Self-consciousness leads to success

      หากคุณเป็นแฟนละครโทรทัศน์บ้านเรา คงคุ้นเคยกับบทบาทพระเอก นางเอกที่ดีแสนดี และตัวอิจฉาที่ร้ายแสนร้าย หนึ่งใน
นักแสดงที่เล่นเป็นตัวอิจฉา คอยป่วนพระเอก นางเอก เช่น โอ๋-ภัคจิรา วรรณสุทธิ์ ถือได้ว่าเป็นดาราคิวทองของบทสาวเปรี้ยว ขาวีน เพราะเป็นบทบาทที่โอ๋ถนัดและรับเล่นตั้งแต่เข้าวงการบันเทิง สร้างชื่อเสียงจนถึงปัจจุบัน แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้โอ๋อยู่ในวงการบันเทิง
ได้นาน เป็นที่ชื่นชอบและมีผลงานเรื่อยๆ คือ การมีสติในการดำรงชีวิต


     
ทำไมถึงชอบเล่นแต่บทร้าย?
     โอ๋ไม่ได้มองว่าจะต้องรอเล่นบทนางเอกเท่านั้น ตั้งแต่เข้าวงการโอ๋เลือกจะเล่นบทนี้ตั้งแต่แรก เพราะการเล่นบทนางเอก
คนดูจะติดภาพเราและค่อนข้างคาดหวังมาก ซึ่งโดยนิสัยส่วนตัวโอ๋ไม่ใช่คนเรียบร้อยขนาดผ้าพับไว้ นิสัยเหมือนคนทั่วไป เช่น
คุยเสียงดัง สนุกสนาน ไฮเปอร์ ขี้โวยวาย (เฉพาะกับคนใกล้ตัวนะ) แต่ก็ไม่ได้ร้ายเหมือนในละคร ดังนั้นโอ๋คิดว่าข้อดีของการเล่น
บทร้ายคือ คนดูจะไม่คาดหวังกับเรามาก โอ๋สามารถทำตัวตามสบาย เป็นตัวของตัวเองได้บ้าง เสียงตอบรับจากแฟนละครก็ดีตลอด ไม่ว่าจะเล่นบทเรียบร้อย ตลก หรือร้ายแสนร้าย ซึ่งสามารถเดินตลาดได้ไม่มีทุเรียนลอยมา

การใช้สติและรักตัวเอง ทำให้อยู่วงการบันเทิงได้นาน
     โอ๋เข้าวงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 15 ดังนั้นช่วงแรกจะรู้สึกว่าทำงานให้ได้เงินก็พอ แต่พอเป็นผู้ใหญ่รู้สึกว่าชอบวงการบันเทิง เพราะแต่ละวันมีความแปลกใหม่ และโอ๋รู้สึกเป็นตัวของตัวเอง การที่ทำให้อยู่ในวงการบันเทิงได้นานนั้น ต้องดำเนินชีวิตแบบมีสติ รักตัวเอง หมั่นฝึกให้ตนเองมีมารยาท ตรงต่อเวลา ไม่เกเร คนอื่นก็เห็นคุณค่า เรียกให้มาร่วมงานกัน แต่ถ้าเทียบกับวงการบันเทิงสมัยก่อน ปัจจุบันก็เปลี่ยนไปมาก เมื่อก่อนการเข้าวงการบันเทิงค่อนข้างยาก และมีลักษณะเป็นครอบครัว ทุกคนทักทายกัน แม้ห่างกันปีเดียวก็ต้องสวัสดี ซึ่งโอ๋จะคุ้นเคยกับธรรมเนียมแบบนั้น แต่สมัยนี้ใครๆ ก็เข้าวงการได้ง่าย (และไปง่ายเช่นกัน) ยิ่งข่าวซุบซิบ โดยเฉพาะกระแสปาปาราสซี่ยิ่งแรงมากขึ้น ดังนั้นจะทำอะไรต้องระวังภาพลักษณ์ที่เผยแพร่สู่สาธารณะชน เพราะมีเยาวชนไม่น้อยที่ติดตามผลงาน

