เหมือนฝัน ประสานพานิช Work-Life Balance

     ความสุขของคนทำงานน่าจะอยู่ตรงที่ได้ทำในสิ่งที่รักหรือได้ทำงานที่ชอบ และอาจจะด้วยเหตุนี้ที่ทำให้ เหมือนฝัน ประสานพานิช ซึ่งทำงานเป็นผู้ประกาศข่าวสัปดาห์ละ 7 วัน มาเกือบ 7 ปีแล้ว จึงบอกว่า การนั่งดูข่าวที่ตัวเองอ่านไปเมื่อกลับถึงบ้าน ถือว่าเป็นการพักผ่อนที่ทำให้เธอมีความสุขและเพลิดเพลิน

เปลี่ยนไลฟ์สไตล์ เพราะงานในฝัน
     ช่วงเรียนปริญญาตรีที่จุฬาฯ ฝันเรียนคณะรัฐศาสตร์ แต่เลือกเอกด้านการบริหารงานบุคคล และตอนปี 3 ก็ไปฝึกงานทางด้านนี้ด้วย ตอนนั้นก็คิดว่าชีวิตคงไปทางนี้แน่นอน โดยคงจะทำงานในฝ่ายบุคคลควบคู่ไปกับการเป็นครูสอนบัลเลต์ในช่วงเสาร์อาทิตย์ ซึ่งเป็นงานแรกที่เริ่มทำตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ปี 2 จนกระทั่งได้มาทำงานประชาสัมพันธ์เมื่อได้ตำแหน่ง K Bank E-Girls ของธนาคารกสิกรไทย ซึ่งมีสัญญา 2 ปี เพราะมันมีงานหนึ่งที่ทุกคนต้องเวียนกันไปทำ คือการอ่านข่าวภายในของธนาคารสัปดาห์ละครั้ง ซึ่งทำให้ฝันได้พบว่าเป็นงานที่ชอบมาก ฉะนั้นใครลาให้บอกฝัน ฝันอาสาไปอ่านแทนทุกคน แล้วก็เลยนึกได้ว่าตอนเด็กๆ เราก็ฝันที่จะเป็นผู้ประกาศข่าว จำได้ว่าชอบเอาหนังสือเรียนมาทำท่าอ่าน ทำปากขมุบขมิบ แล้วก็ก้มๆ เงยๆ เหมือนอยู่หน้ากล้อง คือตอนนั้นมันคงอยู่ข้างในลึกๆ ว่าเราอยากทำงานนี้ แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นงานอะไร

      ดังนั้นพอมีโอกาสฝันก็เลยขอเขาไปเรียนต่อปริญญาโท ทางด้านนิเทศศาสตร์ เอกวาทวิทยาและสื่อสารการแสดง ซึ่งทำให้ได้เรียนทางทฤษฎีควบคู่ไปกับการทำงานภาคปฏิบัติ แล้วช่วงหมดสัญญากับทางธนาคารกสิกรไทย ทางช่อง 7 ก็เปิดรับทีมผู้ประกาศพอดี ก็เลยมาสมัครและได้เข้ามาทำ ซึ่งตอนนี้ก็ทำมาเกือบ 7 ปีแล้ว และยังสนุกอยู่แม้ว่าจะต้องทำงาน 7 วัน แถมต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 สัปดาห์ละ 6 วัน ซึ่งตอนแรกๆ ก็ตื่นไม่ค่อยไหว แม่ก็เป็นห่วงที่ฝันต้องตื่นแต่เช้าเพื่อขับรถมาทำงาน แต่ฝันก็ยืนยันว่าอยากทำ

      นอกจากนี้ฝันยังต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตจากการเข้ามาทำงานข่าวอย่างมาก จากเมื่อก่อนที่ไม่ชอบดูข่าว อย่างเวลาดูทีวี พอข่าวมาฝันจะเปลี่ยนช่องตลอด หรือถ้าฟังวิทยุในรถพอมีข่าวก็จะปิดใส่เทปใส่ซีดีเพลง จนข่าวจบค่อยกลับไปฟังใหม่ เป็นแบบนั้นเลย แต่ตอนนี้กลับตาลปัตรกลายเป็นคนสนใจข่าวตลอดเวลา อย่างตื่นเช้ามาก็ต้องหยิบหนังสือพิมพ์ก่อน กินข้าวก็อ่าน ส่วนวิทยุในรถก็ต้องตั้งเป็นช่องข่าว มีช่องเพลงน้อยมาก หรือพอกลับไปบ้านก็จะดูข่าว แล้วไม่ได้ดูช่องเดียวนะ ดูทุกช่อง เพราะถ้าเราดู เราฟังบ่อยๆ เราก็จะเข้าใจ เรียกว่าเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

