|
วัยทีนรุ่นใหม่สุขภาพเต็ม 100
นาตาชา โจซีฟีน เบลค เป็นลูกครึ่งอังกฤษ-ไทยวัย 15 ที่เข้าวงการตั้งแต่อายุ 11 เริ่มจากโฆษณา มิวสิกวิดีโอ ภาพยนตร์และกำลังเตรียมออกอัลบั้มเดี่ยวให้ได้ฟังกันในเร็วๆ นี้ แม้นาตาชาจะได้รับโอกาสและก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงไม่แตกต่างจากนักแสดงหรือนักร้องคนอื่นๆ แต่สาวน้อยคนนี้มีวิธีคิดและไลฟ์สไตล์ต่างจากเพื่อนวัยเดียวกัน แต่จะแตกต่างอย่างไร HealthToday ชวนคุณมาทำความรู้จักเธอให้มากขึ้นพร้อมกันค่ะ
วัยรุ่นยุคใหม่มุ่งเรียน-กีฬาเด่น
เนื่องจากคุณพ่อเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยตามประเทศต่างๆ ครอบครัวเราจึงย้ายตามคุณพ่อตลอด นาตาชาเกิดที่สกอตแลนด์และเรียนที่นั่นจนถึง 5 ขวบ จากนั้นก็ย้ายไปอยู่ฮ่องกงจนถึง 8 ขวบและก็กลับประเทศไทยถาวร เพราะคุณพ่อคุณแม่ต้องการเปิดโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ Excel English ด้วยเหตุที่คุณพ่อคุณแม่คลุกคลีในวงการการเรียนการสอนจึงสนับสนุนให้นาตาชาเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตั้งแต่เด็ก เช่น เรียนยิมนาสติก ร้องเพลง เล่นกีตาร์คลาสสิคและกีตาร์ไฟฟ้า สเกตน้ำแข็งและว่ายน้ำ ซึ่งเป็นกีฬาที่ทำได้ดี คุณครูเคยชวนลงแข่งขันในรายการแถบเอเชีย แต่นาตาชาไม่เคยคิดลงแข่งขันเพื่อรางวัลค่ะ แค่ได้ออกแรงและฝึกซ้อมทุกวันหลังเลิกเรียนหรืออย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้ง เพื่อบุคลิกภาพที่ดีและสุขภาพแข็งแรงก็พอใจแล้วค่ะ อีกอย่างถ้าลงแข่งขันจริง นาตาชาต้องซ้อมมากขึ้น ซึ่งอาจรบกวนตารางการเรียนพิเศษวิชาภาษาไทยและภาษาอังกฤษในวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยเฉพาะไวยกรณ์ภาษาอังกฤษที่คุณพ่อติวเป็นพิเศษ และให้การบ้านเขียนเรียงความเป็นประจำ ล่าสุดคุณพ่อให้เขียนความยาว 30,000 คำ นาตาชาเขียนเกี่ยวกับเด็กผู้หญิงที่ชอบเล่นสเกตน้ำแข็ง ตอนนี้เขียนได้ราวๆ 26,000 คำแล้วค่ะ ทั้งนี้ข้อดีของการฝึกเขียนบ่อยๆ คือ นาตาชาสามารถแต่งเนื้อเพลงหรือนวนิยายที่ชอบได้อย่างถูกต้องและสละสลวยค่ะ
การเรียนใบเบิกทางสู่การเป็นนักร้องตามฝัน 
