 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
|
|
 |
 |
 |
 |
 |
 |
|
มาตรวจสอบยา
กันดีกว่า
ภญ. อัมพร จันทรอาภรณ์กุล ดิฉันมักจะได้รับคำถามซ้ำๆ
จากผู้ป่วยหลายท่านที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลแล้วรีบรับยากลับบ้านไปโดยไม่ได้ตั้งใจฟังคำแนะนำจากเภสัชกร
หรือตรวจสอบยาที่ได้รับ พอมีปัญหาสงสัยก็ต้องเสียเวลากลับมาโรงพยาบาลเพื่อรับคำปรึกษาเรื่องยาใหม่
บ้างก็โทรศัพท์มา ตัวอย่างคำถามที่พบบ่อย ได้แก่
o ต้องกินยาที่ได้รับจนหมดหรือเปล่า
o ยาที่ได้กินร่วมกับยาเดิมที่กินอยู่แล้วได้หรือไม่
o ถ้าลืมกินยาแล้วทำอย่างไร
o ยาที่ได้รับมาหน้าตาคล้ายๆ ยาเดิมแล้วใช่ยาเดิมหรือเปล่า
o ยาหายไปตัวหนึ่งปกติได้รับประจำไม่ทราบหมอให้หยุดยาหรือเปล่า
o ยาที่ได้รับจำนวนไม่ครบตามวันนัด หมอต้องการให้หยุดยาก่อนวันนัดหรือเปล่า
คำถามเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคำถามที่ดิฉันได้รับฟังอยู่เสมอ
บางรายบ้านอยู่ไกลโรงพยาบาลมากแต่ก็ยังต้องเสียค่ารถกลับมาโรงพยาบาลอีกครั้งเพราะมีปัญหาหรือมีคำถามสงสัย
บางรายต้องเข้าไปพบแพทย์ผู้ดูแลอีกครั้งเพราะสงสัยว่าได้รับยาไม่ครบหรือเปล่า
ไม่แน่ใจว่าแพทย์ให้หยุดยาตัวนั้นหรือว่าลืมเขียนในใบสั่งยาให้
คุณคงไม่ปฏิเสธว่าในชีวิตหนึ่งว่าต้องเข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาล
บางรายที่เป็นโรคเรื้อรังต้องไปโรงพยาบาลประจำ ดังนั้นหากเสียเวลาตรวจสอบยาของคุณสักนิดก่อนรับยากลับบ้านคุณก็จะมิต้องเสียเวลามาโรงพยาบาลอีก
หรือไม่ต้องโทรศัพท์มาสอบถามอีกให้ยุ่งยาก ยาไม่ใช่ขนมที่กินอย่างไรก็ได้
กินก็ได้ไม่กินก็ได้ ยาบางตัวมีวิธีใช้พิเศษ ยาบางตัวห้ามกินกับอาหารบางประเภท
ยาบางตัวต้องกินทุกวันจนยาหมด ยาบางตัวใช้เพียงระยะหนึ่งเมื่ออาการดีขึ้นก็สามารถหยุดใช้ได้
ดิฉันจึงอยากจะฝากประเด็นเล็กๆ น้อยๆ ให้คุณผู้อ่านนำไปใช้หากต้องไปรับยาที่โรงพยาบาล
ข้อมูลที่ควรทราบก่อนรับยากลับบ้าน
ชื่อยา ควรเป็นชื่อตัวยาจริงๆ (generic name) ไม่ใช่ชื่อทางการค้า
(trade name) เพราะถ้าหากเป็นชื่อทางการค้าคุณอาจไม่ทราบว่ายานั้นซ้ำซ้อนกับยาที่ใช้อยู่เดิมหรือไม่
หากใช้ยาซ้ำซ้อนคุณก็อาจได้รับพิษจากยานั้น และถ้ายานั้นมีความเป็นพิษสูงมากก็อาจมีอันตรายถึงชีวิตได้
* ประโยชน์ทางการรักษา ยาใช้รักษาอะไร มีประโยชน์อย่างไร
* จำนวนยาที่ได้ครบตามกำหนดวันนัดครั้งต่อไปหรือไม่ เนื่องจากยาบางตัวหากคุณได้รับไม่ครบหรือขาดยาไปจะทำให้ผลการรักษาด้อยประสิทธิภาพลง
อันได้แก่ ผู้ที่เป็นโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูงโรคหัวใจ
* วิธีการรับประทานยา ครั้งละกี่เม็ด วันละกี่ครั้ง ต้องเขย่าขวดก่อนใช้ยาไหม
กินก่อนหรือหลังอาหาร มีวิธีใช้ยาพิเศษอะไรหรือไม่
* หากลืมกินยาจะทำอย่างไร เนื่องจากยาบางตัว เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิดสามารถกินเพิ่มเป็น
2 เท่าได้ในมื้อต่อไป ยาบางตัว เช่น ยาควบคุมการเต้นของหัวใจ
ยาที่มีช่วงการรักษาแคบมีพิษสูง ห้ามกินเพิ่มเป็น 2 เท่าเด็ดขาด
ให้ข้ามมื้อที่ลืมไปเลย คุณจึงควรสอบถามให้ดีโดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้ใช้ยาเป็นประจำการหลงลืมย่อมเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน
* จำเป็นต้องรับประทานยานี้จนหมดหรือไม่ จะหยุดยาได้เมื่อไหร่
