>>More Article...
สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า ใบเฟิร์น
น้ำ ตัวละครเอกของภาพยนตร์เรื่องสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก ได้นำพาเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง เข้าสู่โลกของความเป็นจริงที่ยิ่งกว่าความฝัน โดยได้มอบความสำเร็จ ชื่อเสียง และสิ่งที่ดีหลายๆ อย่างแก่เด็กผู้หญิงที่ชื่อ ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์
สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก
สนุกค่ะเป็นประสบการณ์ที่ดี จะมีภาพยนตร์กี่เรื่องที่ให้เราได้เล่นตั้งแต่วัยที่เด็กมากจนโต ตอนเริ่มถ่ายเฟิร์นอายุประมาณ 17 แต่ต้องเล่นบทเด็กอายุตั้งแต่ 13 ผลตอบรับจากหนังเรื่องนี้เกินกว่าที่ฝันและคาดหวัง ไม่คิดว่าจะมีคนชอบมากขนาดนี้ อย่างที่มีทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นละคร ภาพยนตร์ งานโฆษณา ก็ต้องบอกว่าเป็นเพราะสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก ซึ่งตอนเล่นก็แค่อยากทำให้ดีที่สุด ไม่ได้คาดหวังว่าหนังจะทำเงินร้อยล้าน ส่งผลให้รู้จักเรามากขึ้น เลยต้องรักษาภาพพจน์มากขึ้น เวลาออกไปข้างนอกจะแต่งตัวชิลๆ ไม่ได้แล้ว
Love summer รักตะลอนออนเดอะบีช
ตอนนี้กำลังมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง love summer รักตะลอนออนเดอะบีช ซึ่งพูดถึงมิตรภาพของเพื่อนว่า ชีวิตเราจะมีสักกี่คนที่เราเรียกว่าเพื่อน แต่จริงๆ แล้วในโลกนี้ไม่มีคนแปลกหน้าหรอก ทุกคนคือเพื่อน เพียงแต่เรายังไม่ได้ออกไปทำความรู้จักต่างหาก เป็นเรื่องราวที่จะทำให้คุณเห็นคุณค่าของคำนี้ การดำเนินเรื่องจะเล่าผ่านการเดินทาง จากกรุงเทพฯ ถึงภูเก็ต ดูแล้วเหมือนได้ไปเที่ยว เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ หลายแห่ง
เกินฝัน
ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้เข้าวงการเลย แต่เมื่อได้มีโอกาสเล่นละครเวทีที่โรงเรียนและชอบ จากนั้นก็ไปแคสต์งาน เป็นความสนุกตื่นเต้น จนถึงทุกวันนี้ก็ยังมีความสนุกอยู่ และมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำ รู้สึกว่าเราโชคดีที่ได้ทำอะไรที่รัก ตอนเด็กๆ ฝันหลายอย่าง แล้วก็เปลี่ยนไปตามอายุ แต่ตอนนี้คิดว่าได้ในสิ่งที่เกินฝันแล้ว
ไม่ชอบเข้าสังคม
เฟิร์นเป็นคนที่ไม่ชอบเข้าสังคมมาก ชอบอยู่กับเพื่อน ไม่ชอบเจอคนเยอะๆ แล้วพอมาทำงานตรงนี้ต้องออกงานเจอคนเยอะ ก็จะเขินๆ พอเจอถ่ายรูปก็ไม่รู้จะเอามือไปวางไว้ตรงไหน ไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่รู้จะพูดอะไร จนทุกวันนี้ยังเป็นอยู่เลย รู้สึกอึดอัด ถ้าเลี่ยงได้ก็จะแอบเลี่ยงออกมา
บทเรียนจากวงการบันเทิง
การได้เข้ามาในวงการบันเทิงทำให้เราโตขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น รู้จักแบ่งเวลา การตรงต่อเวลาซึ่งสำคัญมาก เมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนๆ เวลานัดทำงานกันเขาก็จะชิลๆ ไม่คิดอะไร แต่หนูจะโมโหเวลานัดไม่เป็นนัด ขณะเดียวกันก็รู้จักอดทนและรอคอย วงการบันเทิงสอนเราหลายอย่างมาก
เพื่อนสนิท
เพื่อนสำคัญมาก เฟิร์นชอบให้ใจกับคำว่าเพื่อน เพื่อนเฟิร์นเป็นเพื่อนที่หวังดีมาก ไม่มีคำว่าอิจฉา อะไรที่ทำผิดด่าเลย เคยชวนเพื่อนโดดเรียน เขาเรียกชื่อพ่อแม่แล้วบอกว่าส่งควายเรียนหรือเปล่า เอาแล้วไงต้องเรียนแล้วหล่ะ (หัวเราะ) คอยเตือนตลอดทำอะไรไม่ดีก็พูดตรง ๆ และพอเพื่อนทำผิดเราก็เตือนบ้างผลัดกัน เพื่อนๆ ที่สนิทไม่เคยสนใจงานที่แสดงเลย หนังก็ไปดูแต่ละครไม่เคยดูเลย ยังเหมือนเดิม ไม่ได้บ้าเห่อ และก็ไม่ได้แคร์ว่าเพื่อนเป็นดาราหรือไม่เป็นดารา พอมาอยู่มหาวิทยาลัยก็ยังตามมาเรียนที่เดียวกัน 3 คนซึ่งในกลุ่มเรามี 6 คน
