Time Will Tell

     หลายคนสงสัยว่าสาวน้อยหน้าใหม่บนปกฉบับนี้เป็นใครกัน? เธอคนนี้ชื่อว่า ฟิล์ม-ธัญญรัศม์ จิราภัทร์ภากร นักศึกษาปีที่ 1 คณะวิทยาการการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา เป็นมิสทิฟฟานี่ 2007 คนล่าสุด! ตำแหน่งนี้เปิดโอกาสให้สาวประเภทสองทั่วไปได้พิสูจน์ตนเอง ไม่ได้เป็นเวทีของนางโชว์อย่างที่เข้าใจกัน ซึ่งสำหรับฟิล์มตำแหน่งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการ “เปิดเผย” ตัวตนกับคนในครอบครัว แต่ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ฟิล์มไม่เคยเร่งให้ยอมรับในทันที แต่ใช้หลักเอาใจเขามาใส่ใจเรา ให้เวลาเป็นกลไกในการสร้างความเข้าใจ มาฟังกันว่าเธอมีวิธีจัดการความคิดและเผชิญหน้ากับปัญหาอย่างไร

เริ่มรู้ใจตนเองครั้งแรกตั้งแต่ 6 ขวบ
     “ฟิล์มรู้ใจตนเองว่าไม่ใช่เด็กผู้ชายมาตั้งแต่ 6 ขวบ แต่ตอนนั้นสื่อยังไม่ได้เสนอเรื่องเบี่ยงเบนทางเพศมากเท่าไร ฟิล์มเลยไม่รู้ว่าตนเองเป็นอะไรกันแน่ รู้แต่ว่าร่างกายเป็นชายแต่จิตใจไม่ใช่ และคุณพ่อคุณแม่มีฟิล์มเป็นลูกชายเพียงคนเดียวจึงเป็นธรรมดาที่คาดหวังกับเราไว้มาก และช่วงนั้นสังคมยังไม่ยอมรับมากเท่าสมัยนี้จึงต้องเก็บความรู้สึกไว้ ฟิล์มดำเนินชีวิตเป็นผู้ชายปกติมาตลอด ใส่กางเกง ตัดผมสั้น ไม่ได้แสดงอาการใดๆ แต่จัดว่าเป็นผู้ชายเรียบร้อยและหน้าหวาน จนเมื่ออยู่ชั้นมัธยมปลายย่างเข้ามหาวิทยาลัย จึงเริ่มเปิดเผยความรู้สึกตนเองมากขึ้น”

คำตอบที่หามานานกว่า 17 ป
     “ฟิล์มหาคำตอบของปัญหาว่าเราเป็นอะไรกันแน่มาตลอด 17 ปี จนกระทั่งรุ่นพี่ที่รู้จักแนะนำให้ฟิล์มลองประกวดเวทีสาวประเภทสองเล็กๆ ก่อน เนื่องจากเห็นว่าเรามีแวว แต่ตอนนั้นยังไม่ได้บอกให้ที่บ้านทราบ เนื่องจากฟิล์มไม่ได้เติบโตมาในครอบครัวที่ยอมรับเรื่องนี้ ทำให้อยู่ในภาวะสับสนมาตลอด ต้องใช้วิธีแก้ปัญหาด้วยการนั่งสมาธิ เพื่อควบคุมอารมณ์ตนเอง รู้จักคิดยับยั้งชั่งใจก่อนทำอะไร อย่างไรก็ตามจากการเดินสายประกวดอยู่ 1 ปี มันเหมือนเป็นก้าวเล็กๆ ให้ฟิล์มตัดสินได้ว่านี่คือทางที่เราเลือกเป็น ดังนั้นจุดมุ่งหมายก็ชัดขึ้นว่าอยากจะประกวดมิสทิฟฟานี่เพื่อตนเองสักครั้งในชีวิต”

ตามล่าความฝัน-การยอมรับจากพ่อแม่
     “ฟิล์มไม่ได้ประกวดมิสทิฟฟานี่เพื่อชื่อเสียง เงินทอง หรือไล่ตามความฝันของตนเองเพียงอย่างเดียว จุดสำคัญคือต้องการพิสูจน์ให้คุณพ่อคุณแม่ยอมรับ ซึ่งหลังจากได้ตำแหน่ง ฟิล์มเปิดเผยให้ท่านทราบอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ฟิล์มไม่หวังให้ท่านเข้าใจทันทีนะคะ เพราะลูกชายคนเดียวในบ้านเปลี่ยนไปขนาดนี้ก็ต้องให้เวลาทำใจ โดยเฉพาะคุณแม่ที่จะสนิทกับฟิล์มมาก ซึ่งก็ต้องเข้าใจความรู้สึกของท่านด้วย เพราะท่านยังมีสังคมและเพื่อนฝูงที่ต้องพบปะ แต่ถ้าถามว่าคุณพ่อคุณแม่รู้สึกยังไงกับความสำเร็จของฟิล์มที่ได้ตำแหน่ง ฟิล์มว่าลึกๆ แล้วท่านก็ยินดีกับเรา แต่อาจจะไม่ได้แสดงออก 100% เรื่องแบบนี้เหมือนการก้าวข้ามบันไดทีละขั้น ในใจฟิล์มอยากให้ที่บ้านเข้าใจในสิ่งที่เราเป็นมากที่สุด เพราะแม้คนอื่นจะยอมรับเรา แต่ถ้าพ่อแม่ไม่ยอมรับก็ไม่มีความหมายค่ะ”