งานพิธีกร ก้าวใหม่ๆ ที่ท้าทาย
      หลังจากทำงานเป็นผู้ประกาศข่าวมาเกือบ 7 ปี ฝันก็คิดว่าตัวเองก้าวมาได้ระดับหนึ่งแล้ว แต่ถึงจะพอใจ ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่ฝันยังขาดและอยากพัฒนาให้ได้อย่างผู้ประกาศข่าวที่ฝันชื่นชอบคือพี่พิษณุ (พิษณุ นิลกลัด) เพราะพี่เขาอ่านข่าวการเมืองก็ได้ วิเคราะห์ข่าวก็ได้ อ่านข่าวกีฬาก็ได้ หรืออ่านสะเก็ดข่าวซึ่งเป็นข่าวสีสันก็ได้ คือเขามีทุกอย่างครบอยู่ในตัว ขณะที่ฝันเองยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องศึกษา ต้องเติมให้ครบ เพราะถ้าวันนี้ให้ไปอ่านข่าวกีฬา ฝันก็ยังทำได้ไม่ดีเท่าผู้ประกาศข่าวกีฬา เรียกว่ายังต้องศึกษาค้นคว้าอีก

      นอกจากนี้ถ้ามีโอกาสฝันก็อยากทำงานพิธีกรเพิ่มขึ้น เพราะฝันชอบงานด้านการพูด และก็อยากมีโอกาสร่วมคิดงาน ซึ่งตอนนี้ก็ได้เริ่มๆ แล้ว เพราะเวลาทำห้องข่าว 7 สี โพรดิวเซอร์ก็ให้โอกาสในการเสนอความคิด จึงได้เข้าไปทำงานเบื้องหลังด้วย ช่วยคิดว่าช่วงนี้เราอยากให้มีอะไรอยู่ในรายการ ซึ่งถ้าเราสามารถทำงานเบื้องหลังได้ด้วย คิดงานได้ด้วย ก็จะได้อยู่กับงานข่าวทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังได้นานขึ้น

      ส่วนงานสอนบัลเลต์ที่พักอยู่นั้น ในอนาคตถ้ามีเวลาว่างก็อยากกลับมาสอนอีก และถ้ามีโอกาสก็อยากจะมีโรงเรียนสอนบัลเลต์เป็นของตัวเอง เพราะน้องสาวก็ทำตรงนี้ด้วย อาจจะไม่ต้องโรงเรียนใหญ่

รับมือความเครียดและปัญหาด้วยสติ สมาธิ และเล่าให้คนใกล้ชิดฟัง
      ฝันคิดว่าความเครียดหรือปัญหาเป็นเรื่องปกติของการทำงาน และเราต้องหาวิธีการรับมือกับมันให้ได้ สำหรับฝัน เนื่องจากจะสนิทกับทุกคนในครอบครัวมาก เวลามีความเครียดอะไรฝันจะไม่เก็บไว้คนเดียว หรืออยู่คนเดียว เพราะจะยิ่งเครียด ยิ่งคิด ยิ่งเตลิด แต่จะเล่าให้พ่อกับแม่ฟัง ซึ่งพ่อแม่ก็จะให้กำลังใจ หรือคุยกับเพื่อน ซึ่งพอได้ระบายแล้ว ความเครียดก็ลดลง อีกอย่างฝันจะเป็นคนตลกอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าเครียดก็เครียดอยู่แป๊บนึง พอมีคนมาคุยด้วยก็หาย แล้วแม่ก็จะสอนอยู่ตลอดเวลาว่า อย่าเอาเรื่องเครียดมาใส่ตัว เพราะบางทีฝันอาจจะเครียดในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง หรือเอาอดีตมาเครียด แม่ก็จะบอกว่ารอให้ถึงเหตุการณ์นั้นก่อนค่อยมาเครียด

      ส่วนการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในการทำงานนั้น ฝันจะต้องตั้งสติก่อน เพราะงานข่าว สติจะสำคัญมาก เช่น บางทีต่อสายให้แหล่งข่าวโทรเข้ามาคุยในรายการก็ไม่ได้สักที เราก็ต้องมีสติ ไม่ลน ต้องพูดถ่วงเวลา หรืออาจจะเอาข่าวอื่นมาพูดไปก่อน

