3

อาหารที่คนเป็นเกาต์ต้องระวัง
รศ.ภญ.ดร.อรอนงค์ กังสดาลอำไพ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอาหารและโภชนาการ


          
โรคเกาต์เป็นโรคที่เกิดจากการเกาะของผลึกเกลือยูริกตามเนื้อเยื่อบริเวณข้อและเอ็น ทำให้เกิดการอักเสบของข้อ มีอาการปวด บวม แดง ร้อน ข้อที่พบการอักเสบได้บ่อย ได้แก่ ข้อนิ้วหัวแม่เท้า ข้อเท้า ข้อเข่า ข้อมือ และข้อศอก อาการปวดข้อมักปวดเพียงข้อเดียว แต่อาจปวดหลายข้อได้ บริเวณหัวแม่เท้าเป็นข้อที่พบบ่อยที่สุด อาการปวดมักเป็นๆ หายๆ ในรายที่เป็นนานอาจพบนิ่วในทางเดินปัสสาวะได้ โรคนี้พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และมักพบเมื่อมีอายุมากกว่า 35 ปี ส่วนผู้หญิงมักพบหลังหมดประจำเดือน



         ทำไมถึงเป็นโรคเกาต์
โรคเกาต์เกิดจากภาวะความผิดปกติเกี่ยวกับเมตาโบลิสมของกรดยูริก ระดับกรดยูริกในซีรัม (ของเหลวสีเหลืองในเลือด) ของคนปกติ ในผู้ชายจะอยู่ระหว่าง 2.5 – 8.0 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร และผู้หญิงอยู่ระหว่าง 1.5-6.0 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ภาวะที่มีกรดยูริกเกินในเลือด (สูงกว่า 6.5 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร) จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงของการเกิดโรคเกาต์ แต่การมีกรดยูริกในเลือดสูงไม่จำเป็นว่าต้องเป็นโรคเกาต์เสมอไป
กรดยูริกเป็นสารที่ได้จากการสลายพิวรีน (purine) ในร่างการของคน พิวรีนนี้อาจได้รับจากอาหารหรือสังเคราะห์ขึ้นมาเองในร่างกาย ปกติร่างกายต้องการพิวรีนในการสร้างสารอื่นๆ ภาวะที่มีกรดยูริกเกินในเลือดมักมีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารที่มีพิวรีนสูง ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ได้รับยาขับปัสสาวะ และการทำงานของกรวยไตลดลง
การรักษาภาวะกรดยูริกเกินในเลือด หรือโรคเกาต์นี้มักจะใช้ยาร่วมกับการดูแลเรื่องอาหาร ได้แก่ การจำกัดอาหารที่มีพิวรีนสูง ซึ่งเป็นการลดแหล่งที่จะให้กรดยูริก ส่วนอาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ ถั่วเมล็ดแห้ง กุ้ง ปลาซาดีนและแมคเคอเรล
ในระหว่างมีอาการของโรคต้องจำกัดพิวรีนจากอาหารไม่เกิน 100-150 มิลลิกรัมต่อวัน ควรรับประทานอาหารคาร์โบไฮเดรตเพิ่มขึ้น แต่ลดไขมันลง ส่วนโปรตีนรับประทานได้ตามปกติ เนื่องจากอาหารไขมันมีแนวโน้มจะลดการขับกรดยูริกออกมากับปัสสาวะ แต่อาหารคาร์โบไฮเดรตจะเพิ่มการขับกรดยูริก และควรดื่มน้ำเพิ่มขึ้นเพื่อช่วยในการขับกรดยูริก และลดโอกาสการเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะ
อาหารที่มีโปรตีนสูงจะเพิ่มการขับกรดยูริกออกมาในปัสสาวะ ซึ่งจะช่วยให้ระดับกรดยูริกในเลือดลดลง นม และผลิตภัณฑ์จากนม ให้โปรตีนสูงและมีพิวรีนต่ำ จากงานวิจัยพบว่าการเพิ่มการรับประทานผลิตภัณฑ์นม จะลดโอกาสเสี่ยงของการเกิดโรคเกาต์ การได้รับโปรตีนจากนม (เคซีนและแลคทาลมูมิน) ช่วยลดระดับกรดยูริกในซีรัมคนปกติได้ เนื่องจากจะไปเพิ่มการขับกรดยูริกออกมาในปัสสาวะ ทำนองเดียวกันการรับประทานเต้าหู้ (เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีซึ่งได้จากถั่วเหลือง) ก็ช่วยเพิ่มการขับกรดยูริกออกมาในปัสสาวะ
การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สัมพันธ์กับการเพิ่มปริมาณของกรดยูริกในซีรัม โดยเฉพาะการดื่มเบียร์ซึ่งมีปริมาณพิวรีนสูงกว่าเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ชนิดอื่น ส่วนการดื่มกาแฟ ทั้งชนิดที่มีคาเฟอีนและไม่มีคาเฟอีน ช่วยลดระดับกรดยูริกในซีรัมได้ แต่ชาไม่มีผล
นอกจากนื้มีรายงานการวิจัยพบว่าการรับประทานวิตามินซีเพิ่มขึ้นทั้งจากอาหาร และการรับประทานเสริม จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงของการเกิดโรคเกาต์ได้ การได้รับวิตามินซีวันละ 500 มิลลิกรัม เป็นเวลา 2 เดือน สามารถลดกรดยูริกในเลือดได้ 0.5 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ซึ่งเข้าใจว่าวิตามินซีจะไปลดการดูดซึมกรดยูริกกลับเข้ามาที่ไต ช่วยให้ระดับกรดยูริกในเลือดลดลง จึงช่วยป้องกันการเกิดเกลือของกรดยูริกที่จะเกาะตามข้อและเอ็น

