โลกที่ไม่ธรรมดาของสายป่าน
     
     ถ้าคุณเคยชมโฆษณารณรงค์ให้ปิดโทรศัพท์มือถือก่อนชมภาพยนตร์ของเครือข่ายโทรศัพท์ยี่ห้อหนึ่ง และผลงานภาพยนตร์ล่าสุด “พลอย” ของเป็นเอก รัตนเรือง ที่โด่งดังไปถึงเทศกาลเมืองคานส์ และได้ออกฉายสู่สายตาคนไทยเมื่อเดือนที่ผ่านมา คุณคงสะดุดกับใบหน้าหวานๆ ของ สายป่าน-อภิญญา สกุลเจริญสุข แม้ว่าสายป่านจะอายุ 17 ปี มาหมาดๆ และแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกในชีวิต แต่ก็ฉายพรสวรรค์ออกมาแล้ว ถึงขนาดผู้กำกับชมว่า “เป็นสาวน้อยมหัศจรรย์” ที่ “ฟ้าประทาน” มาให้ เราจึงรีบคว้าตัวมานั่งพูดคุยเพื่อทำความรู้จักสาวน้อยคนนี้มากขึ้น

 เหตุเกิดแถวร้านสะดวกซื้อ
     “ป่านเข้าวงการบันเทิงจากการชักชวนของโมเดลลิ่งแบบบังเอิญ ตอนนั้นเลิกเรียนแล้วกำลังจะข้ามถนนไปซื้อขนมที่ร้านเซเว่น
อีเลฟเว่น พี่จากโมเดลลิ่งก็ลงจากรถมาถามทาง แล้วก็ขอถ่ายรูปและเบอร์โทรศัพท์ป่าน จากนั้นเขาก็ติดต่อให้ไปทดสอบหน้ากล้อง...ป่านก็ไม่ได้เตรียมตัวอะไร แต่งตัวสบายๆ ลุยเดี่ยว แล้วก็ได้งานโฆษณาชิ้นนี้เป็นชิ้นแรก ตามมาด้วยงานพิธีกรรายการสตรอเบอร์รี่ชีสเค้กทางช่อง3 แต่ถ่ายได้ 4 ตอน ก็ต้องออกมาเพราะได้รับเลือกให้แสดงภาพยนตร์เรื่องพลอย”

 แสดงหนังครั้งแรกในชีวิตกับมืออาชีพ
     “ป่านเป็นเด็กธรรมดา นิ่งๆ ไม่ได้ทำกิจกรรมกับโรงเรียน ไม่เคยเรียนการแสดงมาก่อน แต่อาศัยใจชอบเป็นแรงผลักดันให้เราพยายามมากขึ้น อย่างตอนที่ไปคัดเลือกตัวแสดง ป่านจะได้บทสนทนาจริงเพียงบางส่วนจากหนังเรื่องนี้ ก็ต้องอ่านและทำความเข้าใจกับบทให้มากที่สุด ถามพี่ในกองว่ารายละเอียดของบทเป็นอย่างไร อารมณ์แบบไหน หลังจากรู้ว่าทดสอบผ่านก็เริ่มตะลุยถ่ายกันที่โรงแรมแถว ซอยนานา โดยใช้เวลาทั้งหมดเพียง 1 เดือนครึ่งก็เสร็จ ป่านคิดว่าพี่ทีมงานทุกคนมีคุณภาพและวางแผนที่ดีมากแบบมืออาชีพ เพราะทุกวันสามารถถ่ายทำได้ตามแผนที่กำหนดไว้ เริ่ม 6 โมงเช้า 6 โมงเย็นก็เลิกกลับบ้านได้ นอกจากนี้ยังได้ร่วมงานกับนักแสดงที่มีคุณภาพอย่าง เช่น พี่หมิว-ลลิตา แรกๆ ทั้งกลัว ตื่นเต้นและเกร็งสุดๆ เพราะฉากแรกที่เล่นกับพี่หมิว หน้าพี่หมิวดุมาก (หัวเราะ) ส่วนกับพี่ใหญ่-พรวุฒิ สารสิน เราเป็นมือใหม่ทั้งคู่ ก็จะซ้อมบทด้วยกันทุกครั้งที่รอจัดไฟหรือจัดกล้อง”