บทบาทหัวหน้าครอบครัวที่เข้าใจวัยรุ่น
     โอ๋เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของครอบครัวและเป็นพี่สาวคนโต มีหน้าที่ดูแลแม่และน้องสาวอีก 2 คน ซึ่งน้องคนกลางอายุไล่ๆ กับโอ๋ แต่น้องคนสุดท้องอายุ 14 เอง ซึ่งโอ๋คิดว่าวัยรุ่นสมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อน มีความมั่นใจและความคิดเป็นของตนเองมาก โอ๋จำเป็นต้องเลี้ยงและสอนน้องแบบสมัยใหม่ คือ การใช้เหตุผลอธิบาย จะแนะนำเรื่องการคบเพื่อน ไม่ไปยุ่งกับ
ยาเสพติด และทุกครั้งที่โอ๋สอนน้องเราเองรู้สึกโตขึ้นด้วย ทำให้โอ๋เข้าใจความรู้สึกแม่ที่ห่วงหรือเตือนเราสมัยเป็นวัยรุ่น ก็เพราะรักและห่วงโอ๋

เคล็ดลับดูแลตัวเอง
     โอ๋ชอบเรื่องความสวยงาม มีเวลาว่างก็ไปออกกำลังกายบ้าง ทำผม
ทำเล็บ ถ้ามีปัญหาเรื่องผิวพรรณจะปรึกษาแพทย์ผิวหนัง ไม่หาวิธีรักษาเองเรื่อยเปื่อย ส่วนปัญหาเรื่องรูปร่างก็มีเหมือนกัน เพราะเมื่อก่อนโอ๋ผอมมากจึงไม่ค่อยระวังเรื่องอาหาร ตอนนี้จึงเริ่มมีเซลลูไลท์สะสม ซึ่งการเข้าคอร์
สนวดตัวสลายไขมัน ลดเซลลูไลท์ กระชับสัดส่วน โอ๋ลองใช้บริการมา
หมดแล้ว ซึ่งปัจจัยที่จะทำให้สำเร็จได้ คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต เช่น ระวังเรื่องอาหารและออกกำลังกายมากขึ้น โอ๋คิดว่าส่วนหนึ่งมาจากหลักจิตวิทยา เพราะรู้สึกว่าเสียเงินแล้วก็ต้องทำให้สำเร็จ แต่จะได้ผลดีหรือไม่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับตนเองทั้งสิ้น ดังนั้นคนที่เข้าคอร์ส แต่ไม่คิดปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเลย ก็ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะผอมลง

ปรัชญาการใช้ชีวิตแบบโอ๋
     โอ๋ไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นดาราดัง ก็ใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป ไปเที่ยวสนุกสนานเฮฮา เป็นตัวของตัวเอง แต่สิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้จากละคร เป็นคติสอนใจอย่างดีคือ การทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เพราะหากเราทำตัวดี ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ก็อยู่ในสังคมแบบปกติสุข แต่ถ้าคิดร้าย มุ่งจะทำร้ายคนอื่น สุดท้ายก็ไม่ได้ดี มีแต่ความทุกข์ สรุปคือดูละครแล้วย้อนดูตัวเองค่ะ


โอ๋-ภัคจิรา จึงไม่ได้เป็นนางร้ายอย่างที่เห็นในละคร แต่เบื้องหลังเธอเป็นสนุกสนาน ร่าเริง อัธยาศัยดี มีความรับผิดชอบ
ต่อหน้าที่การงานและครอบครัว ซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่ทำให้โอ๋ มีผลงานไม่ขาดสาย และความเป็นตัวของตัวเองนี้เองทำให้ไม่ว่าโอ๋จะเล่นบทไหน ก็เป็นที่ชื่นชอบของผู้ชมทางบ้าน





For comments and suggestions about this site, contact the Webmaster
Copyright©2008 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.