Multitalented working woman
นีน่า กุลนัดดา ปัจฉิมสวัสดิ์ นอกจากจะเป็นนักข่าวสาวมากความสามารถ พิธีกรประจำรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง และรายการ
ภาษาอังกฤษ English on Tour ทางช่อง 3 และล่าสุดรับบทบาทเป็นนักแสดงในหนังเรื่อง แก๊งชะนีกับอีแอบ ซึ่งรายได้พุ่งทะลุกว่า
40 ล้านบาท เบื้องหลังนีน่ายังมีสายเลือดนักเต้น คลุกคลีกับเวทีการแสดงตั้งแต่เด็ก ซึ่งกว่าจะมาถึงจุดที่เป็นอยู่นี้ต้องใช้ความเพียรพยายามไม่น้อย ประสบการณ์ในชีวิตนีน่าจึงเต็มไปด้วยสีสันแพรวพราว แฝงด้วยข้อคิดที่เป็นประโยชน์ เราชวนคุณมาทำความรู้จักผู้หญิงคนนี้ให้มากกว่าที่เห็น!
ชีวิตวัยเด็กกับการเต้น
หลายคนมองว่าน่า (นีน่าเรียกตัวเองสั้นๆ ว่า น่า) เป็นคนเงียบ เรียบร้อย แต่สงสัยว่าทำไมเวลาแสดงบนเวทีถึงกล้า นั่นเพราะเราฝึกเต้นตั้งแต่เด็ก อาจจะมีส่วนทำให้กล้าแสดงออกสมัยที่เรียนมาแตร์ฯ น่าเรียนบัลเล่ต์กับครูติ๊บ วรารมย์ ปัจฉิมสวัสดิ์ และเรียนแจ๊สกับครูต้อย วรภา ปัจฉิมสวัสดิ์ ซึ่งเป็นญาติกัน และเริ่มเป็นแดนเซอร์ให้ศิลปินตั้งแต่อายุ 13-14 ปี ครูทั้ง 2 คน นอกจากจะแนะนำเรื่องการเต้น ยังแนะนำเรื่องการใช้ชีวิตอีกด้วย เช่น ครูสอนว่าทุกครั้งที่แสดงหรือเต้นต้องทำให้เต็มที่ แม้ว่าเบื้องหลังเราเหนื่อยหรือลำบากอย่างไรแต่ผู้ชมจะตัดสินเราจากภาพที่ออกมาบนเวทีเท่านั้น ซึ่งเป็นข้อคิดที่จำมาใช้จนถึงปัจจุบัน ทุกวันนี้ความรักในการเต้นของน่ายังไม่เปลี่ยน ทุกครั้งที่ได้เห็นการแสดงเต้นหรือบัลเล่ต์ จะรู้สึกตื่นเต้น...ว้าววว...อยู่ในใจ ละครบรอดเวย์ที่น่าชอบมีหลายเรื่องค่ะ เช่น Fame, The Phantom of the Opera, Forty-Second Street, Miss Saigon
จากสาวนักพูดมุ่งมั่นสู่นักแสดง
หลังจากจบปริญญาตรีสาขาวาทะวิทยา จากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย น่าก็เลือกไปต่อปริญญาโทสาขาTheatre Education ที่ Emerson College ที่บอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้านการแสดงละครเวทีโดยเฉพาะ แต่ก่อนหน้าที่เข้าจะเรียนที่นี่
น่าไปเรียนภาษาก่อนและได้ยินชื่อว่าโรงเรียนนี้สอนเกี่ยวกับการสื่อสารทั้งหมด เราก็เดินไปที่ห้องทะเบียน นัดพบผู้อำนวยการขอปรึกษาว่าจะเรียนอะไรดี เขาให้น่าเล่าว่าในชีวิตทำอะไรมาบ้าง สักครู่เขาก็จับใจความได้ว่าเราพูดแต่เรื่องเต้นและการแสดง ก็แนะนำให้เรียนการละคร น่าจึงสมัครเรียนทันที
รับบทนางสาวไทยจำเป็น
น่าเป็นคนไทยคนเดียวในคณะ จึงรู้สึกว่าเหมือนเป็นนางสาวไทย เพราะหากฝรั่งจะรู้จักหรือตัดสินคนไทย ก็ต้องมาจากเราคนเดียวนี่ล่ะ แรกๆ นีน่าพูดภาษาอังกฤษได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่อาศัยแรงฮึดสู้ ประกอบกับสถานการณ์บังคับให้เราต้องฝึก เพราะตอนเรียนต้องท่องบทออกไปแสดง บางทีต้องคิดและพูดสดเดี๋ยวนั้น ทำให้ภาษาอังกฤษพัฒนาขึ้นมาก และไม่ทำให้คนไทยเสียชื่อเสียงด้วย
น่าเรียนที่นี่หนึ่งปีครึ่ง ซึ่งถือว่าหนักมาก ปกติต้องเรียนสองปีจบ แต่ตอนนั้นสถานการณ์เงินบาทกำลังจะตก นีน่าเลยลงเรียนเต็มที่
โชคดีที่ไหวตัวทัน
โอกาสไม่มาหาเราแต่ต้องขวนขวายเอง
พอเรียนจบน่าไปฝึกงานต่อที่ซานตาโมนิกา ไปอยู่แผนกตัดต่อซีรี่ย์หนังเรื่องหนึ่ง ซึ่งพี่สาวของครูที่ Emerson เป็นผู้กำกับ ที่ได้งานนี้เพราะน่าไปปรึกษาครู
ที่สอน ซึ่งตอนนั้นมีข้อแม้ว่าต้องรีบเดินทางภายใน 4 วัน จึงตัดสินใจรับงานทันที ไปอยู่อาศัยกับเพื่อนที่ LA หน้าที่ประจำของน่าคือ จดบันทึก สั่งอาหาร รับโทรศัพท์ พูดง่ายๆ ว่ารับใช้ทั่วไป! หากวันไหนโชคดีก็ได้ไปกองถ่าย ทำงานอยู่ครึ่งปี
ก็ย้ายกลับ ได้ค่าจ้างไม่มากมายแค่วันละเจ็ดเหรียญเอง
ปล่อยโอกาสการเป็นดาราฮอลลีวู้ด!