ที่มาของคำชมจากใจผู้กำกับ
      จากบทสัมภาษณ์ของเป็นเอก รัตนเรือง ได้ชื่นชมความสามารถของน้องสายป่านว่าจดจำบทได้แม่นยำ ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ เราจึงอดใจไม่ได้ที่จะถามเคล็ดลับในการสร้างสมาธิ ซึ่งน้องสายป่านตอบแบบไม่อ้อมค้อมว่า “ป่านอ่านบทละครทั้งเรื่อง 1 รอบ และจำภาพเป็นฉากๆ เอา ส่วนบทพูดก็จะมาอ่านอีกทีก่อนเข้าฉาก พูดซ้ำๆ 3-4 ทีก็แม่น และที่ป่านเล่นได้ดีอาจเป็นเพราะ “พลอย” มีนิสัยคล้ายกับป่าน คือพูดน้อย แต่มีความหมายชัด เป็นคนตรงๆ กล้าคิด กล้าพูด มั่นใจในตัวเอง ตอนแสดงป่านก็พยายามเข้าใจตัวตนของ “พลอย” และถ่ายทอดให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด ก็แค่นั้น แต่สิ่งที่ยากในการรับบทคือ การแสดงและสื่อให้คนดูรู้ว่า “พลอย” ไม่ใช่เด็กกร้านโลก แต่มีความไม่ธรรมดาในตัวเอง”

ความไม่ธรรมดาของสายป่าน
     “ป่านมีโลกส่วนตัวและมีความเป็นตัวของตัวเองค่อนข้างสูง บางทีนั่งคุยกับเพื่อนๆ แต่ฟังไปฟังมา สาระของบทสนทนาเริ่มเบี่ยงเบน ไม่เกี่ยวกับเราหรือกลุ่มเพื่อน ป่านก็จะเริ่มเบื่อ แอบลุกออกมา ปล่อยให้น้องสาวนั่งฟังแทน (หัวเราะ) และป่านไม่ชอบเสียงอึกทึกครึกโครม อย่างช่วงเปลี่ยนคาบวิชาที่โรงเรียน ป่านไม่อยากนั่งในห้องเลย เพราะเสียงจะดังมาก คนโน้นเดินไปยืมของคนนี้ เพื่อนผู้ชายก็คุยเล่นกันหลังห้อง ดูวุ่นวายไปหมด...ป่านก็จะเดินไปเข้าห้องน้ำได้เวลาเริ่มเรียนค่อยกลับมาเรียน ป่านไม่ชอบเดินห้างสรรพสินค้าหรือสยามสแควร์ แต่ชอบเดินจตุจักร ดูของทำมือเอามาประยุกต์หัดทำเอง อย่างพวกสร้อยติดมือถือที่วัยรุ่นฮิตใช้กัน ป่านก็ทำเองจากยางรัดผมที่ขาด เอามาร้อยกับพวกลูกปัดเก่าๆ ไม่ต้องซื้อให้เปลืองเงิน แถมยังเก๋ไม่เหมือนใครอีกด้วย”

เห็นหน้าหวานๆ แบบนี้เดินตะลุยป่ามาแล้ว 10 วัน
     “ป่านชอบเดินทางท่องเที่ยวแบบผจญภัย เกือบทุกปีจะไปอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรีกับคุณลุงและคุณพ่อ โดยมีคนท้องถิ่นนำทางหนึ่งคนพาเข้าไปดูการใช้ชีวิตแบบธรรมชาติของคนในหมู่บ้าน ที่ยังเก็บของป่าหรือล่าสัตว์กันอยู่ แต่ละครั้งก็อยู่ในป่า 10 กว่าวัน บางทีวันหนึ่งต้องเดินถึง 17-18 กิโลเมตรก็มี ท้าทายดีค่ะ ส่วนช่วงปิดเทอมก่อนๆ ป่านมีโอกาสได้ไปประเทศสวีเดนช่วยคุณลุงคุณป้าที่ทำกิจการร้านอาหารไทยที่นั่น แรกๆ จะไปกับน้องสาว ไปช่วยเสิร์ฟ ช่วยเตรียมร้าน เก็บล้างเช็ดถู ทำทุกอย่าง ยกเว้นจดอาหารเพราะพูดภาษาสวีเดนไม่ได้ แต่หลังๆ นั่งเครื่องบินไปคนเดียว พอถึงที่นั่นลุงกับป้าก็มารับ ส่วนค่าจ้างไม่ได้เป็นเงินนะ เพราะถ้าให้สงสัยจะหมดเกลี้ยง (หัวเราะ) ลุงกับป้าจะพาไปซื้อของแทน อยากได้อะไรก็บอก”

