Brighten up your day with Jaja
ในยามอากาศจะแปรปรวน ครึ้มฟ้าครึ้มฝนแบบนี้ พาลให้คนส่วนใหญ่ (รวมถึงคนเขียน) รู้สึกเฉื่อยชา ตื่นนอนตอนเช้าด้วยอารมณ์ไม่แจ่มใสเท่าที่ควร ตรงกันข้ามกับสาวสวยตากลมโต ผมยาวอย่าง จ๊ะจ๋า-พริมรตา เดชอุดม ที่เปิดอกพูดคุยกับเราว่า เธอตื่นรับ
เช้าวันใหม่อย่างสดใสทุกวัน พร้อมที่จะลุย ทุ่มเทและสนุกสนานกับงานวงการบันเทิงที่ได้รับ ดังผลงานที่ฝากไว้ เช่น มิวสิควีดิโอ งานโฆษณา ภาพยนต์เรื่องเดอะกิ๊ก รวมถึงละครโทรทัศน์ เช่น จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า แก้วตาพี่ น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ และชุมทางเสือเผ่น ที่จะออกฉายเร็วๆ นี้ โดยทุกเรื่องราวที่เกิดในชีวิต จ๊ะจ๋าจะจดจำ ถือว่าเป็นกำไรและสีสันของชีวิต
ครั้งแรกกับชีวิตซ่อนเร้นที่ถูกเปิดเผย
เห็นจ๋าตื่นตัวและเฮฮาแบบนี้ เชื่อไหมว่าสมัยเรียนมัธยมปลายเป็นคนโลกแคบมากนะ ตื่นเช้าก็มีรถรับส่งไปโรงเรียน ทำการบ้านเสร็จแล้วก็เข้านอนตั้งแต่ 3 ทุ่ม ร่วมทำกิจกรรมกับโรงเรียนบ้าง เช่น รำไทยหรือประกวดมารยาทงาม ส่วนเวลาว่างเสาร์-อาทิตย์ก็ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหน อยู่บ้านปักครอสติช วาดรูป เขียนหนังสือ ฯลฯ แต่พอสอบเอนทรานซ์ติดเข้าคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์...ชีวิตอีกด้านหนึ่งที่ซ่อนเร้นและปกปิดมานานก็ถูกเปิดเผย (หัวเราะ) จ๋าได้ใช้ชีวิตอยู่หอ ห่างครอบครัวเป็นครั้งแรก เพื่อนๆ แต่ละคนก็พร้อมลุยทำกิจกรรมและเที่ยว จ๋าได้รับสมญานามว่าเป็นเจ้าแม่ C+ เป็นครั้งแรก เพราะแทบทุกวิชาได้คะแนนมาตรฐานเกรดเฉลี่ย 2.5 ในขณะเพื่อนๆ ที่เฮฮาด้วยกันแต่กลับเอาตัวรอดได้เกรดเฉลี่ยประมาณ 3.8! แต่พอเรารู้หลักและเริ่มปรับตัวได้
การเรียนก็ดีเหมือนเดิม
คติประจำใจ สวย ฉลาดและอดทน
จ๋าตั้งใจตั้งแต่แรกแล้วว่าจะเรียนไปด้วยและทำกิจกรรมไปด้วย ตักตวงเป็นกำไรชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยให้มากที่สุด คณะฯ ทำอะไร จ๋าไม่เคยพลาด ตั้งแต่เล่นกีตาร์ ร้องเพลง เดินแบบเสื้อเชียร์กีฬาของมหาวิทยาลัย และได้เป็นดรัมเมเยอร์ในงานฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ตอนอยู่ปี 2 ซึ่งคติประจำใจช่วงนั้นคือ สวย ฉลาดและอดทน (หัวเราะ) เพราะนอกจากต้องหมั่นดูแลสุขภาพ ฝึกบุคลิกให้ดี ไม่ทิ้งการเรียนแล้ว ยังต้องวิ่งรอบสนามหลวง ซ้อมควงคฑาทุกวัน แต่ถึงจะเหนื่อยแต่ก็สนุก ได้รู้จักรุ่นพี่และเพื่อนใหม่ๆ

