 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
|
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
|
หากว่า...วาเลนไทน์ต้องไร้คู่
นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล จิตแพทย์
กุมภาพันธ์ผ่านมาทีไร อดปวดใจไม่ได้สักที ผ่านมากี่ปี ยังคงมีฉันอยู่เดียวดาย อาจเป็นเสียงพ้อในใจของใครบางคน บางปีก็สุขใจ บางปีก็ทุกข์ใจ บางคนก็สุขๆ ทุกข์ๆ สลับกันไป ในความเป็นจริงแล้วเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับชีวิตที่มีสมหวังและผิดหวังปะปนกันไป แต่หลายคนรู้สึกว่าเป็นเรื่อง อาภัพ ของตนเอง ที่หาคู่ไม่ได้เหมือนกับคนอื่นเขา ถ้าจะถามว่า จำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีคู่ เสียงส่วนใหญ่คงบอกว่า จำเป็น จะด้วยเหตุผลอย่างไรนั้นก็แล้วแต่ใจของใครจะคิด แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรให้ความคาดหวังที่ไม่มีความแน่นอนนั้นไม่มามีอิทธิพลต่อชีวิตหรือนำพาความทุกข์มาให้
ความจริงแล้วเดือนแห่งเทศกาลวันแห่งความรักเป็นเดือนที่ระลึกถึงความดีงามของนักบุญวาเลนไทน์ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นตัวแทนแห่งความรัก ที่บริสุทธิ์อันเต็มเปี่ยมไปด้วยการ ให้ มากกว่าการ รับ ซึ่งคงจะทราบกันดีว่าความสุขจากการให้นั้นก็ไม่แพ้การรับเหมือนกัน เพียงแต่เรามักจะให้ความสำคัญกับการได้รับเสียมากกว่า ดังนั้นเดือนนี้น่าจะเป็นการระลึกถึงความรักที่สวยงามมากกว่าความรักที่แบบที่เราต้องการหรืออยากได้แต่ฝ่ายเดียว เพราะหลายๆ รัก ก็เป็นรักไม่จริงหรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นความหลงเสียมากกว่า เพียงแต่ว่าบางคนนอกจากจะไม่รู้ว่า หลง แล้วยังหลอก ตัวเองอีกต่างหาก มุมมองของคนอาภัพ  มีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่มักจะมองตนเองว่าน่า สงสาร บางครั้งก็ถึงขั้นใช้คำว่า น่าเวทนา ด้วยสาเหตุหลักๆ สำคัญก็คือ ไม่สามารถที่จะมองหาความมีคุณค่าในตัวเองได้ และมักจะมองข้ามความสุขที่มีอยู่ แต่คิดเฉพาะเรื่องทุกข์ที่ได้รับและให้ความสำคัญกับความทุกข์เหล่านั้นมากจนเกินไป ซึ่งทำให้บดบังความดีงามที่มีอยู่ของตน เวลาที่เกิดความผิดหวังก็โทษตัวเอง มิหนำซ้ำยังดูถูกตนเองอยู่บ่อยครั้ง ความจริงแล้วถ้าเราไม่มองตัวเองให้น่าสงสารก็จะไม่น่าสงสารหรือน่าสมเพช เวทนาหรอกนะครับ การที่ตัวเราไม่ได้รับความรักจากใครสักคนหนึ่งหรือหาคู่ไม่ได้ก็มิได้หมายความว่าตัวเราไม่ดีเสมอไปเพราะว่า เขาอาจจะไม่เหมาะสมกับเราจริงๆ ในด้านต่างๆ เช่น วิถีชีวิต นิสัยใจคอ(ที่แท้จริง)ที่ต่างกัน แม้ว่าบางครั้งแรกรู้จักหรือคบกันใหม่ๆ ก็ดูเหมือนว่าจะไปด้วยกันได้ดี แต่ในที่สุดก็มักตามมาด้วยความขัดแย้ง การที่ใครสักคนไม่สามารถรักใครจริงได้ นั่นคือเรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเราที่ต้องคาดหวังหรือพยายามเปลี่ยนแปลงเขา การหันมาทบทวนหรือพิจารณาตัวเองน่าจะเป็นสิ่งดี แต่ก็มิควรโทษหรือเข้าข้างตัวเองมากเกินไปจนเข้าข่ายที่เรียกว่า หลงตัวเอง ซึ่งไม่ได้ทำให้ใจของเรามีความสุขขึ้นอย่างแท้จริง ในความเป็นจริงแล้วความอาภัพมิใช่เรื่องของ เวรกรรม หรือ โชคชะตา หากแต่เป็นมุมมองที่เราเองต่างหากที่เป็นผู้กำหนดสถานภาพ (condition) ขึ้นเองด้วยความคิดแบบลำเอียง (bias) นั่นเอง รักแท้...แน่หรือ? ... ว่าไม่ลวง !
