Life is More Beautiful and Energetic with Love
หลายคนรู้จัก ส้ม-ณัฐวรา หงษ์สุวรรณ ในฐานะพิธีกรช่างเจรจาแห่งรายการผู้หญิงถึงผู้หญิงวัยทีน และรายการเพื่อเด็กอย่างดิสนีย์คลับ
นอกจากนี้ก็ยังคุ้นตาจากงานละครและภาพยนตร์ เช่น ทีเด็ดครูพันธุ์ใหม่จิตพิสัยเดือด เลิฟสตรอเบอร์รี่ A Fighters Blue เกิร์ลเฟรนด์ 14 ใสกำลังเหมาะ ซึ่งส้ม
ได้รับรางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม และผู้แสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยมจากชมรมวิจารณ์บันเทิงและรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติสุพรรณหงษ์ปี พ.ศ. 2545 แม้ว่างานในสายบันเทิง
ของส้มจะเป็นไปอย่างสดใส แต่เบื้องหลังส้มก็ต้องพยายามเต็มที่ ทั้งทำงาน เรียนและทำกิจกรรมในโรงเรียน ทั้งนี้โชคดีที่มีคุณพ่อคุณแม่คอยสนับสนุนและดูแล ส้มจึงเป็นวัยรุ่นอายุ 18 ปี
ที่มีพลังใจและกายเหลือล้น การมองโลกสดใสเป็นสีชมพู
เด็กกิจกรรมกับการเดินทางต่างประเทศคนเดียวครั้งแรก
ตอนเด็กๆ คุณแม่จะพาไปเรียนพิเศษช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นวิชาคลายเครียดค่ะ เช่น เรียนเปียโน รำไทย เต้น ร้องเพลง วาดรูป แต่ในบรรดาวิชาเหล่านี้ ส้มเรียนรำไทยตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยมต้น เหตุผลที่ชอบเพราะคุณครู
น่ารัก สอนสนุก ก็เป็นผลดีที่ทำให้เราอยากเรียนและกลายเป็นความสามารถพิเศษติดตัวอีกด้วย ซึ่งตอนที่ส้มอยู่ป.5 คุณพ่อส่งส้มไปเข้าค่ายกับโครงการ CISV (Children International Summer Village) ที่ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเป็นการเดินทางไปต่างประเทศคนเดียวครั้งแรก แต่ไม่รู้สึกกังวลเพราะมีคนดูแล 1 คนและเพื่อนคนไทยอีก 4 คนเดินทางไปด้วย ส้มอยู่ที่นอร์เวย์ทั้งหมด 2 เดือน เพื่อแลกเปลี่ยนและเผยแพร่วัฒนธรรมไทย ตอนนั้นส้มรำไทยให้คนท้องถิ่นชม ซึ่งภาพของส้มได้ลงหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่นั่นด้วย ถือว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดีมากๆ
คว้าทุนเรียนฟรีกับการเดินทางไปอเมริกาคนเดียวครั้งที่สอง

ตอนอยู่ม.3 ส้มลองสอบชิงทุนแลกเปลี่ยนไปต่างประเทศ 1 ปีกับเพื่อนๆ ค่ะ ซึ่งก่อนจะไปสอบคุณแม่ทักท้วงว่าถ้าสอบไม่ได้ทุนเรียนฟรีก็จะไม่ให้ไป เพราะส้ม
ไม่เคยอยู่ไกลบ้านมาก่อน คุณแม่จึงค่อยข้างห่วง แต่ส้มฮึดมาก (หัวเราะ) อยากไปจริงๆ ก็เลยนัดดูหนังสือและติวกับเพื่อนๆ ผลปรากฏว่าส้มสอบทุนของโครงการ YES ชนิดที่ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม แต่เพื่อนๆ ไม่ติดเลย (เสียงเศร้า) ทางโครงการให้ส้มไปเรียนที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งหลังจากที่ส้มสอบติดและเข้าเรียนที่โรงเรียนเตรียม