ตอนทำงานอยู่ที่นั่นมีโมเดลลิ่งยื่นนามบัตรชวนไปเล่นหนัง เราก็ดีใจ แหม...
มีคนสนใจด้วย แต่ยังไมทันไร เดชะบุญมีรุ่นพี่ฝรั่งมาบอกว่า อย่าไปเล่นนะเธอ นั่นน่ะเป็นผู้กำกับหนังโป๊ (แป่ว...) ก็เป็นเหตุการณ์ที่
ขำขันดี จากนั้นก็ไปเรียนที่ NYU นิวยอร์ค ลงคอร์สสั้นๆ เกี่ยวกับผลิตรายการโทรทัศน์ อยู่ประมาณหนึ่งปีแล้วก็กลับบ้าน
สิ่งที่ได้จากเมืองนอก
คือการต่อสู้และความกระตือรอร้น อย่างที่เมืองไทยแม้เราขยันอ่านหนังสือ แต่ยังขาดความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ เช่น
ตอนเรียนปริญญาตรี เราลงเรียนตามเพื่อนๆ แต่ที่นู้นไม่มีคนมาช่วยแนะนำ เราต้องตัดสินใจเอง ต้องมีเป้าหมายแน่วแน่
เริ่มต้นชีวิตนักข่าว
หลังกลับมาเมืองไทยน่ามีโอกาสเป็นผู้ประกาศข่าวภาคภาษาอังกฤษทางเนชั่นทีวี ในความรู้สึกของน่า ที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยนักข่าว ฝึกให้เป็นคนข่าวแท้จริง หน้าที่น่าไม่ได้อ่านข่าวอย่างเดียว แต่ทำทุกอย่างตั้งแต่รายงานข่าวพยากรณ์อากาศภาคภาษาอังกฤษ
เพราะไม่มีใครทำ (ฮา) หน้าที่คือควบคุมผลิตรายการ รับข้อมูลจากกรมอุตุฯ ทำสคริปต์บอร์ด ฯลฯ นอกจากนี้ก็เป็นพิธีกรรายการท่องเที่ยว
อ่านข่าวบันเทิงและวัฒนธรรมที่น่าชอบเป็นส่วนตัว
นักข่าวในอุดมคติ
คุณสิทธิชัย หยุ่น เป็นนักข่าวในอุดมคติของนีน่าเลย รู้สึกกับท่านประมาณว่า โอ้ววว...พระเจ้า! คือท่านเป็นนักข่าวที่รู้จริงและ
ลึกซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีให้ทำตาม นอกจากนี้มีผู้ประกาศรุ่นพี่คนอื่นๆ ที่เชี่ยวชาญและเก่งจริง หลายคนไม่จำเป็นต้องจบจากเมืองนอก
ก็ทำงานข่าวภาคภาษาอังกฤษได้ดีมากเป็นตัวอย่างพิสูจน์ให้เห็นว่า ขอให้มีความตั้งใจและพยายาม ก็สามารถนำพาตัวเองไปสู่
ความสำเร็จได้
จากเนชั่นสู่ช่อง 3
หลังจากอยู่เนชั่นมา 5 ปีครึ่งแล้ว ก็เริ่มอยากเจอสิ่งใหม่ๆ ในชีวิตบ้าง ก็ปรึกษานาย ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนดี ก่อนออกทุกคนจะ
สอนว่าเมื่อออกไปอยู่ที่อื่น ก็ต้องกลายเป็นเนื้อเดียวและรักสังคมนั้น รู้จักปรับตัว แต่ต้องไม่ลืมที่จะรักษาความเป็นตัวของตัวเอง และขณะนั้นรายการผู้หญิงถึงผู้หญิงรับสมัครพิธีกรพอดี น่าก็ไปเทสต์หน้ากล้อง ระหว่างรอเห็นสไตล์ของพิธีกรแต่ละคน แล้วก็เกิดความรู้สึกว่า นี่ฉันจะไหวรึปล่าวเนี่ย! คิดแล้วจะเป็นลม ตื่นเต้นมากๆ พอถึงเวลาทีมงานให้ข่าวมา 1 ปึก และย้ำให้รีบอ่าน เรานี่เหงื่อไหล
ซึมทุกอณู เอาเข้าจริงก็เรียกพลังใจ ทำเต็มที่ แล้วก็ได้งานในที่สุด!