ยอมรับในธรรมชาติที่ไม่อาจฝืน
     “แม้ฟิล์มจะมีรูปร่างหน้าตาหรือจิตใจเป็นผู้หญิงก็ตาม (อาจจะสวยกว่าผู้หญิงจริงๆ เสียด้วยซ้ำ) แต่อวัยวะและระบบต่างๆ ของร่างกายก็ยังคงทำงานเป็น “นาย” อยู่ดี ซึ่งจุดนี้ฟิล์มก็ยอมรับและไม่คิดจะฝืนชะตากำหนดได้ ดังนั้นจึงปรับตัวค่อนข้างลำบาก แต่ถ้ามองในอีกแง่หนึ่งฟิล์มอาจจะได้เปรียบตรงที่ว่าเราเข้าใจธรรมชาติของผู้ชายและความอ่อนโยนของผู้หญิง”

ข้อควรระวังจากการใช้ยาเสริมความเป็นหญิง
     “ฟิล์มยังไม่ได้เป็นผู้หญิงเต็มตัว จึงต้องรับประทานฮอร์โมนเสริม ซึ่งเพิ่งจะรับประทานได้ 1-2 ปี แต่ก็อยู่ในความดูแลของแพทย์เสมอ ไม่กล้าซื้อมารับประทานเองเพราะเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อร่างกายในระยะยาว เพราะยาทุกอย่างล้วนก่อให้เกิดผลข้างเคียงทั้งสิ้น โดยเฉพาะเรื่องยาคุม ที่เด็กวัยรุ่นสมัยนี้ชอบซื้อมารับประทานเอง อยากเตือนว่าไม่ใช่ว่ารับประทานยาแล้วสวย เห็นผลทันตา มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างมาก ซึ่งทุกวันนี้ฟิล์มพยายามหาความรู้เรื่องสุขภาพและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น นมถั่วเหลือง ไม่รับประทานเนื้อสัตว์มาก เน้นผักและผลไม้สดแทน และดื่มน้ำตามมากๆ”

ฝากถึงเยาวชนที่กำลังสับสน
     “ฟิล์มอยากบอกว่าให้อดทนรอก่อน สิ่งสำคัญที่สุดที่ควรคำนึงถึงคือคุณพ่อคุณแม่ ฟิล์มอยากให้เยาวชนคิดถึงใจท่านเป็นอันดับต้นๆ ในขณะที่เรายังเรียนอยู่ก็พยายามเป็นลูกที่ดี เรียนให้จบ แสดงให้ท่านเห็นว่าเรารู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร มีกาละเทศะและรับผิดชอบของตัวเองได้ ในอนาคตเมื่อเราเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ว่าเราจะเป็นอะไรหรือทำอะไร คุณพ่อคุณแม่ก็จะไว้วางใจและเปิดใจยอมรับการตัดสินใจของเรา ดังนั้นฟิล์มจึงอยากให้คิดดีๆ ว่าการที่ได้แสดงออกอย่างที่เราอยากเป็น มันเป็นความสุขของเรา แต่อาจสร้างความทุกข์ให้คนในครอบครัวหรือไม่ ซึ่งเหตุผลที่ท่านไม่ยอมรับอาจเป็นเพราะท่านห่วงอนาคตของเรานั่นเอง”


     HealthToday เล่มนี้นับว่าพิเศษกว่าที่ผ่านมา ทั้งนี้เราไม่ได้มีเจตนาปลุกกระแสสนับสนุนหรือต่อต้านใดๆ เพียงแต่อยากนำเสนอความจริงของสังคมในอีกแง่มุมหนึ่ง ซึ่งอาจเกิดขึ้นในหลายครอบครัว ไม่ว่าสมาชิกในครอบครัวจะเป็นอย่างไร เพียงขอให้เปิดใจกว้าง พูดคุยกันเพื่อร่วมกันหาทางออกที่เหมาะสม คำนึงถึงการยอมรับและความสุขของครอบครัวตนเองเป็นหลัก เพราะครอบครัวเป็นรากฐานที่ยั่งยืนของสังคมค่ะ


     





For comments and suggestions about this site, contact the Webmaster
Copyright©2008 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.