อุดมศึกษาได้ 2 อาทิตย์ ก็ต้องออกเดินทาง ส้มพักการเรียนที่เมืองไทยไว้ก่อน แต่
หลังจากเรียนจบที่นั่น ส้มสามารถโอนเกรดและหน่วยกิตกลับมาเมืองไทยได้อีก ทั้งที่การเดินทางครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง แต่ส้มทั้งตื่นเต้นและกลัว เพราะเป็นการเดินทางคนเดียว
ครั้งแรกจริงๆ ไม่มีเพื่อนหรือเจ้าหน้าที่ดูแลเดินทางไปด้วยเลย
ประสบการณ์สุดระทึกที่อเมริกา
ในขณะที่เรียนที่อเมริกา ส้มต้องพักอยู่กับครอบครัวชาวอเมริกัน
ซึ่งครอบครัวนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ตลอดระยะเวลา 5 เดือนคุณแม่ของครอบครัวนี้เขา
ชอบให้ส้มทำงานบ้าน ซึ่งเวลาคุณแม่ตัวจริงจากเมืองไทย
โทรมาถามทุกข์สุข ส้มจะตอบแบบนางเอกตลอดว่า สบายดีค่ะ ไม่มีอะไร (หัวเราะ) เพราะว่าส้มไม่อยากให้แม่กังวล จนสุดท้ายคุณแม่บ้านนี้ให้ส้มซักชั้นในของสามีเขา... เท่านั้นแหละ ส้มโทรแจ้งโครงการให้จัดการเปลี่ยนบ้านพักทันที แล้วจึงค่อยเล่าให้
คุณแม่ที่เมืองไทยทราบ
สาวป๊อปประจำ High school
อาจจะเป็นเพราะว่าส้มเป็นเด็กเอเชียคนเดียวในชั้นเรียน หน้าตาอาจจะดูใจดีกว่าคนอื่น เลยมีหนุ่มๆ ที่โรงเรียนชวนไปเที่ยวบ้าง แต่ก็ไม่เคยไปหรอก เพราะส่วนใหญ่จะไปกับกลุ่มเพื่อนต่างชาติที่เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนเหมือนกันมากกว่า ตลอดเวลาที่อยู่ที่อเมริกาได้เรียน ทำกิจกรรมและเก็บเกี่ยวประสบการณ์หลากหลายมาก เช่น เรียนภาษาฝรั่งเศสและสเปน ประวัติศาสตร์อเมริกา ชีวเคมี คณิต อยู่ชมรมตกปลา เรียนเทควันโด้ เข้าคลาสเต้น ทำอาหาร และร่วมงานพรอมของโรงเรียน ซึ่งเหมือนในหนังจริงๆ ค่ะ หลังจากที่กลับมาเมืองไทย สิ่งที่ส้มได้เรียนรู้จากการไปใช้ชีวิตที่นั่นคือ การรู้จักคิดและตัดสินใจ ส้มพึ่งพาและดูแลตนเองได้มากขึ้น ต่างจากเมื่อก่อนที่ต้องให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยจัดการให้
ที่มาของรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี
ถึง 2 รางวัล
ส้มได้รับรางวัลนักเรียนดีเด่นประจำปี 2542 จากกระทรวงศึกษาธิการ และรางวัลเยาวชนดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2545 จากท่านนายกรัฐมนตรี ส้มภาคภูมิใจมากกับทั้ง 2 รางวัล แต่ที่ส้มมีโอกาส เพราะทางโรงเรียน
ส่งเสริมและเสนอชื่อเข้าคัดเลือก อาจเป็นเพราะส้มทำกิจกรรมทั้งในและนอกโรงเรียนเยอะมาก เช่น รำไทย เป็นพิธีกรวันงานโรงเรียนต่างๆ หรือร่วมงานทำบุญกับโรงเรียน ประกอบกับรับงานแสดงละคร ซึ่งเหตุผลที่ส้มได้รับรางวัลไม่ได้เป็นเพราะส้มเรียนเก่งหรือเรียบร้อยกว่าคนอื่น
ช่วงเวลาแห่งหัวเลี้ยวหัวต่อ
ตอนนี้ส้มเรียนอยู่ ม.6 กำลังเตรียมเอนทรานซ์พอดี ช่วงนี้เลยค่อนข้างเครียด
