ชีวิตเบื้องหลังโต๊ะข่าวของกุ๊ก-กฤติกา

     ถ้าพูดถึงนักข่าวหญิงแห่งรายการคุยข่าว กุ๊ก-กฤติกา ศักดิ์มณี จัดว่าเป็นนักข่าวคุณภาพที่ผู้ชมติดตามและให้ความสนใจมากคนหนึ่ง เพราะกุ๊กมีคุณสมบัติของคนข่าวตัวจริง ตั้งแต่การเตรียมตัว รายงานและวิเคราะห์ข่าว แต่ก็ไม่ทิ้งอารมณ์ขัน สร้างความสนุกสนานเป็นกันเองได้ไม่น้อยยามนั่งคู่กับคุณสรยุทธ สุทัศนจินดาและคุณเอกราช เก่งทุกทางในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ส่วนเบื้องหลังชีวิตหลังโต๊ะข่าวของกุ๊กจะเป็นอย่างไร? HealthToday ขอสลัดภาพกุ๊กที่คุ้นตาทางหน้าจอโทรทัศน์ มาเป็นนางแบบจำเป็นสักวัน พร้อมเปลี่ยนกุ๊กเป็นผู้ถูกสัมภาษณ์ดูบ้าง

หนึ่งวันของกุ๊ก
     “กุ๊กเข้านอน 4 โมงเย็น และตื่นนอนตอนเที่ยงคืน เพื่อเตรียมความพร้อมและเช็คข่าวสารทางโทรทัศน์และอินเตอร์เน็ต จากนั้นจะอาบน้ำแต่งตัวออกจากบ้านตอนตี 2 ครึ่ง พอถึงช่อง 3 ก็เดินไปหยิบหนังสือพิมพ์มาอ่านเช็คหัวข้อข่าวอีกที พอตี 3 ครึ่งก็แต่งหน้าทำผม ระหว่างนี้กุ๊กก็จะอ่านข่าวไปด้วยคิดไปด้วย หัวข้อข่าวไหนน่าสนใจก็จะจดไว้ในสมุดเล่มเล็กๆ จากนั้นประมาณ 6 โมงเช้า ก็จะเจอกับคุณสรยุทธแต่ยังไม่ได้คุยกันมาก เพราะต่างคนก็ต้องตรียมตัว ดังนั้นโอกาสคุยกันจริงๆ มีแค่ก่อนเปิดรายการแค่ 1 นาทีหรือบางครั้ง 30 วินาทีเท่านั้น 6.15 น. ก็เริ่มรายการจนประมาณ 8.45 น. หลังจากจัดรายการเสร็จแล้วกุ๊กก็จะกลับบ้านโดยไม่ลืมที่จะหยิบหนังสือพิมพ์กลับไปอ่านที่บ้าน เพราะยังมีบทความหรือบทวิเคราะห์อื่นๆ ที่ยังต้องศึกษาอีก พอถึงบ้านก็จะล้างเครื่องสำอาง อาบน้ำ สระผมและมานั่งอ่านข่าวหรือบทวิเคราะห์ต่อ แล้วค่อยพักผ่อนด้วยการเล่นกับสุนัขบ้าง ดูหนังเรื่องที่อยากดู เป็นวีซีดีหรือดีวีดีบ้าง ประมาณบ่าย 2 โมงก็ลงมากินข้าวอีกรอบและก็เข้านอน หมุนเวียนแบบนี้เป็นประจำตั้งแต่วันอาทิตย์-วันพฤหัสฯ”

จากกลางวันเป็นกลางคืน กลางคืนเป็นกลางวัน
     “ยอมรับว่าแรกๆ ปรับตัวลำบากมาก เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา 20 กว่าปี เรานอนแบบคนทั่วไป อยู่ๆ มาเปลี่ยนร่างกายก็มีอาการ
งงๆ บ้าง ทีแรกกุ๊กแบ่งเวลานอนเป็น 2 ช่วง ช่วงละ 3 ชั่วโมง เพื่อตื่นมาดูข่าวช่วงหัวค่ำและนอนต่อ แต่กลายเป็นว่าเรารู้สึกเหนื่อยเป็น 2 เท่า เหมือนใช้ชีวิต 2 วัน สุขภาพก็เริ่มแย่ ปวดหัว กินไม่ค่อยได้ เลยหันมานอนยาว 8 ชั่วโมงแทน เคล็ดลับที่ทำให้หลับได้ทุกวันนี้คือ การสั่งติดผ้าม่านใหม่ชนิดกันแสงยูวี พร้อมสวมที่ปิดตา (หัวเราะ) จำลองให้เหมือนกลางคืนไปเลย ช่วงแรกที่นอนไม่ค่อยหลับ ก็จะดื่มน้ำองุ่น 1 แก้ว ก่อนนอน ในอนาคตกุ๊กอาจจะลองเปลี่ยนเวลานอนอีก (หัวเราะ) เพราะยังอยากดูละครหัวค่ำหรือรายการวาไรตี้ดีๆ บ้าง”