โลกใบใหม่กับผู้หญิงพูดเก่งทั้ง 3 คน
ความที่ไม่คุ้นกับวิธีการทำงานที่ต่างจากเนชั่น ตอนถ่ายทำรายการครั้งแรกต้องถามน้องๆ ว่าต้องจ้องกล้องตัวไหน จะรับส่งจังหวะพูดกันยังไง น่าอาศัยเวลาและประสบการณ์ค่อยๆ ปรับตัวและเรื่องที่แปลกใจของทำรายการนี้คือ สไตล์ในการเล่า ซึ่งออกแนวเม้าท์
แซวเรื่องส่วนตัวกัน ก็ไม่คิดอะไรมาก แซวได้แซวไป ถึงเวลาก็แอบเอาคืนบ้าง
จุดพลิกผันด้านสุขภาพ
น่าชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพเหมือนคนอื่นที่ชอบอ่านการ์ตูนเลย เช่น ผลไม้กินอะไรถึงดี การนอนดีอย่างไร รู้ทั้งรู้แต่บางทีทำไม่ได้อย่างที่ตั้งใจไว้ เดิมทีน่าชอบกินเนื้อมาก ไม่ค่อยชอบกินผักและผลไม้ แต่มีวันหนึ่งตอนทำงานที่เนชั่นเกิดรองเท้าส้นสูงพลิก
ไปเอกซ์เรย์ปรากฎกระดูกเท้าแตก อยากให้กระดูกแข็งแรงมากกว่านี้เลยหัดกินผัก เริ่มจากสลัดผัก ตามด้วยผลไม้ กินตลอดทุกวันเป็นปี ผลก็คือรู้สึกร่างกายดีขึ้นจากหน้ามือเป็นหลังมือ ระบบขับถ่ายดีกว่าเดิม น้ำหนักลดลง 4 กิโลกรัม นอกจากนี้ที่เป็นปัญหาสำหรับน่าคือ ความเครียด ซึ่งทำให้ปวดหลัง ปวดหัว โรคกระเพาะ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ แต่หลังๆ พยายามผ่อนคลายจิตใจ มิฉะนั้นร่างกายจะแย่เสียก่อน
บทบาทใหม่กับการเป็นดารา
น่าชอบการแสดง แต่ก็พอใจมากกับการใช้ความรู้ให้เป็นประโยชน์กับคนอื่น อย่างเช่น งานข่าว ทั้งนี้ชีวิตนี้ไม่เคยคิดว่าจะได้
เล่นหนัง ต้องขอบคุณผู้กำกับและเพื่อนๆ อีก 4 คน ไม่งั้นน่าคงไม่กล้ารับเล่น เพราะน่าเป็นผู้ประกาศข่าว ไม่ใช่ดารานักแสดงมืออาชีพ
แม้จะเรียนวิชาการแสดงแต่ก็เป็นการเล่นละครเวที ซึ่งใช้เทคนิค อารมณ์และสีหน้าต่างกัน การทำงานและแสดงหนังไปพร้อมกันถึง เป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้ลองทำสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจ ถึงเหนื่อยแต่ก็สนุก และเร็วๆ นี้ น่าจะมีหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คของตัวเอง เกี่ยวกับประสบการณ์จากการเรียนภาษาอังกฤษ เป็นสไตล์ตลกเฮฮา ตัวเองไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษหรือพูดได้สมบูรณ์แบบ แต่น่าอยากจะทำ เพราะอยากให้เด็กๆ รู้ว่าแม้จะเรียนและโตที่เมืองไทย ก็สามารถพูดภาษาอังฤษได้ดี การติดสำเนียงแปลกๆ ไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย ไม่ต้องกลัวฝรั่ง หากคิดกลับกันเราพูดภาษาอังกฤษได้มากกว่าฝรั่งพูดภาษาไทยอีก
ความประสบความสำเร็จของนีน่ามาจากการทุ่มเทและใจรักต่อสิ่งที่ทำ ชอบสิ่งใดแล้วเดินหน้าสู้เต็ม ไม่มีถอย เป็นสาวแกร่งอย่างแท้จริง |