จุดเปลี่ยนชีวิต ภาค 2
แต่พอขึ้นปี 3 ต้องย้ายกลับมาเรียนที่ท่าพระจันทร์ ชีวิตก็เป็นเหมือนเก่า คือเดินทางไปกลับจากบ้านและมหาวิทยาลัย เข้านอนตอน 3 ทุ่มเหมือนเดิม เนื่องจากคุณแม่ไม่ให้อยู่หอ เพราะว่าเราติดลมติวหนังสือหรือทำกิจกรรมกับเพื่อนจนเสาร์-อาทิตย์
ไม่ค่อยได้กลับบ้าน (หัวเราะ) และช่วงนี้เองก็เป็นเวลาที่ชีวิตอีกด้านถูกเปิดเผยอีกครั้ง เพราะเริ่มเข้าวงการบันเทิง พร้อมกับเรียนและฝึกงานที่บริษัทเอเจนซี่โฆษณา ซึ่งตอนนั้นใกล้จบยังคิดไม่ตกว่าจะเลือกทำงานในวงการบันเทิงหรือทำงานด้านโฆษณาตรงตามที่เรียน เพราะหากทำงาน 2 อย่างพร้อมกันอาจจะทำได้ไม่ดีสักอย่าง จนกระทั่งพี่คนหนึ่งในบริษัทจุดประกายความคิดให้จ๋าว่า เมื่อคนเห็นคุณค่าในตัวเราแล้วเปิดโอกาสให้แสดงความสามารถ เราก็ควรรับไว้ เพราะความรู้ที่เราร่ำเรียนมาก็ยังติดตัวเราเสมอ ในอนาคตยังมีโอกาสทำในสิ่งที่ชอบได้อีก จ๋าก็เลยไม่ลังเลอีกต่อไปที่จะทำงานในวงการบันเทิง
ครอบครัวที่อบอุ่น
แต่การทำงานบันเทิงจะไม่มีความสุขเลย หากที่บ้านไม่สนับสนุน ถ้ามองย้อนไปสมัยก่อน ตอนจ๋าเด็กๆ คุณแม่ไม่ยอมปล่อยให้จ๋าไปไหนมาไหนคนเดียวเลย แม้จะมีน้องสาวอีกคนก็จริง แต่เพื่อนๆ มักเข้าใจผิดว่าเป็นลูกคนเดียว เพราะทางบ้านจะหวงมาก ไม่เคยให้ขึ้นรถเมล์ คุณแม่ขับรถไม่เป็นก็จะให้คุณป้าคอยรับส่งตลอด เวลาไปถ่ายละครคุณป้ากับคุณแม่นั่งรอ จนบางทีรู้สึกเกร็ง ทำงานได้ไม่เต็มที่ แต่พอจบมหาวิทยาลัย คุณแม่จ๋าเปลี่ยนไปเลย คือปล่อยให้จ๋าไปไหนมาไหนเอง รับผิดชอบเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว คุณแม่บอกว่าหลังเรียนมหาวิทยาลัยจบ หน้าที่เคี่ยวเข็ญของคุณแม่ก็จบตาม ลูกเรียนหนังสือจบได้ปริญญาถือว่าสมบูรณ์แล้ว ต่อไปนี้ให้รู้จักคิดตัดสินใจเอง
แต่มีปัญหาอะไรปรึกษาคุณแม่ได้เสมอ จ๋าสำนึกได้ว่าสิ่งที่ท่านห่วงหรือเคร่งครัดก็เพื่อเราทั้งนั้น บางทีอิสระที่เราพยายามไขว่คว้าก็ไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง เพราะสุดท้ายเราก็จะคิดถึงครอบครัวที่อบอุ่น คอยเป็นห่วงเรา
มองตัวเองเป็นสินค้าในวงการมายา
จากการที่เรียนมาทางด้านโฆษณา ทำให้จ๋ามองว่าตัวเองเป็นเหมือนสินค้าชิ้นหนึ่งในวงการบันเทิง นักแสดงแต่ละคนก็มีเอกลักษณ์และคุณสมบัติต่างกัน ดังนั้นเพื่อให้คนอื่นจดจำเราได้ ก็ต้องพยายามปรับปรุงคุณภาพตัวเราให้ดี อาจจะต้องดูแลเรื่องความสวยความงาม บุคลิก การแต่งกาย การวางตัว ซึ่งจ๋าไม่ได้หมายความว่าให้แสแสร้งแกล้งทำ ซึ่งแบบนั้นตนเองจะเหนื่อยเปล่า แต่ให้วางตัวให้เหมาะกับสถานการณ์ และคนที่เราร่วมงานด้วย เพื่อให้ผลงานออกมาดี ทุกคนพอใจมากที่สุด