จุดเริ่มต้นแห่งอาชีพนักข่าว
     “กุ๊กเป็นคนชอบอ่านหนังสือพิมพ์มาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ติดนิสัยจากคุณพ่อที่ต้องอ่านทุกวัน กุ๊กเริ่มจากอ่านข่าวบันเทิงก่อน ส่วนหัวข้อใหญ่ๆ พ่อจะเอาไปอ่าน ต่อมาเริ่มรู้สึกเสียดายสตางค์เพราะอ่านไม่คุ้ม (หัวเราะ) จึงเริ่มอ่านหัวข่าวใหญ่ว่ามีเรื่องอะไรน่าสนใจบ้าง ทำมาเรื่อยๆ ประกอบกับกุ๊กเป็นคนชอบเล่าให้เพื่อนๆ ฟังว่าวันนี้มีเรื่องอะไรบ้าง เช่น ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ แถมตั้งแต่เด็กชอบเลียนแบบและพูดตามผู้ประกาศข่าวทางทีวี เค้าสวัสดีเราก็สวัสดีด้วย (หัวเราะ) เลยเหมือนเป็นการฝึกตัวเองให้พูดภาษาไทยได้ชัดถ้อยชัดคำไปโดยไม่รู้ตัว แต่ก็ไม่ได้พูดตามทุกวันนะ ไม่งั้นแม่คงจะพาไปเช็คสมอง (หัวเราะ) แม้ตอนนั้นยังไม่ได้คิดว่าอนาคตจะต้องเป็นผู้ประกาศข่าวให้ได้ แต่รู้สึกในใจลึกๆ ว่า โตขึ้นเราต้องได้เป็น (...และก็ได้เป็นจริงๆ)”

เส้นทางนักข่าวกับฉายาหญิงอึด
     “หลังจบปริญญาตรีสาขานิเทศศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ก็สมัครเข้าเป็นพิธีกรรายการหนึ่งที่ช่อง 9 อ.ส.ม.ท. และระหว่างเรียนต่อปริญญาโทด้านนิเทศศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ รับงานเป็นพิธีกรเปิดตัวรายการสินค้าต่างๆ ซึ่งต้องขอบคุณเพื่อนที่บังคับขู่เข็ญให้ไปทำ (หัวเราะ) เพราะกุ๊กได้ประสบการณ์มาก ตั้งแต่การฝึกฝนแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การพูดโน้มน้าวใจให้ผู้คนเข้ามาร่วมทำกิจกรรม หลังจากเรียนจบก็ไปสมัครงานที่เนชั่นแชนแนล ประจำโต๊ะการเมือง ซึ่งตอนนั้นพี่กนก (กนก รัตน์วงศ์สกุล) เป็นหัวหน้าโต๊ะข่าว แต่เอาเข้าจริงปรากฏว่าโต๊ะข่าวการเมือง อาชญากรรม การศึกษา สังคมอยู่รวมกันหมด (หัวเราะ) ดังนั้น 3 เดือนแรก กุ๊กได้ทำทุกอย่าง ตั้งแต่ทำสกู๊ปข่าว สัมภาษณ์ นั่งรถไปกับช่างภาพ ต้องฝึกใช้กล้องทีวีเองด้วย ช่วงนั้นก็หนักหนาสาหัสเหมือนกัน แต่เราก็ผ่านมาได้ จนพี่กนกบอกว่า เห็นกุ๊กตัวผอมบางแบบนี้ แต่จริงๆ แล้วเป็นหญิงอึด (หัวเราะ) ”

วิธีฝึกฝนให้เป็นคนข่าวตัวจริง
     “สิ่งที่กุ๊กทำมาตลอดและให้ความสำคัญมาก คือการอ่านข่าวและเตรียมตัวล่วงหน้า ทุกวันกุ๊กตื่นมาก็อ่านหนังสือ พิมพ์ ย่อข่าวที่น่าสนใจ
ไว้ในสมุดโน้ตหมดไปเป็นเล่มๆ นี่คือหลักการพัฒนาตนเองของกุ๊กภายในหนึ่งปี จากที่เคยขึ้นรถเปิดเพลงก็เปลี่ยนมาฟังข่าว พอถึง
ที่ทำงานเราก็ไปอ่านเพิ่มเติมอีก ดังนั้นกุ๊กจึงไม่ได้เริ่มนับหนึ่งจากที่ทำงานแต่เป็นที่บ้านแล้ว แต่ทำอยู่ที่เนชั่นฯ สักพักก็เริ่มคิด อยากลองกลับไปทำงานด้านการตลาดตามที่เรียนมา เผอิญจังหวะเดียวกับคุณสรยุทธชวนมาทำรายการด้วยกัน ก็เลยตกลง เพราะเราอยากเปลี่ยนงานอยู่แล้ว แต่เหตุผลสำคัญอีกข้อคือ ตอนที่พี่ยุทธชวน เขาบอกกุ๊กว่า “กุ๊กทำการบ้านดี” ซึ่งคำพูดนี้ทำให้เรารู้สึกดีมาก
ในที่สุดก็มีคนเห็นความพยายามและตั้งใจของเรา เพราะกุ๊กก็ไม่เคยบอกใครว่า “เอ่อพี่ค่ะ...ตลอด 2 ปีนี้ หนูกลับบ้านไปอ่านข่าวจริงจัง
ทุกวันนะ”