มีคนถามบ่อยครั้งว่าจะดูอย่างไรว่าเป็น รักแท้ หรือ รักลวง คำตอบค่อนข้างหลากหลาย ส่วนใหญ่ที่เห็นใช้กันอยู่บ้างก็บอกว่า รักไม่มีเหตุผล รักก็คือรัก แบบนี้ก็มีความเสี่ยงมานักต่อนัก เพราะดูเหมือนจะเป็น รักแบบไม่ลืมหูลืมตา หรือ ขาดสติยั้งคิด เพราะในที่สุดก็ไม่พ้นความหลงอยู่ดี
จากการสอบถามและศึกษาหลายคู่รักที่อยู่กันยืนยาวแบบที่มีความสุขจริงๆ พบว่าเป็นเรื่องไม่ง่ายนักในการที่จะประคับประคองความรักหรือการมีชีวิตคู่ให้อยู่ด้วยกันอย่างยั่งยืนยาวนาน แต่ก็มีวิธีการที่น่าสนใจในการสังเกตว่ารักไหนเป็นรักแท้จริงหรือไม่ ลองพิจารณาดูแล้วกันครับ
• การให้เวลาในการคบหาสมาคมกัน ควรจะคบกันไปสักระยะหนึ่ง (ทั่วไปไม่ต่ำกว่าหนึ่งปีขึ้นไป) เพื่อเรียนรู้นิสัยใจคอของกันและกัน ไม่ด่วนใจร้อนตัดสินเพียงแค่เป็น รักแรกพบ บุพเพสันนิวาส หรือ สวรรค์นำพาให้มาพบกัน ถือเป็นอาการชั่ววูบ ในที่สุดก็เลิกรากันมานักต่อนัก
• การให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่เห็นแก่ตัว เอาแต่ได้อย่างเดียว ไม่กระทำการอันไม่เหมาะสม เช่น การล่วงเกินทางเพศโดยที่คู่ของตนไม่เต็มใจ หรือคิดแต่เรื่องการตอบสนองความพึงพอใจทางเพศเป็นหลัก เมื่อไม่ได้อย่างที่ใจต้องการก็แสดงความไม่พอใจหรือไปมีคนอื่นทดแทน ตลอดจนควรให้เกียรติถึงญาติของแต่ละฝ่ายด้วย
• ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันอย่างสม่ำเสมอ บางคู่ร่วมแต่สุขแต่ไม่คิดจะร่วมทุกข์เลย ในยามที่เราเผชิญทุกข์ หากมีคนที่อยู่เคียงข้างเราในวันนั้นก็คงจะเป็นตัวช่วยในการพิจารณาถึงคู่ที่เราคบกันอยู่ได้ในระดับหนึ่ง
• การรู้จักเสียสละ การเสียสละความสุขส่วนตัวบางอย่างเพื่อทำให้คู่ของคุณมีความสุขขึ้น ก็มีความจำเป็นที่ควรจะทำ อย่างไรก็ตามขอให้ลองพิจารณาแบบกลางๆ ก็แล้วกัน
• การยอมรับ ปรับตัว และให้อภัย ซึ่งกันและกันได้เมื่อเกิดปัญหาขึ้น ซึ่งก็คือมีความเมตตากรุณาต่อกันอย่างแท้จริง
• ความรู้สึกในใจของคุณเองเป็นสิ่งสำคัญ เวลาที่อยู่ด้วยกันแล้วคุณมีความสุข อบอุ่นใจ พร้อมจะแบ่งปัน หรือว่าทุกข์ใจเพราะหวาดกลัว
หึงหวง ระแวงว่าจะสูญเสีย ซึ่งประเด็นหลังนี้ท่าทางจะไม่ใช่รักแท้
้ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ควรพิจารณากัน ดูแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาคนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในยุคนี้ มีหลายคู่ตัดสินใจเลือกอยู่ๆ กันไปก่อน แล้วค่อยมาแก้ไขหรือปรับกันไป คงน่ายินดีถ้าทำได้ ในความเป็นจริงน้อยคนนักที่จะเปลี่ยนหรือปรับตัวเอง ถ้าต่างฝ่ายต่างก็คาดหวังจากอีกคนให้เปลี่ยน ในที่สุดที่บอกว่ารักแท้แน่นอนก็กลายเป็นความผิดหวัง เหตุผลบางอย่างอาจจะใช้ไม่ได้กับทุกคู่ แต่ก็สามารถปรับใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละรายไป หลายคนที่รู้สึกเศร้า เหงากับการไร้คู่ จะเห็นว่าถ้าคนที่จะมาเป็นคู่ชีวิตแต่ขาดคุณสมบัติของความรักดังกล่าวข้างต้น ก็อาจทำให้มีทุกข์เสียมากกว่าสุขนะครับ
