การใช้ยาอมใต้ลิ้น
สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ
ยาอมใต้ลิ้นใช้แก้อาการเจ็บหน้าอกได้อย่างไร
อาการเจ็บหน้าอกเป็นอาการแสดงอย่างหนึ่งของโรคหัวใจ
ขาดเลือด (ischemic heart disease) อันเนื่องมาจากหลอดเลือดที่เลี้ยง
กล้ามเนื้อหัวใจ หรือหลอดเลือดโคโรนารี (coronary artery) เกิดอุดตันหรือตีบ บางคนรู้สึกเจ็บเหมือนมีอะไรมารัดหน้าอก บางคน
อาจมีอาการปวดร้าวไปที่แขนซ้าย ไหล่ซ้าย คางหรือกราม บางคนรู้สึกเจ็บตื้อๆ จุกแน่นที่ลิ้นปี่ คล้ายกับคนเป็นโรคแผลในทางเดินอาหาร หายใจไม่สะดวก และขณะที่เจ็บหน้าอกมักจะมีเหงื่อออกมาก ใจสั่น
หรืออาจรู้สึกคล้ายจะเป็นลมอาการเจ็บหน้าอกนี้มักเกิดขึ้นเมื่อมี
ีการทำงานหนัก ใช้แรงมากกว่าปกติออกกำลังกายมากกว่าปกติการมีอารมณ์โกรธหรือตื่นเต้นการรับประทานอาหารมื้อใหญ่กว่าปกติ
บางคนได้นั่งพักอาการจะดีขึ้นแต่บางคนอาการไม่ดีขึ้นก็ต้องใช้ยาอมใต้ลิ้นช่วย
ยาอมใต้ลิ้นสำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือดเป็นยากลุ่มไนเตรท ซึ่งมีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดโคโรนารี ใช้อมใต้ลิ้นเนื่องจากบริเวณ
ใต้ลิ้นมีหลอดเลือดที่สามารถนำยาเข้าสู่กระแสเลือดไปออกฤทธิ์ที่ผนังหลอดเลือดหัวใจได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยให้หลอดเลือดโคโรนารีท
ี่อุดตันหรือตีบอยู่นั้นขยายตัวออก เลือดจึงไหลผ่านไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ดีขึ้น ทำให้อาการเจ็บหน้าอกลดลงหรือบรรเทาไปได้ ดังนั้นผู้ที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือดจึงควรพกยาอมใต้ลิ้นติดตัวเสมอ เมื่อเกิดอาการเจ็บหน้าอกจะได้หยิบใช้ได้ทันที
วิธีใช้ยาอมใต้ลิ้นที่ถูกต้องคืออย่างไร
การใช้ยาอมใต้ลิ้นที่ถูกวิธี เริ่มตั้งแต่...การนั่งลงบนเก้าอี้ที่ม
ีพนักพิงและเท้าแขน หากไม่มีก็ให้นั่งลงกับพื้น หลังพิงกำแพง เสา ตู้ หรือต้นไม้ หรือให้มีคนช่วยประคองหลังไว้ นำยา 1 เม็ด (ห้ามใช้เกิน ครั้งละ 1 เม็ด) ออกจากขวดบรรจุ แล้ววางไว้ใต้ลิ้น (ห้ามเคี้ยว ทำให้แตก หรือบดยา) จากนั้นปิดปากและอมยาไว้ โดยไม่กลืนน้ำลาย ดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มใดๆ ตามลงไป ปล่อยให้ยาค่อยๆ ถูกดูดซึม ผ่านหลอดเลือดบริเวณใต้ลิ้น อาการเจ็บหน้าอกจะค่อยๆ บรรเทาลงภายใน 1-2 นาที ถ้าหลังจากอมยาไปแล้ว 5 นาทีอาการยังไม่ดีขึ้น
