล่อยให้ตัดสินใจและรับผิดชอบเอง แต่พร้อมให้คำแนะนำและสนับสนุนค่ะ โดยเฉพาะคุณแม่จะคุยกันได้ทุกเรื่อง
เรื่องความรักและเพื่อนคู่คิด
จ๊ะยังไม่มีคนพิเศษเลยค่ะ ไม่มีสเปคด้วย ขอให้คุยเข้าใจกันก็พอ แต่อาจจะยากหน่อยเพราะจ๊ะเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง ไม่รู้จะรับได้หรือเปล่า (หัวเราะ) แต่ถ้าใครมาขอเบอร์ จ๊ะก็จะส่งเบอร์โทรศัพท์คุณแม่ไปแทน จากนั้นก็จะหายไปเลย...(หัวเราะ) จ๊ะขอเฮฮากับเพื่อนๆ ดีกว่าค่ะ แต่ช่วงนี้งานยุ่งมาก พอว่างก็อยากพักนิ่งๆ กลัวเพื่อนจะน้อยใจคิดว่าจ๊ะดังแล้วลืมเพื่อน ขอยืนยันว่าไม่มีทางเป็น
แบบนั้นแน่ๆ
เป้าหมายในชีวิตปีใหม่
หลังสอบเสร็จและทุกอย่างผ่านไปด้วยดีในเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ จ๊ะก็จะจบปริญญาตรีและเป็นอิสระสักที มีลุ้นว่าจ๊ะจะได้เกียรตินิยม
อันดับ 1 ด้วย ส่วนสิ่งต่อไปที่อยากทำคือ ไปเที่ยวค่ะ!...คุณแม่น้องจ๊ะส่งเสียงแว่วๆ จากด้านหลังว่า จะได้เที่ยวเหรอ? งานเราเยอะออก ...จ๊ะส่งสายตาอ้อนวอนผู้จัดการส่วนตัวเล็กน้อย ก่อนส่งยิ้มและพูดต่อว่า...อยากไปสวิสเซอร์แลนด์แบบแบกเป้ลุยเอง และจากนั้น
ก็จะลุยทำงานเต็มที่แล้ว (ผู้จัดการส่วนตัวยิ้มขึ้นมาทันที) และถ้ามีเวลาก็อยากเรียนต่อปริญญาโทต่อในคณะอักษรศาสตร์ เอกการละคร
ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยค่ะ
และนี่คือสมดุลชีวิตของน้องจ๊ะ-จิตตาภา แจ่มปฐม ว่าที่บัณฑิตเกียรตินิยมคุณภาพคับแก้วในปีหน้า แล้วคุณล่ะคะ? วางแผนอะไรไว้สำหรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงบ้าง ไม่ว่าจะยากหรือง่ายเพียงใด ถ้าตั้งใจและพยายามรับรองว่าสำเร็จดังหวังแน่ๆ ค่ะ ทีมงาน HealthToday ขอเป็นกำลังใจและสนับสนุนอีกแรงค่ะ
|