หรือต้องใช้ต่อเนื่องจนกว่ายาจะหมด
* ยาหมดอายุเมื่อไหร่ ยาจะหมดอายุก่อนใช้หมดหรือไม่ หรือจะมีอายุหลังจากเปิดภาชนะบรรจุยาได้นานแค่ไหน
* วิธีการเก็บรักษายา ต้องเก็บในตู้เย็นหรือไม่
* ยานี้ใช้กับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว
ได้หรือไม่ จะทำให้ผลการรักษาโรคนั้นๆ
แย่ลงหรือไม่
* ยาที่ได้รับจะมีผลกับยาอื่นๆ ที่รับประทานเป็นประจำอยู่แล้วหรือไม่
รวมทั้งอาหาร เครื่องดื่มต่างๆทั้งที่มี และไม่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ
* ยามีผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง อาการข้างเคียง คือ อาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดเมื่อใช้ยาในขนาดที่ใช้ในการรักษา
โดยไม่ได้รับประทานเกินขนาดหรือเป็นผลที่เกิดจากการรับประทานยาร่วมกับยาตัวอื่น
เช่น อาการง่วงซึมจากการกินยาลดน้ำมูก ซึ่งคุณอาจต้องสังเกตในขณะที่ใช้ยาตัวนั้นๆ
ซึ่งหากเป็นมากอาจต้องกลับมาแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อทำการปรับลดขนาดยาลง
หรือหยุดยา
* เคยมีประวัติแพ้ยา
ใช่ยาตัวนี้ได้หรือไม่ ประวัติแพ้ยานั้นมีความสำคัญมากเพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะแพ้ยาตัวนั้นๆ
ไม่เหมือนกับผลข้างเคียงจากยาที่สามารถเกิดได้กับทุกคน คุณต้องแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบทุกครั้งที่รับยา
เพราะการแพ้ยาหากเป็นรุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
* การปรับวิธีใช้ยาให้เหมาะสมกับชีวิตประจำวัน ในกรณีที่มีกิจวัตรประจำวัน
วิธีการดำเนินชีวิตที่ผิดจากคนทั่วไป เช่น รับประทานอาหารวันละ
2 มื้อ ทำงานเป็นกะ ควรปรึกษาเภสัชกรว่าควรจะปรับเปลี่ยนวิธีใช้ยาอย่างไรให้เหมาะสมกับกิจวัตรประจำวันของคุณ
อย่างเพิ่งท้อแท้ไปนะคะว่าจะจำไม่ได้กับรายละเอียดมากมาย เพียงจำได้ครึ่งหนึ่งของทั้งหมด
โดยเฉพาะในเรื่องวิธีการใช้ยา ข้อบ่งใช้ของยา ระยะเวลาในการใช้ยา
จำนวนยาที่ได้รับ และการแจ้งประวัติแพ้ยา เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วหละค่ะ
ที่จะทำให้คุณได้สามารถใช้ยาได้อย่างถูกต้อง เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
และไม่ต้องเสียเวลากลับมาสอบถามที่โรงพยาบาลอีกครั้ง
ข้อมูลที่ท่านควรทราบเมื่อต้องการไปซื้อยาที่ร้านขายยา
เช่นเดียวกับการไปรับยาที่โรงพยาบาลหละค่ะ สำหรับผู้ที่ใช้ยาประจำ
รู้จักหน้าตาของยาที่จะไปซื้อดีอยู่แล้วก็คงไม่มีปัญหาอะไร จะต่างกันก็ตรงกรณีที่มีอาการเจ็บป่วยแล้วไปให้ที่ร้านยาจัดให้
คุณควรปฏิบัติดังนี้
* หากเลือกได้ควรเลือกร้านที่มีเภสัชกรประจำร้าน และพยายามปรึกษาเภสัชกรประจำร้านให้เต็มที่ด้วยการสอบถามรายละเอียดของยาที่กำลังต้องการใช้
หรืออาการเจ็บป่วยที่กำลังเป็นอยู่ทุกแง่มุม ตามที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นในหัวข้อ
ข้อมูลที่ท่านควรทราบก่อนรับยากลับบ้าน
* คุณควรไปซื้อยาเอง ไม่ควรฝากคนอื่นๆ ไปซื้อให้ เพราะคงไม่มีใครทราบอาการของคุณดีเท่ากับตัวเอง
นอกจากเป็นยาที่คุณใช้เป็นประจำอยู่แล้ว ทราบชื่อยาและวิธีใช้ดีอยู่แล้ว
ลองนำไปปฏิบัติกันดูนะคะเพื่อสุขภาพที่ดีตลอดปี
ตลอดไป |
For
comments and suggestions about this site, contact the
Webmaster
Copyright©2008 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.
|
 |
 |
 |
|