 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
|
|
 |
 |
 |
 |
 |
 |
|
จิบทุกวันฟันไม่เหลือ
รศ.พอ.นพ.วิเชียร มงคลศรีตระกูล ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยา
เคยเจอบ้างไหมครับ? เวลาพาลูกหลานไปพบหมอฟัน หลังจากถอนฟันเรียบร้อยแล้วพอกลับไปบ้านเอาผ้าก๊อซหรือสำลีออกจากปาก เลือดยังไม่หยุดไหล พอใส่ผ้าก๊อซเข้าไปในปากใหม่ รอจนค่ำจึงเอาออก เลือดก็ยังไม่หยุดไหลอีก คราวนี้เลยต้องกระเตงกันไปที่
ี่โรงพยาบาล ให้แพทย์ตรวจในรายละเอียดกันอีกที เหตุการณ์แบบนี้อาจไม่ใช่เหตุการณ์ปกติธรรมดาแต่อาจเป็นโรคร้ายที่เราเองคาด
ไม่ถึงก็ได้...
เราจะรู้วิธีการแก้ปัญหาได้ก็ต้องรู้วิถีการเกิดปัญหาเสียก่อน ดังนั้นมาทำความรู้จักกับกลไกการห้ามเลือดของร่างกายกันครับ โดยปกติแล้วระบบใหญ่ๆ ที่ช่วยห้ามเลือดไม่ให้ไหล คือ ระบบของหลอดเลือด ระบบของเกล็ดเลือด (platelet) และระบบการแข็งตัวของเลือด (coagulation)
เริ่มต้นจากระบบของหลอดเลือด หลอดเลือดคนเรามีคุณสมบัติพิเศษ คือ มีความยืดหยุ่นสูง สามารถหดหรือขยายตัวได้ เมื่อร่างกายเกิดบาดแผลขึ้น กลไกแรกสุดที่จะเริ่มทำงานเพื่อทำให้เลือดหยุดไหลคือหลอดเลือดจะหดตัวเพื่อช่วยลดการเสียเลือดหากบาดแผลที่เกิดขึ้นไม่ใหญ่มากมาย
กลไกห้ามเลือดที่สองคือ กลไกการทำงานของเกล็ดเลือด ซึ่งมีลักษณะเป็นเศษชิ้นของเซลล์ขนาดเล็กๆ ไม่มีนิวเคลียส มันจึงไม่ใช่ เซลล์ จริงๆ เมื่อร่างกายมีบาดแผล เจ้าชิ้นเล็กๆ เหล่านี้ซึ่งลอยไปลอยมาอยู่ในเลือด (มีจำนวนประมาณ 140,000-400,000 ชิ้น/ซีซี) จะเข้าไปแปะหรือปิดบริเวณที่มีแผลเปิดเกิดขึ้นเป็นขบวนการห้ามเลือดถัดมา อาการเลือดไหลไม่หยุดอาจเกิดจากการที่มีปริมาณเกล็ดเลือดต่ำลงหรือสูงก็ได้ หรืออาจเกิดจากการทำงานของเกล็ดเลือดผิดปกติ ซึ่งอาจน้อยเกินไปหรือมากเกินไป อาจเป็นโรคมาแต่กำเนิดหรืออาจจะเกิดขึ้นภายหลังก็ได้
กลไกสุดท้ายตัวช่วยให้เลือดหยุดไหล คือ กลไกการแข็งตัวของเลือด ซึ่งสารที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือดจะละลายอยู่ใน
น้ำเลือดหรือพลาสมา เมื่อเกิดบาดแผลจะมีสารที่ปล่อยออกมาจากการฉีกขาดของเนื้อเยื่อหรือหลอดเลือดกระตุ้นให้กลไกนี้ทำงาน ทำให้โปรตีนที่แฝงอยู่ในน้ำเลือดเกิดการเปลี่ยนแปลง และฟอร์มตัวกันเป็นวุ้นอุดอยู่บริเวณที่มีบาดแผล อย่างไรก็ตามขบวนการเหล่านี้ต้องอยู่บนความสมดุล การที่มีน้อยเกินไปเลือดก็จะไม่ยอมหยุดไหล แต่หากมีมากเกินไปจะทำให้เกิดลิ่มเลือดไปทั่ว
ดังนั้นถ้าคุณไปถอนฟันแล้วเกิดเลือดไหลไม่หยุด หรือหยุดช้า ควรใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะมันอาจเป็นโรคร้ายแฝงตัวอยู่ อาจจะเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือไขกระดูกฝ่อแล้วทำให้ร่างกายผลิตเกล็ดเลือดได้น้อยลง หรืออาจจะเป็นโรคขาดสารที่ช่วยการแข็งตัวของเลือดจากกรรมพันธุ์ ที่เรียกว่า โรคฮีโมฟีเลีย แบ่งเป็นชนิด เอ บี และซี ซึ่งเป็นการขาดหายของโปรตีนคนละตัวกัน มีทั้งเป็นรุนแรงคือ
ขาดมากหรือขาดน้อย เกี่ยวพันสืบเนื่องกับคนในเครือญาติ ใครที่มีญาติพี่น้องเป็นตัวเองก็มีโอกาสเป็นด้วย หากเป็น ฮีโมฟีเลียชนิดเอ เพศชายจะมีโอกาสเกิดมากกว่าเพศหญิง เพศหญิงส่วนใหญ่แล้วจะเป็นแค่พาหะของโรคเท่านั้น
ขั้นแรกที่จะช่วยแก้ปัญหาเลือดไหลไม่หยุดคือ ใช้ผ้าก๊อซหรือสำลีสอดเข้าไปบริเวณที่ทำฟัน กดหรือกัดให้แน่น อาจจะต้องกัดแบบนั้นนานเป็นชั่วโมง หากเกิดเลือดออกทั่วไป เช่น เวลาไปขูดหินปูน (ไม่ได้ถอนฟัน) เลือดจะซึมออกตามร่องเหงือก ควรปฐมพยาบาลโดยการให้อมน้ำแข็งหรือน้ำเย็น ความเย็นจะช่วยให้หลอดเลือดหดตัว ทำให้เลือดออกน้อยลงได้ แต่หากทำทั้งหมดแล้วเลือดไม่หยุดไหล คงต้องกลับไปพบแพทย์หรือทันตแพทย์ให้ช่วยหยุดเลือด และหาคำตอบว่าเลือดไหลไม่ยอมหยุดนั้น สาเหตุเกิดจากอะไร? เป็นความผิดปกติหรือมีอันตรายหรือไม่? อย่าวางใจนะครับ เรื่องเล็กๆ อาจจะไม่เล็กอย่างที่เราคิดก็ได้ครับ... |
For
comments and suggestions about this site, contact the
Webmaster
Copyright©2008 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.
|
 |
 |
 |
|