ถ้าอยากมีคู่...ต้องลองดูตรงนี้
เมื่อพิจารณาถึงความรักแล้ว ก็พิจารณาการเลือกคู่กัน มีคนจำนวนมากอยากจะรู้ว่าจะเลือกคู่ครองอย่างไรดี ถึงจะไปด้วยกันได้ยั่งยืน หลายคู่ที่แต่งงานกันไปหรือใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันโดยเพียงเพราะอารมณ์ยามรักหวานโดยขาดการพิจารณาอย่างรอบคอบ ย่อมนำมาซึ่งความผิดหวังในที่สุด แม้ในช่วงแรกดูเหมือนว่าโลกนี้เป็นสีชมพู ดูดีไปหมด แต่โลกของชีวิตจริงคงนั้นไม่ใช่โลกในละคร แต่ชีวิตจริงต้องอาศัยความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย ดังนั้นถ้าใครที่คิดจะมีคู่ลองเลือกหาคนที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ดูว่าสามารถหาได้หรือไม่
• อายุ ควรจะใกล้เคียงกัน โดยทั่วไปไม่ควรต่างกันมากกว่า 10 ปี เนื่องจากการที่อายุต่างกันมากมีผลต่อแนวคิดที่อาจไปกันได้ไม่ราบรื่น รวมทั้งด้านกายภาพที่อาจจะแตกต่างกันมาก คนที่อายุมากกว่าอาจเปรียบรูปลักษณ์ตัวเองดูไม่ดีเมื่อเทียบกับคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับคู่ของตนเอง จนอาจเป็นเหตุให้ขาดความมั่นใจในตัวเอง นำมาซึ่งความหึงหวง หวาดระแวงว่าจะสูญเสีย อันเป็นตัวบั่นทอนความสุขของชีวิตคู่อย่างมาก ถ้าจะให้ดีฝ่ายชายควรจะมีอายุมากกว่าฝ่ายหญิงเล็กน้อย
• ความมั่นคงในหน้าที่การงาน แต่ละฝ่ายควรมีอาชีพและรายได้ที่สามารถจุนเจือครอบครัวได้ แม้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มีรายได้แต่อีกฝ่ายควรมีความสามารถในการเลี้ยงดูครอบครัว หรืออย่างน้อยต้องวางบทบาทของแต่ละคนให้ไม่ด้อยไปกว่ากัน เช่น ฝ่ายชายเป็นผู้ทำงานหาเลี้ยงครอบครัวในขณะเดียวกันฝ่ายหญิงก็ทำหน้าที่แม่บ้านที่ดูแลครอบครัวไม่ขาดตกบกพร่องเพื่อความสมดุลในการอยู่ร่วมกัน
• มีวุฒิภาวะหรือความฉลาดทางอารมณ์(EQ) ที่ดีพอสมควร ข้อนี้ถือว่าสำคัญมาก การขาดความฉลาดทางอารมณ์มักจะนำมาซึ่งการใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ต่างฝ่ายต่างเอาชนะซึ่งกันและกัน แม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อยไปจนถึงเรื่องใหญ่ การอยู่ร่วมกันอย่างสุขสงบคงเป็นไปได้ยากยิ่งสำหรับชีวิตคู่
• มีความปรารถนาดีต่อกัน นับถือและยอมรับในรสนิยมและบุคลิกภาพซึ่งกันและกัน แม้ว่าแต่ละฝ่ายจะมีความคิดแตกต่างกันก็ตาม แต่การยอมรับจะทำให้ปรับตัวกันได้ดีขึ้น คู่ที่มีบุคลิกภาพคล้ายคลึงกันมักจะประนีประนอมกันได้ง่ายกว่า นอกจากนี้เมื่ออยู่ด้วยกันก็ไม่ควรทำให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้สึกต่ำต้อยด้อยคุณค่า
• มีความใกล้เคียงกันในทุกๆ ด้าน เช่น ระดับการศึกษา ภูมิหลัง คุณธรรม ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี ความสนใจ ฐานะทางเศรษฐกิจ รวมไปถึงรสนิยมทางเพศ จะทำให้ความแตกต่างเหตุแห่งความขัดแย้งน้อยลง