 
คำแนะนำในการรับประทานอาหารให้ห่างไกลโรคเกาต์
•ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 3 ลิตร (10 แก้ว)
•รับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเพิ่มขึ้น แต่ลดปริมาณอาหารไขมันลง
(ถ้าน้ำหนักเกิน ควรควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนัก)
•ถ้ามีอาการของโรคเกาต์ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีพิวรีนสูง
•เลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

การแบ่งกลุ่มอาหารตามปริมาณพิวรีน
กลุ่มที่ 1 มีพิวรีนสูง(100-1,000 มิลลิกรัมของไนโตรเจนพิวรีนต่ออาหาร 100 กรัม)
กลุ่มที่ 2 มีปริมาณพิวรีนปานกลาง
(9-100 มิลลิกรัม ของไนโตรเจนพิวรีนต่ออาหาร 100 กรัม)
กลุ่มที่ 3 มีปริมาณพิวรีนน้อยมาก

น้ำซุปที่ต้มจากเนื้อ สมอง เครื่องในสัตว์
(หัวใจ ไต ตับอ่อน)
ห่าน ปลาแองโชวี เนื้อบด ยีสต์ (ผู้ที่เป็นโรคเกาต์ควรหลีกเลี่ยง
การรับประทานอาหารในกลุ่มนี้)

ปลา เนื้อสัตว์ หอย เป็ด ไก่
หน่อไม้ฝรั่ง
ถั่วเมล็ดแห้ง เห็ด ผักปวยเล้ง

ขนมปัง เค้ก คุ้กกี้ น้ำอัดลม ธัญหาร เนยแข็ง ช็อกโกแล็ต ชา กาแฟ ไข่ นม ไอศกรีม ข้าว

บรรณานุกรม
Eggebeen AT. Gout : an update. Am Fam. Physician. 2007;76:801-8
Choi HK. , Goa Xiang and Gary Curhan. Vitamin C intake and the risk of gout in men: A perspective study. Arch Int Med. 2009;169:502-7.
Choi HK., Karen Atkinson et al. Purine-rich foods, Dairy and protein intake, and the risk of gout in men. N Engl J Med. 2004;350:1093-1103.
Goa Xiang, Gary Curhan, Forma JP., Alberto Ascherio and Choi HK. Vitamin C intake and serum uric acid concentration in men. J Rheumatol. 2008;35:1853-8
Pillinger MH. and Keenan RT. Update on the management of hyperuricemia and gout. Bull BYU Hosp Jt Dis. 2008;66(3):231-9.
Mahan LK. and Sylvia Escott-Stamp. Krause’s Food, Nutrition and Diet Therapy. 11th. ed. 2004. pp 1134-6.




 

 

    




For comments and suggestions about this site, contact the Webmaster
Copyright©2011 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.