New Gen-M Thinks Out of Box
     
     เคยมีคนกล่าวถึงลักษณะการดำเนินชีวิตวัยรุ่นสมัยนี้ว่ามีพ่อแม่เลี้ยงดูใกล้ชิด สนับสนุนเรื่องศึกษาเล่าเรียนแบบเต็มที่ ส่วนภาระอื่นๆ พ่อแม่จะจัดการให้หมด ทำให้วัยรุ่นรักอิสระ ไม่ชอบแบกรับภาระหรือเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเรื่องยุ่งยาก แต่ยังมีวัยรุ่น รวมถึง
มิสทีนไทยแลนด์ปี 2547 เกรซ-กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า ที่มีความคิดแบบผู้ใหญ่ อยากทำงานและรับผิดชอบตนเอง ซึ่งขณะที่ได้ตำแหน่ง เกรซมีอายุเพียง 15 ปี แต่เธอตั้งใจทำงานและฝากผลงานละครไว้มากมาย เช่น หยิบหัวใจใส่ตัวโน้ต ดวงใจและสายน้ำ
ธิดาซาตานและล่าสุดเรื่อง คนเยอะเรื่องแยะ อะไรที่ทำให้เธอคิดแตกต่างจากวัยรุ่นอื่น ลองฟังเธอเล่ากันค่ะ


Gen-M รุ่นใหม่ มุ่งทำงานตั้งแต่อายุ 15
     “เกรซตัดสินใจเข้าประกวดมิสทีนไทยแลนด์เพราะเพื่อนชวนไปสมัคร อีกอย่างเกรซอยากหาประสบการณ์ใหม่ๆ และใช้เวลาว่างช่วงปิดเทอมด้วย ก่อนประกวดก็ไม่ได้เตรียมตัวเป็นพิเศษหรือคาดหวังว่าจะต้องได้ตำแหน่ง แค่ได้เข้าร่วมกิจกรรม เรียนรู้การปรับตัวเข้ากับคนอื่นในกองประกวดก็เป็นประสบการณ์ที่ดีแล้วค่ะ และหลังจากได้ตำแหน่ง ซึ่งตอนนั้นอายุ 15 ปี เกรซจำเป็นต้องแบ่งเวลาทำงานและเรียนพร้อมกัน แต่แม้ว่าจะยังอายุน้อย เกรซบอกตัวเองเสมอว่าเราจะทำตัวเป็นเด็กเหมือนสมัยก่อนไม่ได้แล้ว”

ปลูกฝังให้น้องๆ ใช้เวลาให้คุ้มค่า
     “เกรซคิดว่าการเรียนปกติอย่างเดียวอาจมีเวลาว่างเยอะ เช่น หลังทำการบ้านเสร็จวันจันทร์-ศุกร์ก็ไม่รู้จะทำอะไร วันเสาร์-อาทิตย์
ก็ไปเรียนพิเศษ หลังเลิกเรียนก็เดินเที่ยวห้าง กินข้าวและกลับบ้าน แต่หลังจากได้ตำแหน่งจำเป็นต้องเรียนและทำงานไปด้วย ทำให้
เกรซเรียนรู้ เปิดโลกทัศน์มากขึ้นเกรซจึงพยายามสนับสนุนและปลูกฝังให้น้องๆ รับผิดชอบตนเองมากขึ้น รู้จักวางแผนการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ อย่าเรียนอย่างเดียวให้ทำกิจกรรมด้วย เวลาว่างเสาร์-อาทิตย์ ก็อาจเรียนพิเศษพร้อมเสริมด้านดนตรี ศิลปะ อย่างน้องคนกลางชื่อแกรนด์ อายุ 16 ปี ชอบออกแบบท่าเต้น ก็ชวนเพื่อนไปประกวดตามเวทีต่างๆ ได้รางวัลมาสารพัด ส่วนน้องคนเล็กชื่อ
แกรนท์ อายุ 12 ปี ชอบเล่นกีตาร์ ซึ่งการได้เรียนหรือแสดงความสามารถในแบบที่ตนเองชอบจะทำให้มีเป้าหมายในอนาคตว่าจะเรียนอะไร ทำงานอะไร”

เป้าหมายพัฒนาตนเองตลอดเวลา
     “เกรซสังเกตว่างานในวงการบันเทิงมักมาเป็นลำดับขั้น เช่น เล่นละคร เดินแบบ ร้องเพลง ฯลฯ จากการได้ร่วมงานกับผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงานอื่นๆ ทำให้เกรซได้เรียนรู้ว่า ไม่เพียงทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ดีหรือได้รับคำชมแล้วก็จบ แต่เราจำเป็นต้องพัฒนาฝีมือในการแสดงให้มากขึ้นเรื่อยๆ ถ้ารักในงานวงการบันเทิงก็ต้องอดทน หมั่นฝึกซ้อม ประพฤติตนวางตัวให้เหมาะสม ใช้สติกับ
ทุกโอกาส”