สำหรับคนที่อยากมีโอกาสเแบบกุ๊ก
     “กุ๊กว่าคนที่คิดจะทำอะไรก็ตามและอยากมีโอกาส อย่างแรกถามตัวเองก่อนว่าชอบแบบนี้จริงหรือเปล่า เพราะมันไม่มีทางลัด เรามีใจรักและคุณสมบัติดีพอหรือไม่ ถ้ามีแล้วก็เดินเข้าไปหาซะ อย่าทำเพราะว่าอยากเหมือนคนนั้นคนนี้ สำหรับกุ๊กถ้าชอบและลงมือทำให้เต็มที่ จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จไม่ต้องไปคาดหวังหรือบีบคั้นตนเอง ทำทุกวันให้ดีที่สุด ไม่ให้เกิดความคิดเสียดายว่าถ้าย้อนกลับไปได้จะทำแบบนั้นแบบนี้ เพียงแค่นี้ก็มีความสุขกับการทำงาน”

ครอบครัว-ความรัก เชื้อเพลิงเติมพลังใจ
     “กุ๊กมีพี่น้องสามคน เป็นผู้หญิงหมดเลย แต่ 3 คน 3 สไตล์มาก นิสัยต่างกันและใช้ชีวิตต่างกัน อาจเป็นเพราะพ่อแม่เลี้ยงดูต่างกันด้วย อย่างพี่สาวคนโตจะอยู่กับย่า ส่วนคนกลางพ่อแม่จะหวงและห่วงมาก แต่กับกุ๊กเค้าจะปล่อยๆ เพราะรู้ว่าตัดสินใจและรับผิดชอบตัวเองได้ ด้วยพื้นนิสัยที่จริงจังกับทุกเรื่องที่ (หัวเราะ) พอถึงวันหยุดก็จะอยู่กับบ้านพักผ่อน กับคุณพ่อที่เกษียณแล้วคอยทำกับข้าวให้กิน ส่วนเพื่อนที่คบหารู้ใจก็มีแล้วค่ะ คบกันมานานจนที่บ้านก็รู้จักกันดี กุ๊กคิดว่าหลักการคบกันของคน 2 คนให้ยาวนานต้องอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจกัน ไม่กดดันกันหรือนำไปเปรียบเทียบกับคนอื่น แต่อย่างว่าแหล่ะ อนาคตไม่มีอะไรแน่นอน แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น กุ๊กคิดว่าไม่น่าเสียใจขนาดจะเป็นจะตาย เพราะจุดเสียใจที่สุดในชีวิตของกุ๊กได้ผ่านไปแล้วตั้งแต่คุณแม่เสียเพราะโรคหัวใจเมื่อ 3 ปีก่อน ทุกครั้งที่เสียใจ กุ๊กจะถือว่าเป็นบททดสอบให้เราได้เรียนรู้และเป็นภูมิคุ้มกันให้เราผ่านไปได้”

การดูแลสุขภาพ
     “เรื่องเตรียมข่าวนี่เต็มที่ แต่การดูแลผิวให้ 2 เต็ม 10 คะแนน (หัวเราะ) ส่วนใหญ่ถ้าจะห่วง จะเป็นเรื่องการเกิดสิวหรือแพ้มากกว่า คุณพ่อจะบำรุงผิวกุ๊กด้วยการปั่นน้ำแครอทผสมมะเขือเทศให้ดื่มทุกวัน และถ้ามีเวลานอนจะนอนให้มากที่สุด เพราะถ้าพักผ่อนนอนได้เต็มอิ่ม ปัญหาอีก 108 ก็สู้ไหว และผลจากการที่กุ๊กอยู่ใกล้ชิดข่าว มันทำให้คิดมากและระแวดระวังมากขึ้น ซึ่งปกติจะเป็นคนคิดมากอยู่แล้ว (หัวเราะ) มากๆ เข้า กุ๊กก็พยายามใช้หลักการปล่อยวาง รายงานจบแล้วก็คือจบ หันไปทำกิจกรรมอื่นๆ บ้าง ดูหนังอะไรก็ได้ให้เพลินๆ”


      หลังจากการลองเป็นนางแบบครั้งแรกในชีวิต กุ๊กเปิดเผยกับเราว่าเป็นประสบการณ์ที่แปลกและสนุกไปอีกแบบ เพราะปกติเธอจะแต่งตัวเรียบๆ สบายๆ แต่ในอนาคตจะทำแบบนี้หรือไม่ กุ๊กตอบพร้อมหัวเราะร่วนว่า ขอดูอีกที...ท่านผู้อ่านคิดว่ายังไงคะ? เพราะเราคิดว่าเธอทั้งเก่งและสวยสง่า ดูดีไม่แพ้ดาราทีเดียว


     





For comments and suggestions about this site, contact the Webmaster
Copyright©2008 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.