ปันปัน-เต็มฟ้า กฤษณายุธ
ชีวิตไม่ได้มีแค่เรื่องแพ้-ชนะ


      ปันปัน-เต็มฟ้า กฤษณายุธ นางแบบอายุ 15 ปีของเราเล่มนี้เป็นนักเรียนชั้นม.3 โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย ที่นอกจากจะเรียนดีได้เกรด A ตลอดแล้ว ยังเป็นนักกีฬายิมนาสติกลีลาเยาวชนทีมชาติ ที่กำลังก้าวขึ้นไปเป็นตัวแทนทีมชาติชุดใหญ่ ซึ่งเราน่าจะได้เห็นผลงานของเธอในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 26 ประเทศอินโดนีเซีย ในปลายปีนี้ แต่ก่อนที่จะถึงวันนั้น เรามาทำความรู้จักกับสาวน้อยคนนี้กันให้มากขึ้น ทั้งจากตัวเธอเองและจากคุณแม่แหวน-ฐิติมา สุตสุนทร ที่ใส่ใจดูแลลูกสาวคนเดียวอย่างใกล้ชิด

เป็นนักกีฬาฝึกให้เป็นคนอดทน
      “ปันเริ่มเล่นกีฬายิมนาสติกมาตั้งแต่อายุ 7-8 ขวบ เพราะเห็นเพื่อนที่เรียนบัลเลต์ด้วยกันเขาสามารถกางขาได้แบบ 180 องศา ก็รู้สึกทึ่ง อยากทำได้บ้าง คุณแม่จึงไปหาที่เรียนให้ก็เลยได้เรียนเรื่อยมา แต่ก็มีท้อบ้างเหมือนกันค่ะ เพราะยิมนาสติกลีลาเป็นกีฬาที่ต้องใช้แรง ขณะเดียวกันก็ต้องทำให้สวยงามด้วย เราต้องทั้งเกร็ง บังคับ จัดปรับร่างกายให้ดูสวยงาม ฉะนั้นตอนฝึกใหม่ๆ ก็จะยากมาก ต้องซ้อมหนัก ยิ่งช่วงใกล้ๆ แข่งก็จะยิ่งต้องซ้อมหนักขึ้น เหนื่อยมาก แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร นอกจากต้องซ้อมต่อไป(หัวเราะ) เพราะว่าเขาไม่ให้พัก แต่โค้ชเขาก็พยายามช่วยแก้ปัญหาให้ ไม่ได้ปล่อยให้เราอดทนอย่างเดียว แล้วเวลาซ้อมเราก็จะเห็นว่าพวกพี่ๆ เขายิ่งซ้อมหนักกว่าเราอีก ก็ทำให้มีเรามีความพยายามมากขึ้น ความอดทนจึงเป็นสิ่งที่ปันได้เรียนรู้มากๆ จากการเป็นนักกีฬา เพราะถ้าอยู่บ้านเฉยๆ ก็สบายดี และเราก็สามารถเลือกที่จะทำแบบนั้นก็ได้ใช่ไหมคะ แต่การที่เราเป็นนักกีฬาแล้วเราไปใช้ชีวิตประจำวันที่โรงเรียนก็จะเห็นได้ชัดเลยว่า บางทีคนอื่นทำอะไรไม่ได้เขาก็ท้อแล้ว แต่เรายังอดทนที่จะทำต่อไป ฉะนั้นปันคิดว่าพอโตขึ้นต้องไปทำงานที่หนักและเหนื่อย เราก็น่าจะผ่านไปได้ เพราะเคยผ่านอะไรที่เหนื่อยกว่านี้มาแล้ว”

เป็นนักกีฬาช่วยเรื่องเรียน
      “นอกจากนี้การเป็นนักกีฬายังช่วยส่งเสริมเรื่องการเรียนของเราด้วย คือ ทำให้เราเป็นคนที่มีระเบียบวินัย และมีความกระตือรือร้น อย่างเวลามีอะไรที่ไม่เข้าใจปันก็จะไปถามครูเลย และทำให้เรามีสมาธิ คือได้ทุกอย่างเลย ที่สำคัญทำให้เราได้ฝึกใช้สมองอีกซีกหนึ่งด้วย เพราะถ้าเราเรียนหนังสืออย่างเดียว แม้ว่าจะทำให้เราฉลาด แต่เราก็จะใช้สมองแค่ซีกเดียว ฉะนั้นการที่เราเล่นกีฬาหรือได้ทำอะไรอย่างอื่นด้วยจึงดีกว่า เพียงแต่ว่าเราก็ต้องรู้จักการจัดเวลาให้ดี และรู้ว่าเราต้องให้ความสำคัญกับอะไรมากที่สุด อย่างปันเองถ้ามีการบ้านเยอะ หรือว่าเป็นช่วงที่ใกล้สอบ ปันก็จะไม่ไปซ้อมหรือว่าไปซ้อมแต่เลิกเร็ว เพื่อจะได้มีเวลากลับมาทำการบ้านหรืออ่านหนังสือที่บ้าน คุณแม่จะบอกเสมอว่า การเรียนต้องมาเป็นอันดับ 1 แต่ถ้าช่วงไหนที่ไม่มีสอบก็ให้ซ้อมเต็มที่ จัดโปรแกรมการซ้อมทุกวัน คือคุณแม่จะช่วยดูแลเรื่องเวลาให้ตลอด”

