 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
|
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
|
สวยใส...แต่ไร้สุข
นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล จิตแพทย์
พูดถึงเรื่องของความสวยความงาม เชื่อว่าหลายคนคงให้ความสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวเพราะเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์โลกมาช้านานไม่เคยจืดจางไปจากความทรงจำหรือความคิด
โดยเฉพาะคุณสุภาพสตรีทั้งหลายมักจะให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆในชีวิตเลยทีเดียว
และยังคงมีการถ่ายทอดเคล็ดลับต่อๆ กันมาจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งเรื่องของทัศนคติเกี่ยวกับความสวยงามในแง่มุมต่างๆ
ก็เช่นกัน
นับวันจะยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเรื่องที่ทำเงินมหาศาลให้กับแวดวงธุรกิจในสาขานี้ ในขณะเดียวกันก็พร้อมจะดูดเงินจากกระเป๋าของใครหลายคนไปมากมาย มีบางคนที่เสียเงินทองไปแล้วกลับต้องจมอยู่กับความทุกข์ ทั้งๆ ที่น่าจะมีความสุขมากกว่า สาเหตุเป็นเพราะอะไร? ทำไมบางคนรอบตัวเราจึงมีพฤติกรรม หมกมุ่น ในเรื่องความสวยความงามมากเกินเหตุ เขาหรือ เธอ ป่วย
หรือเปล่า?
ความสวยความงาม ไม่เข้าใครออกใคร
ในอดีตนั้น การศัลยกรรมตกแต่งต่างๆ ทางการแพทย์นั้นทำเพื่อแก้ไขความพิการต่างๆ ให้กลับมาสู่สภาพการใช้งานที่ดีขึ้นเพื่อให้เกิดความสะดวกในการดำรงชีวิต แต่ปัจจุบันวิชาการเหล่านั้นได้ถูกดัดแปลงมาเป็นการทำที่อาจจะมากเกินความจำเป็นของชีวิตไปเสียแล้ว คงเคยได้ยินประโยคที่ว่า เงินทองไม่เข้าใครออกใคร ในตอนนี้ผมคิดว่าความสวย
ความงามก็ไม่เข้าใครออกใครเช่นเดียวกัน ในยุคของวัตถุนิยมซึ่งเน้นการแข่งขัน การให้ความสำคัญกับวัตถุและสิ่งที่อยู่ภายนอกมากกว่าคุณค่าทางด้านจิตใจ การใช้ความสวยความงามเป็นตัวนำให้ตนเองไปสู่การประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ ได้กลายเป็นเรื่องที่แสนจะธรรมดาและหลายคนให้ความสำคัญในด้านนี้กันมาก ไม่เฉพาะในแวดวงบันเทิง หรือแวดวงความสวยความงามเท่านั้น แต่รวมถึงแฟชั่นต่างๆ ที่เราเห็นและประพฤติปฏิบัติอยู่แทบทุกวันก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปเสียแล้ว แม้จะรู้กันว่าความสวยงามเหล่านี้ไม่ยั่งยืนถาวร วันหนึ่งก็คงโรยรา แต่จะมีสักกี่คนตระหนักถึงตรงนี้อย่างจริงจัง
ถ้าเราลองสอบถามคนทั่วไปโดยเฉพาะคุณผู้หญิงทั้งหลาย จะพบว่ามากกว่าร้อยละ 90 ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ไม่มากก็น้อย เพื่อความสุขใจจากการมองเห็นสิ่งสวยๆ งามๆ ในตนเองหรือคนอื่น บ้างก็อ้างว่าเป็นการเอาใจใส่กับสุขภาพของตนเองซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องดี แต่บางคนกลับให้ความสำคัญไปในทางที่ต้องการความสวยความงามแบบ เร่งด่วน เพื่อแข่งขันเอาชนะผู้อื่นในด้านต่างๆ เพื่อให้มีงานมากขึ้น เช่นในแวดวงบันเทิงหรือแฟชั่นทั้งหลาย ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ บางคนใช้ความสวยความงามในการแข่งขันกับคนอื่นๆ ที่เป็นเป้าหมายอยู่ โดยหารู้ไม่ว่าในความเป็นจริงแล้วตนเองกำลังแข่งขันกับ จิตใต้สำนึก ของตนเองต่างหาก คุณคงเคยเห็นตัวละครบางตัวที่ชอบแสดงความอิจฉาริษยาใส่คนอื่นอยู่เป็นประจำ มักจะใช้ความสวยความงาม(แบบจอมปลอม)ของตนเองในการเอาชนะคนอื่นอยู่บ่อยๆ ซึ่งคนเหล่านั้นแท้จริงแล้วกำลังแพ้ใจตนเองเสียมากกว่า เพราะความสวยความงามนั้นก็ยังไม่สามารถทำให้เขาหรือเธอมีความสุขได้อย่างแท้จริงสักเท่าไร
สวยเท่าไรก็ไม่พอ... เพราะใจไม่เคยพอ
สำหรับสาเหตุของความไม่พอใจในความสวยความงามของคนเหล่านั้นจะมาจากที่ใดบ้าง เป็นเรื่องที่ควรทำความเข้าใจเพื่อเป็น
แนวทางในการบำบัดรักษาที่ถูกต้องต่อไป

• สาเหตุแรกมาจากความเจ็บป่วยทางด้านจิตใจ ถึงขั้นเป็นโรคทางจิตเวช
บางชนิดเลยก็ได้ หลายคนไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีโรคแบบนี้ด้วยหรือ ยกตัวอย่างเช่น นักร้องซูเปอร์สตาร์ระดับโลกคนหนึ่งที่ตอนเด็กๆ เป็นเด็กตัวดำ ผมหยิก หน้าตาอ้วนกลม จมูกแบน แต่เมื่อตนเองมีความสามารถจากเสียงร้องเป็นพรสวรรค์ บวกกับฝีมือการแสดงจนมีชื่อเสียงเงินทองมากมายที่พอจะใช้ในการทำศัลยกรรม ตกแต่งใบหน้า สีผิว รูปร่างตนเอง จนในที่สุดเกิดปัญหา ทำมากเกินไป จนร่างกายรับไม่ไหว ที่ดูดีกลับกลายเป็นความน่ากลัวแทน จนในที่สุดมีนักวิชาการบางท่านให้การวินิจฉัยว่าเขาคนนั้นเป็น โรคที่ไม่เคยพึงพอใจในรูปร่างหน้าตาของตนเอง (Body dysmorphic disorder) ซึ่งส่งผลให้การรับรู้ความเป็นจริงผิดปกติไป แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นโรคจิต แค่มองกระจกทีไรก็เห็นจุดบกพร่องที่ต้องแก้ไขบน
ใบหน้าและรูปร่างอยู่ตลอดเวลา และต้องหาทางแก้ไขซ้ำๆ จนเกิดผลเสียต่อร่างกายมากกว่าผลดี อีกกรณีที่พบได้บ่อยคือ หลังจากกินอาหารในปริมาณมากแล้วก็ล้วงคอให้อาเจียน เพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองได้รับสารอาหารมากเกินความจำเป็นด้วยเหตุผลกลัวอ้วน จนกลายเป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Bulimia nervosa ซึ่งทำให้ทุกข์ทรมานใจเพราะเกิดความสับสนในความคิดอยู่ตลอดเวลาว่าอยากจะกินแต่กินแล้วกลัวอ้วน สุขภาพจิตเลยย่ำแย่ เช่นเดียวกับคนที่ไม่กล้ากินอะไรเลย จนผอมขาดอาหาร ร่างกายทรุดโทรม แต่ก็ยังมองว่าตนเองยังอ้วนอยู่ต้องควบคุมน้ำหนักอีก เรียกว่าเป็นโรค Anorexia nervosa เหล่านี้คือความเจ็บป่วยทางด้านจิตเวชที่ต้องการการเยียวยาอย่างเร่งด่วน มิฉะนั้นอาจจะเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ อย่างไรก็ตามแม้เกิดความแปรปรวนขึ้นในระบบการทำงานของสมองที่สั่งการต่างๆ ก็ตาม เรายังพบว่าสาเหตุส่วนใหญ่มักจะมาจากจิตใจร่วมด้วยไม่น้อยเลย
• อีกสาเหตุจากปัญหาที่เก็บอยู่ในใจลึกๆ คือ การรู้สึกไม่พึงพอใจในรูปร่าง