ในบรรดาวิชาที่เรียนเพิ่มเติม นาตาชาชอบร้องเพลงมากที่สุด เพราะไม่ว่าเศร้าหรือกลุ้มใจเรื่องอะไร ถ้าได้ร้องเพลงก็กลับมายิ้มและอารมณ์ดีเหมือนเดิมค่ะ (หัวเราะ) ตั้งแต่นาตาชาเรียนร้องเพลงก็หมั่นฝึกร้องและลองแต่งเนื้อร้องเรื่อยมา แต่ก็ไม่เคยประกวดหรือเสนอค่ายเพลงใดๆ จนกระทั่งทางผู้ใหญ่จากค่ายเพลงที่นาตาชาเล่นมิวสิกวิดีโอเปิดโอกาสให้ส่งเทปเดโม จากนั้นก็เข้าไปทดสอบอยู่หลายรอบจนสำเร็จในที่สุดค่ะ คุณพ่อคุณแม่ก็ยินดีและสอนว่าเมื่อได้โอกาสที่ดีแล้ว นาตาชาต้องตั้งใจทำให้ดีที่สุด อย่าให้คนอื่นเดือดร้อน แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีความรับผิดชอบแค่ไหน ก็ต้องมีเพิ่มมากขึ้นเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้วัยรุ่นอื่นๆ ด้วยค่ะ โดยเฉพาะคุณพ่อจะเตือนเรื่องการเรียน ส่วนคุณแม่จะเตือนเรื่องการวางตัวและค่าใช้จ่ายค่ะ ซึ่งข้อหลังนาตาชาไม่ทำให้คุณแม่กังวลแน่ๆ เพราะส่วนตัวไม่นิยมของแบรนด์เนม ถ้าอยากซื้ออะไรก็จะบอกและพาคุณแม่ไปเลือกดูด้วย แต่ส่วนใหญ่คุณแม่จะซื้อใหม่ให้เอง เพราะบางทีใช้มานานจนเก่าแต่ยังไม่ทิ้งสักที (หัวเราะ)
ใส่ใจสุขภาพเกินวัยทีน
นาตาชาเป็นโรคภูมิแพ้ค่ะ ดังนั้นทุกครั้งที่อากาศเปลี่ยนก็จะหายใจไม่ออกและเป็นไซนัสอักเสบบ่อยมาก แต่หลังจากที่เรียนยิมนาสติก สเกตน้ำแข็งและว่ายน้ำ อาการภูมิแพ้ก็ลดน้อยลง ยกเว้นควันบุหรี่ที่ยังแพ้อยู่ นาตาชาจะคอแห้ง เจ็บคอและเสียงแห้ง ดังนั้นจึงต้องหลีกเลี่ยงให้มากสุด มิฉะนั้นจะกระทบต่อการร้องเพลง เคล็ดลับการถนอมเสียงของนาตาชาคือ การไม่ดื่มน้ำเย็นและน้ำอัดลมค่ะ ส่วนเรื่องอาหารการกิน นาตาชาก็ใส่ใจไม่แพ้กันค่ะ ส่วนใหญ่จะเลือกกินโปรตีนจากเนื้อปลาต่างๆ เช่น ทูน่า แซลมอน ปลาทู ส่วนคาร์โบไฮเดรตจะชอบกินข้าวกล้องหรือขนมปังโฮลวีทค่ะ และที่สำคัญแต่ละมื้อต้องมีผักและผลไม้เสมอ เพราะนอกจากจะได้วิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็นแล้ว ยังไม่ทำให้ท้องผูกและผิวพรรณสดใสอีกด้วยค่ะ นาตาชาเคยรวบรวมเมนูอาหารเพื่อสุขภาพจากหนังสือ นิตยสารและอินเตอร์เน็ต แล้วก็พิมพ์ใส่ตารางที่มีวันที่ตลอดเดือน และยื่นให้คุณแม่ทำให้กินตามนั้นเลยค่ะ สมาชิกในครอบครัวและเพื่อนๆ ไม่มีใครทำเหมือนนาตาชาเลย (หัวเราะ) อาจดูแหวกแนวก็จริง แต่นาตาชาก็ยืนยันที่จะทำเป็นนิสัยเพื่อสุขภาพที่ดีของตนเองในอนาคตค่ะ
เป็นอย่างไรกันบ้างกับความคิดของสาวน้อยวัย 15 ปี ที่มุ่งมั่นและรับผิดชอบต่อการเรียน การงานและการดูแลสุขภาพตนเองเกินวัย จึงไม่น่าแปลกใจว่า นาตาชา โจซีฟีน เบลค จะฉายแววน่ารักและสดใสสมวัยจนสะดุดตาเข้าสู่วงการบันเทิงได้ตามฝัน สำหรับผู้อ่านที่อยากรู้เคล็ดลับการดูแลสุขภาพและผิวพรรณให้สดใสแบบง่ายๆ ตามแบบนาตาชา เราขออุบไว้แค่นี้ก่อน รอติดตามในได้ Healthy Beauty เล่มหน้าค่ะ
|