การดูแลร่างกายตนเองแบบธรรมชาติ
จ๋าดูแลตนเองแบบธรรมชาติเหมือนคนทั่วไป เช่น จ๋าชอบรับประทานอาหารไทยที่มีรสชาติหลากหลาย ชอบรับประทานผักและ
ผลไม้ แต่อาจจะพิเศษหน่อยตรงที่จ๋าจะกลับไปดื่มน้ำส้มคั้นสดที่คุณยายเตรียมไว้ให้ดื่มทุกวัน ซึ่งเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว นอกจากนั้นก็พยายามออกกำลังกาย อาจจะไม่ถึงกับไปฟิตเนสนะ ในความคิดจ๋าแค่ขยับเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่ขี้เกียจก็พอแล้ว เช่น ขึ้นลงบันไดหรือทำงานบ้าน ส่วนเรื่องผิวก็ทาครีมบำรุงและครีมกันแดดปกติ ถ้าพูดเรื่องความสวยความงาม ผู้หญิงทุกคนก็อยากเป็นคนสวยทั้งนั้น แต่บางครั้งการตามกระแสความงามจนสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเองหรือไขว่คว้ามากไปก็ไม่ควร อย่างน้องๆ วัยรุ่นที่แต่งตัวหรือเสริมแต่งตามดารา อาจต้องมองกลับมาที่ตัวเองว่ามากไปหรือไม่ เพราะคนเรามีหน้าที่และอาชีพที่ต่างกัน เอาเป็นว่ายึดทางสายกลาง
ทำแต่พอดีค่ะ
ทัศนคติเชิงบวกแบบ A++
การมองโลกในแง่บวกทำให้เรามีความสุขกับปัจจุบันมากขึ้น ซึ่งในบรรดาหนังสือที่เคยอ่าน มีนิทานเด็กเรื่องหนึ่งจ๋าชอบมาก
เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระราชาองค์หนึ่งประกาศว่าจะให้รางวัลอย่างงามสำหรับคนที่ทำแหวนขึ้นใหม่ ซึ่งเมื่อไหร่พระองค์ทรงอ่านข้อความในแหวนแล้วจะสามารถเปลี่ยนอารมณ์ให้เป็นไปในทางตรงกันข้าม จากเคยทุกข์เป็นสุข จากเคยเหงาเป็นร่าเริง ซึ่งก็มีช่างทำแหวนออกมามากมาย แต่สุดท้ายก็มีแหวนเพียงหนึ่งวงที่พระองค์เลือก โดยข้อความในแหวนเขียนไว้ว่า แล้วมันก็จะผ่านไป ดังนั้นจ๋าจึงไม่ยึดติดกับความสุขหรือความเศร้านาน ไม่หลงระเริงกับความสวยหรู หรือภาพมายาในวงการนี้มากไป เพราะอีกเดี๋ยว ทุกอย่างก็จะผ่านไป เป็นการเตือนตนเองให้มีสติ คิดตามความเป็นจริงค่ะ
และทั้งหมดนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและทัศนะของจ๊ะจ๋า หล่อหลอมให้เธอมีบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์จนกลายมาเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ในวงการบันเทิงอีกคนหนึ่ง และได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตก้าวไปสู่ความ ผู้หญิงเก่ง และเป็น นักแสดงที่มีคุณภาพ ดั่งที่เธอฝันและตั้งใจ ซึ่งเราขอเอาใจช่วยอีกแรงค่ะ
|