ให้อมยาเม็ดที่ 2 รอดูอาการอีก 5 นาที ถ้ายังมีอาการเจ็บหน้าอกอยู่
ให้อมยาเม็ดที่3 แล้วรีบไปโรงพยาบาล เพราะหากอมยาไป 3 เม็ดแล้ว อาการยังไม่ดีขึ้นนั้นมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะกล้ามเนื้อ หัวใจตาย อันจะส่งผลต่อไปให้การทำงานของหัวใจผิดปกติ หรืออาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
การเก็บรักษายาอมใต้ลิ้น
ยาอมใต้ลิ้นนั้นมีความไวต่อแสงและความร้อนมาก ควรเก็บไว้ในภาชนะบรรจุที่กันแสง เช่น ขวดสีชา หรือทึบแสง ที่มีฝาปิดสนิท
ไม่ควรเก็บไว้ในที่ร้อน ในเมืองไทยเราอากาศค่อนข้างร้อน อาจเก็บไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาได้ มีข้อควรระวังสำหรับการเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงโดยไม่ได้ใส่ภาชนะบรรจุที่เหมาะสมก่อนนั้นอาจทำให้ยาเสื่อมคุณภาพได้ง่าย บ้างก็เกิดระเบิดได้เนื่องจาก
ยาเป็นกลุ่มไนเตรท
นอกจากนี้หากไม่มีการใช้ยาเลยเป็นเวลานาน คุณควรเปลี่ยนยาใหม่ทุก 6 เดือน และหากมีเม็ดยาที่แตก หรือเปื่อยยุ่ยก่อน 6 เดือนก็ควรทิ้งยาเม็ดนั้นเสีย และหากใช้ยาอมใต้ลิ้นแล้วไม่รู้สึกซ่าๆ เหมือนมีเข็มเล็กทิ่มแสดงว่ายานั้นหมดอายุแล้ว
ก็ควรเปลี่ยนยาใหม่เช่นกัน
ผลข้างเคียงจากยาอมใต้ลิ้นมีหรือไม่ หรือมียาอื่นแทนได้หรือไม่
ผลข้างเคียงจากยาอมใต้ลิ้นที่พบได้บ่อยคือ
• อาการปวดศีรษะ
• อาการร้อนวูบวาบตามตัว
• หัวใจเต้นเร็ว
• ความดันโลหิตต่ำลง บางรายเป็นลมหมดสติได้
• อาการปวดศีรษะจากยาอมใต้ลิ้นเป็นผลข้างเคียงที่เป็นอยู่ไม่นานเพราะยาออกฤทธิ์สั้น ปัจจุบันไม่มียาอมใต้ลิ้นกลุ่มอื่นๆ ทดแทนค่ะ หากจำเป็นต้องใช้ก็ต้องใช้ยาจริงไม่มียาทดแทนค่ะ
ใช้ยาอมใต้ลิ้นบ่อยๆ แล้วไม่ได้ผลควรทำอย่างไร
กรณีที่คุณจำเป็นต้องใช้ยาบ่อยๆ ได้แก่ การใช้ยาเกิน 3 ครั้งต่อวันแล้ว หรือใช้ยาทุกวัน วันละครั้งติดต่อกันหลายๆ วัน เป็นต้น
นั่นเป็นสัญญาณบอกเหตุที่ไม่ดีแน่นอน คุณควรปรึกษาแพทย์ว่าเพราะเหตุใดจึงเกิดอาการเจ็บหน้าอกบ่อย ยารับประทานไม่สามารถควบคุมโรคได้ หรืออาการของโรคเป็นมากขึ้น คุณควรนำประวัติเดิมไปให้แพทย์พิจารณาทั้งหมดด้วย ทั้งนี้แพทย์อาจพิจารณา
ให้ตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม เช่น การฉีดสี การดูภาพสะท้อนการทำงานของหัวใจ เพื่อพิจารณาการรักษาอื่นๆ หรือปรับยารับประทานต่อไป
|