หน้าตา ความสวยความงามของตนเอง (แม้คนอื่นจะชมแล้วชมอีกว่าสวย) แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้สึกอย่างที่คนอื่นมอง เพราะสาเหตุจากใจตนเองไม่มีความสุข พลังใจ หดหายไป มักพบในคนที่ขาดการชื่นชมจากคนใน
ครอบครัว เช่น พ่อแม่ มาตั้งแต่วัยเด็ก ทำให้ขาดความมั่นใจในตัวเอง และตัวเองก็ไม่สามารถชื่นชม หรือมองจุดดีในด้านอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับความสวยความงามของตนเองได้ และมีเด็กบางคนที่ถูกปรนเปรอด้านวัตถุหรือได้รับการชื่นชมมากเกินไปจนเติบโตขึ้นมาเป็นคนที่หลงตัวเอง รู้สึกขาดความตื่นเต้นในชีวิต ต้องแสวงหาความตื่นเต้นหรือความสุขใหม่ๆ รวมถึงความสวยความงามที่ไม่รู้จักจบสิ้นให้กับตัวเองอยู่ตลอดเวลา ดังจะเห็นว่าบางคนทำศัลยกรรมหรือทำหน้าตาจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ เพียงเพื่อให้สังคมยอมรับว่าตนเองยังสวยงามอยู่เท่านั้นเอง พฤติกรรมต่างๆ ที่แสดงออกมานั้นบางครั้งก็มีความหมายเฉพาะตัวของมันเอง ซึ่งบางคนก็ไม่สามารถสื่อออกมาได้อย่างตรงไปตรงมา แต่กลับมีความหมายโดยนัยที่ซ่อนอยู่ เช่น ผู้ป่วยรายหนึ่งพยายามไม่ กินอะไรจนตัวเองผอม ซึ่งสาเหตุอาจจะไม่ได้มาจากความวิตกกังวลในรูปร่างอย่างเดียว หากแต่เป็นพฤติกรรมที่ถูกกำหนดมาจากจิตใต้สำนึกในการที่จะเอาชนะใครบางคนที่เข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตของเขา เช่น พ่อแม่ ที่คอยบังคับลูกอยู่ตลอดเวลา ลูกจึงพยายามหาทางเอาชนะบ้าง แต่ด้วยวิธีการที่ไม่เหมาะสมจนเป็นผลเสียตามมา
• สาเหตุจากสิ่งแวดล้อม เช่น สภาพสังคม ไม่ว่าจะเป็นระดับครอบครัว โรงเรียน มหาวิทยาลัย สถานที่ทำงาน ยิ่งที่ไหนห่างบ้านมากเท่าไรก็จะยิ่งมีอิทธิพลในเรื่องดังกล่าวมากขึ้น เพราะความ fake หรือ ความจอมปลอม ย่อมมีอยู่ทุกที่อยู่แล้ว ดังนั้นการใส่หน้ากากเข้าหากัน การแข่งขันกัน การตกเป็นเหยื่อของกลุ่มธุรกิจความสวยความงามที่มีอยู่เกลื่อนเมืองไม่ว่าจะมีคุณภาพหรือด้อยคุณภาพต่างกระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมด รวมถึงค่านิยมในสังคมจากกลุ่มคนที่มีอิทธิพล ทัศนคติของคนส่วนใหญ่ เช่น ค่านิยมการมีหน้าใสตึง หรือหน้าเด้ง ค่านิยมที่นางแบบจะต้องผอมเพรียว (ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีสุขภาพย่ำแย่มากกว่าสุขภาพดี) มีบางคนพยายามควบคุมรูปร่างของตนเองมากเกินไปด้วยวิธีการต่างๆ ที่ไม่ถูกต้อง เช่น การเสพติดยาลดความอ้วนเพื่อลดความอยาก กินอาหารโดยไม่นึกถึงผลข้างเคียงและผลเสียในระยะยาว ก็เป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาทางด้านสุขภาพจิตดังที่กล่าวมาข้างต้นได้ แม้ความสวยความงามเหล่านั้นจะช่วยให้รู้สึกภาคภูมิใจเวลาที่สายตาหลายๆ คู่กำลังจับจ้องอยู่ก็ตาม แต่ในที่สุดแววตาที่ชื่นชมเหล่านั้นก็มีเวลาจำกัดเพียงระยะหนึ่งเท่านั้นเอง
จะสวยหรือจะใส...อยู่ในใจของเราเอง
มาถึงตอนนี้คงเห็นแล้วนะครับว่า ภายใต้รูปร่างหน้าตาที่สวยงาม ไม่แน่ว่าคนนั้นจะมีสุขภาพจิตที่ดีหรือมีความสุขเสมอไป แต่หลายคนก็ไม่ทราบว่าจะต้องทำอย่างไรให้ใบหน้าที่สดใสเอิบอิ่มนั้นมาจากความสุขที่อยู่ภายในใจของเราเองมากกว่าสิ่งประทินโฉมจากภายนอก เคล็ดลับความงามที่มาจากภายในใจ คือ