ครอบครัวเศรษฐกิจพอเพียง รักความสงบอยู่กับธรรมชาติ
     “ครอบครัวป่านมีกันทั้งหมด 4 คน คุณพ่อ คุณแม่ ป่านและน้องสาว ตอนนี้คุณพ่อคุณแม่เกษียณแล้ว แม้จะอายุเพียง 40 กว่าๆ แต่ก็มีเงินเก็บออมพอส่งป่านกับน้องเรียน เพราะสมัยก่อนคุณพ่อคุณแม่ทำงานหนัก เป็นยี่ปั๊วส่งเส้นขนมจีนรับมาจากฉะเชิงเทราและส่งทั่วย่านมีนบุรี ป่านกับน้องจึงเติบโตมาในรถที่พ่อแม่ใช้ทำงาน เห็นความยากลำบากกว่าจะได้เงินมาใช้แต่ละบาท อีกอย่างเป็นเพราะคุณพ่อเป็นคนสมถะ รักความสงบ ชอบอยู่กับธรรมชาติ ครอบครัวเราจึงเลือกอยู่บ้านแถบชานเมือง หลีกหนีความเจริญมาเรื่อย (หัวเราะ) จนปัจจุบันย้ายมาปลูกบ้านอยู่แถวลำลูกกา เป็นบ้านสวน มีต้นไม้ คุณพ่อจัดการขุดเป็นบ่อปลา นำดินมาถมที่ดินแล้วก็เลี้ยงปลา เวลาว่างก็อยู่บ้านตกปลา บางทีมีตะพาบหรืองูหลงมา คุณพ่อก็สวมบทพ่อครัวหัวป่า จับมาทำเป็นกับข้าว ป่านก็ลองกินด้วยนะ เป็นคนชอบลอง กินได้ทุกอย่าง”

ประสบการณ์และมุมมองจากโลกใบเล็กของป่านถึงสังคม
     “ถ้ามองย้อนกลับไปดูสิ่งที่เห็นจากพ่อและแม่ รวมทั้งภาพยนตร์ที่ได้ร่วมเล่น ทำให้ป่านได้ประสบการณ์ที่มีคุณค่า นอกจากการได้ร่วมงานกับทีมงานภาพยนตร์ที่มีคุณภาพแล้ว ยังเห็นความสำคัญต่อสถาบันครอบครัวในสังคมว่า เราจำเป็นต้องรักษาสายสัมพันธ์ในครอบครัวไว้อย่างมั่นคง การตกลงใจสร้างครอบครัวด้วยกันของชายหญิง ต้องแบ่งปันความรู้สึกดีๆ ให้กัน ยามว่างควรทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน พูดคุยกันมากขึ้น อย่างตัวอย่างเช่นครอบครัวของป่าน จะใช้เวลาร่วมกันให้มากที่สุด ยามว่างทั้งคุณพ่อ คุณแม่และน้องสาวก็จะนอนพักผ่อนอยู่บ้าน นอนดูทีวี เช่าวิดีโอมาดูด้วยกัน หรือขับรถไปหาที่กินข้าวอร่อยๆ ถึงจะไกลหน่อยแต่ก็ยอม เป็นความสุขที่เราหาได้ใกล้ตัวค่ะ”


     เห็นได้ชัดว่า น้องสายป่านเป็นเด็กวัยรุ่นที่มีความคิดเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองอย่างมาก ภายใต้ใบหน้าหวานๆ ก็แฝงไปด้วยมุมมองที่น่าสนใจให้ค้นหาไม่น้อย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอจึงกลายเป็นสาวน้อย “มหัศจรรย์” ที่สะดุดตาหลายต่อหลายคน เป็นเด็กสาวที่ “จิ๋วแต่แจ๋ว” ประดับสีสันให้วงการบันเทิงอีกคนหนึ่ง





For comments and suggestions about this site, contact the Webmaster
Copyright©2008 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.