• มีเวลาที่ได้ใกล้ชิดกันนานพอสมควร ทำความรู้จักกันอย่างแท้จริงหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะวิธีการแก้ปัญหาและการปรับตัวต่ออุปสรรคในการดำเนินชีวิตของแต่ละฝ่าย มีหลายคู่อ้างว่าคบกันมานานมาก แต่ชีวิตคู่ยังล้มเหลว เพราะใช้เวลาศึกษากันน้อยไป อย่าอาศัยเพียงข้ออ้างว่าคบกันยาวนานเท่านั้นเอง
• ไม่จำเป็นต้องอยู่กันเพียงลำพัง เมื่อคบกันแล้ว ก็มิควรที่จะคิดเพียง โลกนี้มีเราแค่สองคน แต่ควรรู้จักครอบครัว เพื่อน และสังคมของกันและกันด้วย นอกจากเป็นการให้เกียรติกันแล้ว ยังทำให้มีโอกาสปรับตัวเข้ากับครอบครัวอีกฝ่ายหนึ่งด้วย
• ใช้เหตุผลในการพิจารณาเลือกคู่ มิใช่อารมณ์ เช่น คนนี้ถูกสเปค ถูกใจ บางรายลุ่มหลงคิดว่าเป็นพรหมลิขิต ล้วนแต่เป็นความคิดเข้าข้างตนทั้งสิ้น การหลงอยู่ในห้วงของรูปลักษณ์ภายนอกเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวงสำหรับการเริ่มต้นคบใครสักคนหนึ่ง
• ชีวิตคู่มิใช่การหาใครมาทดแทน อย่ามองว่าการมีคู่ครองเป็นการหาใครเข้ามาทดแทนหรือชดเชยสิ่งที่ตนเองขาดหายไป หรือหวังเป็นที่พึ่งจนมากเกินไป ในที่สุดความสัมพันธ์แบบนี้ก็จะจบลง เนื่องจากไม่มีใครสามารถจะมาทดแทนความต้องการใครได้ตลอดเวลา
• มีความพร้อมที่จะปรับปรุงข้อบกพร่องของตนเอง ไม่ควรคาดหวังว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะแก้ไขข้อบกพร่องของตนเองหลังจากแต่งงานหรือลงเอยกันแล้ว แต่ควรเป็นตัวเองที่ปรับตัว
• สามารถที่จะปรึกษากันได้ ในการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ตลอดจนร่วมกันวางแผนชีวิตร่วมกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
ดูแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเรื่องควรพิจารณา ซึ่งคงพอช่วยให้คนที่จะมีคู่ศึกษาคนที่เหมาะสมอย่างแท้จริงมิใช่เพียงเพื่อ ขอให้มี หรือแค่ ลบคำสบประมาท ของสังคมหรือใครบางคน อย่าเศร้าเสียใจคร่ำครวญกับความเหงาเพราะไร้คู่ไปเลยครับ เพราะคนไร้คู่น่าจะมีความสุขกว่าความทุกข์ที่ได้จากคู่ที่ขาดคุณสมบัติที่เหมาะสมดังกล่าว
ได้เวลาถามใจตนเองแล้วว่าพร้อมที่จะมีคู่หรือยัง หลายคนขออยู่คนเดียวสบายกว่า ความจริงแล้วไม่มีอะไรสายเกินไปสำหรับการค้นหาความสุขในชีวิตคู่หรอกครับ ระหว่างนี้ร้องเพลงของพี่เบิร์ด ธงไชย ...ไม่เหงา ไม่ใช่ฉัน ไม่เหงา ไม่ใช่ฉัน ก็เพราะเราคู่กัน มันอยู่ในตัวฉันมานาน... ไปก่อน แล้วค่อยๆ สลัดความเหงาทิ้งไปหาสิ่งใหม่ๆ ให้ชีวิต เริ่มต้นจากดูแลสุขภาพกายใจของคุณเอง รวมถึงเปลี่ยนบทบาทตนเองมาเป็น ผู้ให้ บ้าง คุณก็จะได้พบกับความสุขที่แท้จริงแน่นอน...วาเลนไทน์นี้หากไร้คู่ ขออยู่ตัวคนเดียวเป็นโสดไปก่อน จะเป็นไรไปล่ะ
|
For
comments and suggestions about this site, contact the
Webmaster
Copyright©2008 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.
|
 |
 |
 |
|