      นอกจากนี้สมาธิก็จะช่วยได้มาก โดยเฉพาะเวลาอ่านข่าวผิด เพราะถ้าไม่มีสมาธิก็จะทำให้ยิ่งผิดมากขึ้น ตอนเป็นผู้ประกาศใหม่พวกพี่เขาก็จะบอกว่าถ้าอ่านผิดก็ปล่อยให้มันผ่านไป ตั้งสติรวบรวมสมาธิใหม่ก็จะอ่านต่อไปได้อย่างราบรื่น

Work-Life Balance
      แม้ว่าจะทำงานสัปดาห์ละ 7 วัน แต่ฝันก็พยายามสร้างสมดุลให้กับชีวิตของตัวเองมากที่สุด ด้วยการหาเวลาออกกำลังกาย พักผ่อน และให้เวลากับคุณพ่อคุณแม่

      โดยในส่วนของการออกกำลังกายนั้น ถ้าวันไหนไม่มีงานตอนบ่าย ฝันก็จะไปออกกำลังกายด้วยการวิ่งประมาณ 45 นาทีที่สปอร์ตคลับแถวๆ บ้าน จะมีโอกาสไปสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ถ้าวันไหนขยันก็จะว่ายน้ำด้วย นอกจากนี้ฝันยังไม่กินข้าวเย็น เพราะงานของเราไม่ต้องเดินไปโน่นไปนี่ แต่นั่งอยู่กับที่ทั้งวัน คือมาถึงก็นั่งแต่งหน้า ดูบท นั่งอ่านข่าว ก็เลยใช้พลังงานไม่เยอะ ตอนเย็นเลยกินแค่น้ำแอปเปิ้ล หรือผลไม้เท่านั้น ยกเว้นถ้าหิวก็อาจจะกินสักสัก 2-3 คำ ไม่สังหารพิซซ่าตลอดเวลาเหมือนตอนสมัยเรียนหนังสือ เพราะจริงๆ แล้ว ฝันเป็นคนชอบกินทุกอย่างที่เป็นผลร้ายต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารปิ้ง ย่าง เค้ก กินหมด แต่ด้วยหน้าที่การงาน แม้จะเห็นแค่ครึ่งตัวบนก็ตาม ก็เลยต้องฝืนใจ แต่ถ้าอยากกินขนมจริงๆ ก็จะกินแค่ 2 คำ หรือบางวันที่กินมากก็จะชวนแม่ไปวิ่ง เพราะแม่ก็น้ำหนักเยอะเหมือนกัน

      สำหรับเรื่องการพักผ่อน แม้ว่าฝันจะมีเวลาไปเที่ยวน้อยมาก เพราะทำงาน 7 วันเลย ปีหนึ่งจึงจะมีโอกาสหยุดไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือต่างประเทศสักครั้ง และก็ไม่เกิน 5 วัน แต่หลังเลิกงานกลับถึงบ้าน ฝันก็จะพักผ่อนด้วยการดูข่าวที่ฝันอ่านมาแล้วทั้งวัน เพื่อจะได้ดูว่ามีอะไรที่ต้องแก้ไขบ้าง เช่น อ่านเร็วไป นั่งไม่สวย หลังจากนั้นก็จะดูข่าวช่องอื่น ดูไปเรื่อยๆ ซึ่งจะทำให้ซึมซับ แล้วทำให้เราได้รู้ความคืบหน้าของข่าว เพื่อนบางคนเลยถามว่า ฝันทำงานเกี่ยวกับข่าว 7 วันอยู่แล้ว ไม่เหนื่อยหรือที่ต้องมานั่งดูข่าวตัวเองหรือข่าวอื่นๆ อีก ฝันว่าถ้าไม่ได้ทำงานที่ตัวเองรักก็คงไม่ไหวเหมือนกัน แต่ฝันได้ทำงานที่ตัวเองรัก ชอบ ก็เลยเหมือนกับได้พักผ่อนไปกับการทำงาน และก็พยายามจัดเวลาให้คุณพ่อคุณแม่ค่ะ อย่างถ้ามีเวลาตรงกันก็จะพากันไปกินของอร่อยๆ

แม้นานๆ จะได้ไปสักทีแต่ก็มีความสุขมากๆ ค่ะ

 




For comments and suggestions about this site, contact the Webmaster
Copyright©2014 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.