       นอกจากการดูแลเรื่องเวลาให้น้องปันปันแล้ว คุณแม่แหวนยังเป็นกองเชียร์ส่วนตัวของน้องปันปันที่จะคอยไปเกาะอยู่ขอบสนามทุกครั้งที่ลูกสาวลงแข่ง ไม่นับการทุ่มเทเวลาให้กับการปักชุดยิมที่ลูกสาวต้องสวมลงแข่งด้วย ซึ่งคุณแหวนบอกว่า ลูกสาวสวมชุดฝีมือคุณแม่มากกว่าใครๆ รวมถึงยังเล่าให้ฟังถึงการเลี้ยงดูลูกสาวด้วยความรักว่า

ความรักคือการให้เวลา
      “แหวนว่าแม่ส่วนใหญ่ย่อมมีความรักลูกทุกคน แต่ว่าการแสดงออกอาจจะต่างกัน อย่างแหวนจะใช้วิธีการให้เวลากับเขาเป็นสำคัญ แม้ว่าบางครั้งด้วยหน้าที่ภารกิจการงานอาจจะทำให้เรายุ่ง แต่ว่าแหวนก็จะพยายามจัดเวลา แบ่งเวลาให้กับการพาลูกไปเรียนโน่น ซ้อมนี่อย่างดีที่สุด ซึ่งสิ่งที่สะท้อนกลับมาจากการที่เราให้เวลาดูแลเอาใจใส่เขาก็คือ เขาจะรู้ว่าเรารัก และอยากจะทำให้เราสบายใจ ทั้งๆ ที่เราไม่ได้คาดหวังตรงนั้น เราเพียงแต่อยากจะมอบสิ่งดีๆ ให้ติดตัวเขาไปจนโต เพราะคิดว่าการที่เราส่งเสริมให้เขาเรียนหนังสือ หรือส่งเขาไปเรียนเต้น เล่นยิม ส่งเสริมให้เขาเป็นนักกีฬา มันเหมือนกับเป็นมรดกที่เรามอบให้เขานอกเหนือจากเงินทอง ซึ่งหากใช้ไม่ดีก็มีวันหมด ต่างจากวิชาความรู้ หรือประสบการณ์ต่างๆ ที่เขาได้รับ ซึ่งจะเป็นมรดกที่ติดตัวเขาตลอดไปโดยเฉพาะในวันที่เราไม่ได้อยู่กับเขาแล้ว และมันเหมือนกับว่าความรักที่เรามอบให้ช่วยให้เขามีสภาพจิตใจที่ดี ซึ่งช่วยให้เขามีสมาธิกับการทำสิ่งต่างๆ และทำความสบายใจว่า ถ้าเป็นอะไรไปก็มีคนช่วย เขาจึงทำทุกอย่างได้ดี”

ไม่เก่งไม่ว่าขอแค่เป็นคนดี
      “ทุกวันนี้แม้ว่าปันปันจะโชคดีที่เรียนก็เก่ง เล่นกีฬาก็เก่ง เต้นก็เก่ง แต่แหวนก็จะบอกเขาเสมอว่า ไม่ว่าลูกจะเป็นอะไรก็ตามเราก็ยังรักเขาอยู่ดี เช่น เขาอาจจะเรียนตกต่ำลง ไปแข่งกีฬาแล้วแพ้ ก็ไม่เป็นไร คือแหวนจะพยายามเตือนเขาเสมอว่า ไม่ใช่ว่าเราจะต้องเป็นที่หนึ่งหมดทุกอย่าง เราอาจจะได้ที่รองหรือแพ้บ้างก็ไม่เป็น ดีเสียอีกเราจะได้ฝึกการมีน้ำใจนักกีฬา รู้จักแพ้ รู้จักชนะ แต่แหวนจะทนไม่ได้และไม่ภูมิใจเลยถ้ามีคนมาบอกว่า ลูกเธอนิสัยไม่ดี ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับแหวนคือ ขอให้ลูกเป็นคนดี เพราะสิ่งนี้ต่างหากที่จะทำให้ลูกอยู่รอดต่อไปในสังคมจนแก่ ”

       ขณะที่น้องปันปันพูดถึงเรื่องการแพ้ชนะในการแข่งขันกีฬาว่า

       “ถ้าแพ้ก็ต้องไม่เสียใจมาก เราควรมีน้ำใจนักกีฬา โดยปันจะบอกกับตัวเองว่าไม่เป็นไร เรายังมีอะไรต้องทำอีกเยอะแยะ ความพ่ายแพ้เป็นเพียงสิ่งเล็กๆ ในชีวิตเราเท่านั้น และเมื่อพลาดไปแล้วเราก็ควรไปยิ้มดีใจกับเพื่อน หรือถ้าเกิดเราชนะ ก็ไม่ควรดีใจจนออกนอกหน้า และให้กำลังใจเพื่อนที่แพ้”


       ด้วยความรักของแม่แหวน และความสามารถของปันปัน เราจึงมีนักยิมนาสติกลีลาทีมชาติที่ชื่อ เต็มฟ้า กฤษณายุธ ให้ตามลุ้นตามเชียร์กันต่อไป


 




For comments and suggestions about this site, contact the Webmaster
Copyright©2011 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.