ทุกวันจะแบ่งเวลาอ่านหนังสือ เข้านอนตอน
5 ทุ่ม ตื่นตี 4 ทุกวัน วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ก็ไปเรียนพิเศษ เช่น ภาษาฝรั่งเศส ภาษาอังกฤษ ซึ่งบางวันเรียนตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 3 ทุ่มก็มี ซึ่งคุณพ่อคุณแม่จะไปส่งและรอรับกลับบ้านตลอด เหตุผลที่ส้มตั้งใจและทุ่มเทอ่านหนังสือเพราะอยากเข้าคณะอักษรศาสตร์ หรือไม่ก็
นิติศาสตร์ ซึ่งคะแนนค่อนข้างสูง บางครั้งก็เครียดมาก ไม่รู้จะทำยังไงก็ร้องไห้กับเพื่อนทุกวันเลย ซึ่งช่วยระบายความเครียดได้ดีมาก (หัวเราะ) แล้วก็ไปออกกำลังกายด้วยการเข้ายิม ว่ายน้ำหรือฟังเพลง เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายค่ะ
คุณพ่อฝ่ายดูแลสุขภาพลูกสาว
ถึงแม้คุณพ่อทำงานเป็นที่ปรึกษากฎหมายสากล แต่จะคิดรายการอาหารทุกวันว่าวันนี้จะทำอะไรทานดี ช่วงเช้าก่อนส้มไปโรงเรียน คุณพ่อจะตื่นมาทำอาหารเช้าเสมอ ซึ่งแต่ละเมนูจะเน้นสุขภาพมาก มีครบ
ทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ผัก แต่ไม่มัน เช่น สเต็กปลา สเต็กไก่ ตรงข้ามกับคุณแม่ที่ทำหน้าที่รับ-ส่งส้มอย่างเดียว คุณแม่เลยไม่ค่อยเคร่งครัดเรื่องอาหารเท่าคุณพ่อ แต่จะเป็นคอยเตือนไม่ให้ส้มทาน
มากไป เพราะส้มทานง่าย ชอบอาหารทุกชนิด (หัวเราะ)
ความรักและความอบอุ่นในบ้าน
ส้มเป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัว ดังนั้นจะสนิทกับคุณพ่อและคุณแม่มาก ไปไหนก็จะไปด้วยกัน 3 คน
ตลอด ซึ่งส้มสามารถพูดคุยและปรึกษากับคุณพ่อ
คุณแม่ได้ทุกเรื่องไม่เคยปิดบัง แต่ด้วยความที่เป็นลูกคนเดียว ส้มจึงให้ความสำคัญกับเพื่อนมากเหมือนกัน แต่ถึงจะรักเพื่อนมากแค่ไหน สุดท้ายคนที่คอยอยู่
ใกล้ชิดและห่วงเราที่สุดย่อมเป็นพ่อแม่ค่ะ
นิยามความรักของส้ม
ส้มคิดว่าความรักเป็นสิ่งสวยงาม ครอบครัวใดที่พ่อแม่แบ่งปันความรักและความอบอุ่น ลูกๆ
ก็จะเติบโตเป็นคนเข้มแข็ง ร่าเริงแจ่มใส สำหรับ
ความรักหญิงชายในวัยรุ่น ส้มคิดว่าเป็นความรักแบบ puppy love ซึ่งในวัยนี้อาจรู้สึกตื่นเต้นและคาดหวังมาก ซึ่งหากจะมีความรักในช่วงนี้ก็ควรอยู่ในสายตาผู้ใหญ่ และมี
ข้อแม้ว่าต้องรู้จักห้ามใจ ผู้หญิงควรคิดถึงความปลอดภัยและอนาคตของตนเอง จะทำอะไรให้นึกถึงใจของคุณพ่อคุณแม่ค่ะ
และทั้งหมดนี้คือความน่ารักและบุคลิกที่สดใส ร่าเริงของส้ม-ณัฐวรา หงษ์สุวรรณ ซึ่งเติบโตท่ามกลางความรักและเอาใจใส่ของคุณพ่อและคุณแม่ หล่อหลอมทำให้ส้มเป็นเด็กวัยรุ่นที่มีมารยาทดี พูดจาไพเราะ รู้จักคิดและที่สำคัญทำหน้าสมวัยได้อย่างเหมาะสม สมกับที่ได้รับรางวัลระดับประเทศ จนเป็นที่น่าภาคภูมิใจของครอบครัว เป็นแบบอย่างที่ดีของวัยรุ่นและลูกที่ดี
|