• การหมั่นดูแลสุขภาพจิตใจของตนเองเป็นประจำ การที่มีความเครียดมากจนเกินไปหรือติดต่อกันเป็นเวลานานย่อมส่งผลให้ร่างกายหลั่งสารฮอร์โมนบางตัวออกมา ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งการทำลายเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย ทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายต่ำลง รวมทั้งผิวพรรณไม่สดใส อย่างที่โบราณเปรียบเทียบว่า ใครที่หน้าดำ แสดงว่ากำลังมีเคราะห์ อันนี้กระมังที่อธิบายปรากฏการณ์เหล่านี้ได้ดี รวมถึงหาทางออกในการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุดีกว่าแก้ปลายเหตุ ถ้ายังแก้ไม่ได้ควรปรึกษาบุคลากรทางด้านการดูแลสุขภาพจิตก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสม
• เปลี่ยนแนวคิดจากการหมกมุ่นเรื่องความสวยความงาม เป็นการมองในมุมของการดูแลสุขภาพ จะดีกว่าและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่มากเกินความจำเป็น รวมถึงฝึกให้ใจยอมรับในความเป็นธรรมชาติของมนุษย์โลก เพราะสิ่งที่จะยังคงยั่งยืนอยู่กับตัวเราตลอดไปมิใช่เป็นเรื่องสังขาร แต่เป็นเรื่องของคุณงามความดีเสียมากกว่า
• การเริ่มต้นหันกลับมาค้นหาจุดดีๆ ในชีวิตและให้คุณค่าของชีวิตอยู่ที่เรื่องของจิตใจเป็นสำคัญ มุมมองที่ดีเหล่านี้จะนำมาซึ่งความภาคภูมิใจในตนเอง ช่วยให้ตัวเรามีมุมมองหลายๆ ด้านในชีวิต มองโลกกว้างขึ้น และมีทางออกในการแก้ปัญหามากขึ้น อาจจะทำให้เราค้นพบว่าเราเองยังมีความสามารถที่จะเลือกและค้นหากำลังใจในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับชีวิตได้ในช่องทางที่เหมาะสม การไม่รู้จักแก้ปัญหาของชีวิตอย่างตรงไปตรงมาอาจจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีก็ได้ นอกจากนี้การหมั่นฝึกฝนในการสังเกตและเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าเรากำลังมีสุขหรือทุกข์ซ่อนอยู่หรือเปล่าจะได้แก้ไขอย่างทันท่วงที
แม้ว่าความสวยความงามเป็นสิ่งที่ดีที่ทุกคนอยากจะมี แต่ก็มิได้เป็นตัวรับประกันถึงความสำเร็จและความสุขในชีวิตเสมอไป ใครที่อยากมีคู่รักดีๆ พึงบอกตนเองอยู่เสมอว่า คนดีๆ ก็มักจะเลือกมองคนดีหรือคนที่มีความงดงามที่อยู่ในใจมากกว่าความงามที่อยู่เพียงเปลือกนอกมาเป็นคู่ชีวิต เปรียบเหมือนนกหงษ์หยกแม้จะมีความสวยงามเพียงใดก็ยังต้องอยู่เพียงใน
กรงแคบๆ ขาดอิสรภาพในชีวิต เฉกเช่นความสวยของมนุษย์บางคนแม้จะสวยงามเพียงใด แต่ถ้าขาดอิสรภาพทางอารมณ์และความรู้สึกก็ย่อมหาความสุขมิได้เช่นเดียวกัน วันนี้คุณได้ลองทบทวนตัวเองหรือยังว่า เลือกที่จะสวยแต่เพียงภายนอกหรืองดงามมาจากภายในครับ
|
For
comments and suggestions about this site, contact the
Webmaster
Copyright©2008 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.
|
 |
 |
 |
|