อาหารที่คนเป็นเกาต์ต้องระวัง
รศ.ภญ.ดร.อรอนงค์ กังสดาลอำไพ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอาหารและโภชนาการ
โรคเกาต์เป็นโรคที่เกิดจากการเกาะของผลึกเกลือยูริกตามเนื้อเยื่อบริเวณข้อและเอ็น ทำให้เกิดการอักเสบของข้อ มีอาการปวด บวม แดง ร้อน ข้อที่พบการอักเสบได้บ่อย ได้แก่ ข้อนิ้วหัวแม่เท้า ข้อเท้า ข้อเข่า ข้อมือ และข้อศอก อาการปวดข้อมักปวดเพียงข้อเดียว แต่อาจปวดหลายข้อได้ บริเวณหัวแม่เท้าเป็นข้อที่พบบ่อยที่สุด อาการปวดมักเป็นๆ หายๆ ในรายที่เป็นนานอาจพบนิ่วในทางเดินปัสสาวะได้ โรคนี้พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และมักพบเมื่อมีอายุมากกว่า 35 ปี ส่วนผู้หญิงมักพบหลังหมดประจำเดือน

ทำไมถึงเป็นโรคเกาต์
โรคเกาต์เกิดจากภาวะความผิดปกติเกี่ยวกับเมตาโบลิสมของกรดยูริก ระดับกรดยูริกในซีรัม (ของเหลวสีเหลืองในเลือด) ของคนปกติ ในผู้ชายจะอยู่ระหว่าง 2.5 8.0 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร และผู้หญิงอยู่ระหว่าง 1.5-6.0 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ภาวะที่มีกรดยูริกเกินในเลือด (สูงกว่า 6.5 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร) จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงของการเกิดโรคเกาต์ แต่การมีกรดยูริกในเลือดสูงไม่จำเป็นว่าต้องเป็นโรคเกาต์เสมอไป
กรดยูริกเป็นสารที่ได้จากการสลายพิวรีน (purine) ในร่างการของคน พิวรีนนี้อาจได้รับจากอาหารหรือสังเคราะห์ขึ้นมาเองในร่างกาย ปกติร่างกายต้องการพิวรีนในการสร้างสารอื่นๆ ภาวะที่มีกรดยูริกเกินในเลือดมักมีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารที่มีพิวรีนสูง ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ได้รับยาขับปัสสาวะ และการทำงานของกรวยไตลดลง
การรักษาภาวะกรดยูริกเกินในเลือด หรือโรคเกาต์นี้มักจะใช้ยาร่วมกับการดูแลเรื่องอาหาร ได้แก่ การจำกัดอาหารที่มีพิวรีนสูง ซึ่งเป็นการลดแหล่งที่จะให้กรดยูริก ส่วนอาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ ถั่วเมล็ดแห้ง กุ้ง ปลาซาดีนและแมคเคอเรล
ในระหว่างมีอาการของโรคต้องจำกัดพิวรีนจากอาหารไม่เกิน 100-150 มิลลิกรัมต่อวัน ควรรับประทานอาหารคาร์โบไฮเดรตเพิ่มขึ้น แต่ลดไขมันลง ส่วนโปรตีนรับประทานได้ตามปกติ เนื่องจากอาหารไขมันมีแนวโน้มจะลดการขับกรดยูริกออกมากับปัสสาวะ แต่อาหารคาร์โบไฮเดรตจะเพิ่มการขับกรดยูริก และควรดื่มน้ำเพิ่มขึ้นเพื่อช่วยในการขับกรดยูริก และลดโอกาสการเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะ
อาหารที่มีโปรตีนสูงจะเพิ่มการขับกรดยูริกออกมาในปัสสาวะ ซึ่งจะช่วยให้ระดับกรดยูริกในเลือดลดลง นม และผลิตภัณฑ์จากนม ให้โปรตีนสูงและมีพิวรีนต่ำ จากงานวิจัยพบว่าการเพิ่มการรับประทานผลิตภัณฑ์นม จะลดโอกาสเสี่ยงของการเกิดโรคเกาต์ การได้รับโปรตีนจากนม (เคซีนและแลคทาลมูมิน) ช่วยลดระดับกรดยูริกในซีรัมคนปกติได้ เนื่องจากจะไปเพิ่มการขับกรดยูริกออกมาในปัสสาวะ ทำนองเดียวกันการรับประทานเต้าหู้ (เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีซึ่งได้จากถั่วเหลือง) ก็ช่วยเพิ่มการขับกรดยูริกออกมาในปัสสาวะ
การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สัมพันธ์กับการเพิ่มปริมาณของกรดยูริกในซีรัม โดยเฉพาะการดื่มเบียร์ซึ่งมีปริมาณพิวรีนสูงกว่าเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ชนิดอื่น ส่วนการดื่มกาแฟ ทั้งชนิดที่มีคาเฟอีนและไม่มีคาเฟอีน ช่วยลดระดับกรดยูริกในซีรัมได้ แต่ชาไม่มีผล
นอกจากนื้มีรายงานการวิจัยพบว่าการรับประทานวิตามินซีเพิ่มขึ้นทั้งจากอาหาร และการรับประทานเสริม จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงของการเกิดโรคเกาต์ได้ การได้รับวิตามินซีวันละ 500 มิลลิกรัม เป็นเวลา 2 เดือน สามารถลดกรดยูริกในเลือดได้ 0.5 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ซึ่งเข้าใจว่าวิตามินซีจะไปลดการดูดซึมกรดยูริกกลับเข้ามาที่ไต ช่วยให้ระดับกรดยูริกในเลือดลดลง จึงช่วยป้องกันการเกิดเกลือของกรดยูริกที่จะเกาะตามข้อและเอ็น
คำแนะนำในการรับประทานอาหารให้ห่างไกลโรคเกาต์
ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 3 ลิตร (10 แก้ว)
รับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเพิ่มขึ้น แต่ลดปริมาณอาหารไขมันลง
(ถ้าน้ำหนักเกิน ควรควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนัก)
ถ้ามีอาการของโรคเกาต์ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีพิวรีนสูง
เลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
การแบ่งกลุ่มอาหารตามปริมาณพิวรีน
กลุ่มที่ 1 มีพิวรีนสูง(100-1,000 มิลลิกรัมของไนโตรเจนพิวรีนต่ออาหาร 100 กรัม) |
กลุ่มที่ 2 มีปริมาณพิวรีนปานกลาง
(9-100 มิลลิกรัม ของไนโตรเจนพิวรีนต่ออาหาร 100 กรัม) |
กลุ่มที่ 3 มีปริมาณพิวรีนน้อยมาก |
น้ำซุปที่ต้มจากเนื้อ สมอง เครื่องในสัตว์ (หัวใจ ไต ตับอ่อน)
ห่าน ปลาแองโชวี เนื้อบด
ยีสต์
(ผู้ที่เป็นโรคเกาต์ควรหลีกเลี่ยง การรับประทานอาหารในกลุ่มนี้) |
ปลา เนื้อสัตว์ หอย เป็ด ไก่
หน่อไม้ฝรั่ง
ถั่วเมล็ดแห้ง เห็ด ผักปวยเล้ง |
ขนมปัง เค้ก คุ้กกี้ น้ำอัดลม ธัญหาร เนยแข็ง ช็อกโกแล็ต ชา กาแฟ ไข่ นม ไอศกรีม ข้าว |
บรรณานุกรม
Eggebeen AT. Gout : an update. Am Fam. Physician. 2007;76:801-8
Choi HK. , Goa Xiang and Gary Curhan. Vitamin C intake and the risk of gout in men: A perspective study. Arch Int Med. 2009;169:502-7.
Choi HK., Karen Atkinson et al. Purine-rich foods, Dairy and protein intake, and the risk of gout in men. N Engl J Med. 2004;350:1093-1103.
Goa Xiang, Gary Curhan, Forma JP., Alberto Ascherio and Choi HK. Vitamin C intake and serum uric acid concentration in men. J Rheumatol. 2008;35:1853-8
Pillinger MH. and Keenan RT. Update on the management of hyperuricemia and gout. Bull BYU Hosp Jt Dis. 2008;66(3):231-9.
Mahan LK. and Sylvia Escott-Stamp. Krauses Food, Nutrition and Diet Therapy. 11th. ed. 2004. pp 1134-6.
|