ชีวิตม.ปลายอันสาหัส
การเรียนช่วงม.ปลายหนักมากเพราะไปซ่าเลือกเรียนสายวิทย์ พ่อเฟิร์นจบสายวิทย์มา ลึกๆ เขาอยากให้เรียนสายวิทย์ แต่ก็ไม่เคยบังคับ เฟิร์นเรียนทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่ชอบแต่เรียนเอาหน้า เหมือนอยากบอกให้พ่อรู้ว่า เราเรียนได้นะ พ่อจะได้ไม่น้อยหน้าคนอื่น เพราะญาติพี่น้องก็เรียนสายวิทย์ กลัวพ่อถูกคนอื่นว่าลูกเป็นดาราแล้วไม่เรียน เลยต้องเรียนหนักมากเลือดตาแทบกระเด็น ไม่น่าซ่าเลย พอขึ้น ม.6 เหนื่อยมาก ต้องเรียนพิเศษสารพัด แต่ก็กัดฟันจนผ่านไปได้ แม้ว่าเพื่อนจะเคยชวนให้ย้ายสายเพราะเป็นห่วง ก็ลังเลยู่หลายทีว่าจะย้ายไหม แต่ไม่เอาดีกว่า เมื่อจะพิสูจน์แล้วต้องทำให้ได้
เริ่มต้นชีวิตเฟรชชี่
เพิ่งเข้าเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 (คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาการแสดงและการกำกับการแสดง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น ตอนจะตัดสินใจเลือกเรียนที่นี่มีหลายคนชมว่าที่นี่เก่ง รุ่นพี่เขาแนะนำก็เลยตัดสินเรียน ตอนสอบก็ยากและกลัวจะไม่ติดเหมือนกัน เลยอ่านหนังสือเยอะมาก ช่วงถ่ายละครก็เอาหนังสือไปด้วย มีรุ่นพี่ให้หนังสือแนะแนวเกี่ยวกับการละคร เนื้อหาครบเลย พออ่านแล้วก็ไปสอบ ปรากฏว่าสอบติดก่อนเพื่อน เลยสบาย เฟิร์นว่ามันไม่เกี่ยวกับการผ่านงานละครมาก่อน แต่เกี่ยวกับว่าอ่านหนังสือมาหรือเปล่า เพราะเนื้อหาที่สอบจะเป็นพวกประวัติศาสตร์การละคร แต่ช่วงนี้ยังไม่ค่อยได้ไปมหาวิทยาลัยเลย ก็เครียดเหมือนกันนะ เพราะมันเป็นไปไม่เลยที่จะพยายามไปเรียนให้ครบ อย่างที่ผ่านมาเพื่อนเขานัดทำงานกลุ่มกัน ก็ไม่ได้ไป เพราะไม่ว่าง แล้ววันที่ต้องไปพรีเซ็นต์งาน ไม่ได้ไปอีก ก็ไม่ค่อยสบายใจ รู้สึกว่าเราเอาเปรียบเพื่อน อยากแบ่งเวลาให้ดีกว่านี้
คิดทีละขั้น
เวลามีปัญหาอะไรจะชอบเล่าให้คุณแม่ฟัง คุณแม่ก็จะถามว่าแล้วเฟิร์นคิดยังไง เฟิร์นคิดว่าจะแก้ปัญหาได้ไหม ถ้าเฟิร์นบอกว่าได้ แม่ก็จะถามว่าแล้วจะแก้อย่างไร ถ้าได้วิธีแก้ปัญหาแล้วก็อย่าไปเครียด แต่ถ้าเกิดทำไม่ได้ก็ปล่อยๆ ไปอย่าไปเครียด แม่ก็สอนให้คิดทีละขั้น พ่อกับแม่จะสอนหมดทุกเรื่อง เรื่องคุณธรรม เรื่องความคิด แล้วก็ให้คิดและตัดสินใจเอง ซึ่งหลายๆ อย่างมันยากที่จะตัดสินใจ ให้พ่อให้แม่สั่งยังดีกว่า ง่ายกว่าให้เลือกเอง เพราะบางทีก็ไม่มั่นใจว่าที่คิดมันดีที่สุดหรือเปล่า ถ้าเจอโจทย์ซับซ้อนตัดสินใจไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่ก็จะแนะนำว่ามันควรจะเป็นอย่างนี้ เราก็จะมาคุยกันว่าแล้วเฟิร์นคิดยังไง ก็ดีนะค่ะเฟิร์นว่ามันแฟร์มาก แชร์ความคิดกัน ส่วนปัญหาที่ยังแก้ไม่ได้คือ เป็นคนขี้น้อยใจมาก บางทีคนเขาพูดโดยที่ไม่ได้คิดอะไร เฟิร์นก็เซนซิทีฟ อินกับคำพูดเขา เก็บไปคิดน้อยอกน้อยใจ ร้องไห้คนเดียว
เส้นทางในวงการบันเทิงและเส้นทางชีวิตของใบเฟิร์นยังอีกยาวไกล ยังมีอะไรรอเธออยู่อีกมากมาย รอให้เธอฝ่าฟันต่อไป
For comments and suggestions about this site, contact the
Webmaster
Copyright©2011 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.