นั่งสมาธิและทำบุญเป็นนิจ กิจกรรมประจำของครอบครัว
     “การมีสติและทำสมาธิ เป็นสิ่งที่คุณพ่อปลูกฝังมาตั้งแต่เกรซจำความได้ คุณพ่อฝึกลูกๆ ทั้ง 3 นั่งสมาธิ สวดมนต์และทำบุญที่วัดเป็นประจำ เวลาคุณพ่อว่างก็จะให้ลูกสาว 3 คน นั่งเรียงหน้ากระดานนั่งสมาธิพร้อมกัน ซึ่งพอเริ่มหลับตาก็จะง่วงทันที (หัวเราะ) แต่ก็ปฏิบัติมาตลอด เกรซคิดว่าการนั่งสมาธิช่วยเราได้มากในการเรียนรู้เรื่องต่างๆ ได้เร็วขึ้นค่ะ ทำให้เรามีสติกับสิ่งที่ทำอยู่ ไม่เหม่อลอย ไม่คิดฟุ้งซ่าน ไม่ไร้สาระ แม้จะไม่ได้นั่งสมาธิเป็นกิจลักษณะ เราก็สามารถสร้างสมาธิได้ทุกที่ ยกตัวอย่างเช่น การเรียบเรียงความคิดว่าวันนี้ต้องทำอะไร หรือพรุ่งนี้ต้องทำอะไร การท่องบท การทำความเข้าใจลักษณะของตัวละคร ฯลฯ” ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ของเกรซที่มานั่งเป็นเพื่อนลูกสาวคนเก่งยังแอบกระซิบว่า ที่ผ่านมาเกรซได้รับเกียรติบัตร รางวัลช่วยเหลือสังคมและเข็มพระราชทานต่างๆ เป็นที่ภูมิใจของครอบครัวหลายครั้งจากการร่วมงานการกุศลและช่วยเหลือสังคมเป็นประจำ นับว่าเป็นวัยรุ่นที่มีวิถีแห่งชาวพุทธแบบดั้งเดิมจริงๆ

เคล็ดลับของเกรซในการดูแลผิวและสุขภาพ
     “เห็นผิวเกรซเนียนเรียบแบบนี้ต้องขอบคุณ คุณพ่อคุณแม่ที่ให้มา โดยที่เกรซไม่ได้ทำอะไรมาก แต่เนื่องจากคุณแม่เป็นคนรักสวยรักงาม เกรซก็ได้คุณแม่นี่แหละเป็นแบบอย่างดูแลเรื่องความสวยความงาม โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพผิว ตั้งแต่เด็กๆ แล้วเกรซจะพกโลชั่นทาผิวและครีมกันแดดใส่กระเป๋าตลอด เวลาผิวแห้งหรือก่อนตากแดดก็หยิบขึ้นมาทาน่าจะช่วยบำรุงผิวได้ ส่วนการพักผ่อนช่วงนี้อยู่ในระหว่างการถ่ายทำละครก็จะได้นอนน้อยมาก ดังนั้นเวลาว่างก็จะพยายามอยู่บ้านพักผ่อนให้มากที่สุด แต่ข้อเสียอย่างหนึ่งคือ เกรซดื่มน้ำน้อยมาก ไม่ชอบดื่มทั้งน้ำเปล่าและน้ำอัดลม จึงพยายามดื่มน้ำผัก-ผลไม้ให้มากๆ แทน ส่วนเรื่องการดูแลรูปร่างก็ไม่เคยคิดจะอดอาหาร ช่วงไหนต้องลดน้ำหนักก็แค่ลดปริมาณอาหาร ไม่เคยคิดจะลดความอ้วนด้วยการรับประทานยาเลยค่ะ”

คำแนะนำจากวัยรุ่นถึงวัยรุ่น
     “เกรซว่าวัยรุ่นทุกคนรักอิสระ ชอบเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆ เหมือนกัน แต่ขอฝากให้คิดถึงคุณพ่อคุณแม่และนึกถึงอนาคตตัวเองก่อน
คิดทำอะไร พยายามใช้สติพิจารณาถึงขอบเขตที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายซึ่งต้องพึ่งพาคุณพ่อคุณแม่ เราสามารถช่วยแบ่งเบา
ภาระได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดบ้าน รู้จักหน้าที่ศึกษาเล่าเรียน ฯลฯ ถ้าเราทำได้อย่างนี้จะทำให้พ่อแม่ภูมิใจและเป็นการสร้างลักษณะนิสัยที่ดีให้เราในอนาคตค่ะ”


ฟังความคิดจากสาวน้อยคนนี้ ทำให้ชื่นใจได้ว่า วัยรุ่นจำนวนไม่น้อยก็มีความคิดที่ดี เป็นความหวังใหม่ให้ผู้ใหญ่เชื่อมั่นว่า
จะสามารถรักษาแบบแผนการดำเนินชีวิตหรือวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์สืบไปในอนาคต





For comments and suggestions about this site, contact the Webmaster
Copyright©2008 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.