สำหรับคุณอนันต์ต้องการอาหารวันละ 1,800 แคลอรี เพื่อให้ลดน้ำหนักได้เดือนละประมาณ 2 กิโลกรัม ตัวอย่างเมนู DASH diet ใน 1 วัน สำหรับคุณอนันต์มีดังนี้
เช้า : ข้าวต้มปลาใส่เห็ดหอม 1 ชาม + มะละกอ 8 ชิ้นคำ
ลาเต้ร้อนใส่นมจืดพร่องไขมัน 1 ถ้วย
กลางวัน : สุกี้แห้งไก่ 1 จาน + แกงจืดตำลึงหมู 1 ถ้วย
แคนตาลูป 1 จานผลไม + นมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม 1 กล่อง
ว่างบ่าย : ถั่วลิสงต้ม 1 กำมือ + ฝรั่ง 1 ผล
เย็น : ข้าวกล้อง 2 ทัพพี + เต้าหู้ผัดเปรี้ยวหวาน + ยำมะเขือย่าง
กล้วยน้ำว้า 1 ผล
ดึก : นมพร่องไขมัน 1 ถ้วย + ขนมปังโฮลวีท ทาเนยงาดำ 1 ช้อนโต๊ะ
การปรับนิสัยการรับประทานเป็นสิ่งที่ใช้เวลา และควรตั้งเป้าหมายในการ-ปรับเปลี่ยนไปทีละอย่าง เมื่อบรรลุเป้าหมายแล้ว นั่นคือทำได้จนเป็นนิสัย
จึงค่อยตั้งเป้าหมายใหม่ ถ้าตัดสินใจเปลี่ยนทุกอย่างในเวลาเดียวกันจะทำให้ไม่มีความสุขกับมื้ออาหาร รู้สึกเครียดและในที่สุดล้มเลิก กลับไปทำพฤติกรรมแบบเดิมได้ง่ายๆ เป้าหมายของคุณอนันต์อาจมุ่งไปที่
1. รับประทานผักผลไม้ให้ได้อย่างละ 4-5 ส่วนต่อวัน
2. ออกกำลังกายตามคำแนะนำเพื่อช่วยให้น้ำหนักลด
เมื่อทำเป้าหมาย 2 อย่างนี้ได้แล้ว ค่อยตั้งเป้าหมายใหม่ เน้นลดการ-รับประทานเนื้อสัตว์ไขมันสูง เลือกเนื้อสัตว์ไขมันต่ำให้ได้ทุกวัน และลดการ-ดื่มแอลกอฮอล์ (เบียร์) ให้เหลือ 2 กระป๋องต่อสัปดาห์
การลดอาหารเค็มอาจเป็นสิ่งที่ทำได้ยากสำหรับหลายๆ คน แต่ผู้เป็นโรคความดันโลหิตสูง ควรให้ความสำคัญในการเพิ่มผักผลไม้สดร่วมกับอาหารที่มีแคลเซียมสูงให้ได้เป็น 2 เท่าของที่รับประทานอยู่ และลดเนื้อสัตว์ติดหนังติด-มัน หันมาเลือกปลา ถั่ว เต้าหู้ ที่มากด้วยคุณค่าและประโยชน์ในการป้องกันโรคหัวใจ ถ้าคุณอนันต์สามารถทำตามแบบแผนการรับประทานแบบ DASH ได้ ความดันโลหิตจะลดลงภายใน 3 เดือน และคาดว่าน้ำหนักตัวจะลดลงมาด้วย
ตาราง 1 แสดงค่าโพแทสเซียมในผักและผลไม้
| ชนิด ปริมาณ ปริมาณโพแทสเซียม (มก.) |
แอปเปิล 1 ผลกลาง 159
กล้วยหอม 1 ใบ 461
แคนตาลูปหั่น 1 ถ้วยตวง 494
เชอรี่ 10 ลูก 152
น้อยหน่า 1 ผล 382
ฝรั่ง 1 ผลกลาง 256
เมลอนเขียวหั่น 1 ถ้วยตวง 461
กีวี 1 ผล 252
มะม่วงสุก 1 ผล 322
ส้ม 1 ผล 132
มะละกอ 1/2 ลูก 780
มะขาม 1 ถ้วยตวง 753
แตงโมหั่น 1 ถ้วยตวง 186
ชมพู่ 1 ผล 123
หน่อไม้ฝรั่งสุก 6 ต้น 144
หน่อไม้สุก 1 ถ้วยตวง 640
บร็อคโคลีสุก 1 ทัพพี 228
แครอทสุก 1 ทัพพี 177
ข้าวโพดต้ม 1/2 ฝัก 204
มะเขือต้ม 1 ทัพพี 119
ถั่วแดงหลวงต้ม 1 ถ้วยตวง 713
เห็ดหอมสุก 4 ชิ้น 85
มันฝรั่งต้ม 1 หัว 443
ฟักทองต้ม 1/2 ถ้วยตวง 281
ผักโขมสุก 1 ทัพพี 156
มะเขือเทศ 1 หัว 273 |
ข้อมูลจาก : Bowes & Churchs Food Values of Portions Commonly Used,
16th edition, Philadelphia : J.B. Lippincott Company, 1994.
ตาราง 2 แสดงค่าแมกนีเซียมในอาหาร
| ชนิด ปริมาณ ปริมาณโพแทสเซียม (มก.) |
ผักโขมสุก 1 ทัพพี 79
งา 1 ช้อนโต๊ะ 98
เต้าหู้ 1/2 ก้อน 118
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ประมาณ 1 กำมือเล็ก 74
ถั่วแดง 1 ถ้วยตวง 80
มันเทศ 1 หัว 23
ถั่วลิสงต้ม 20 เม็ด 33
บร็อคโคลีสุก 1 ทัพพี 19
หน่อไม้ฝรั่ง 6 ต้น 9
ถั่วฝักยาว 1 ทัพพี 16
|
ข้อมูลจาก : Bowes & Churchs Food Values of Portions Commonly Used, 16th edition, Philadelphia : J.B. Lippincott Company, 1994.
โปรแกรมการออกกำลังกาย
การออกกำลังกายในกรณีของคุณอนันต์สามารถช่วยลดปริมาณของโคเลสเตอรอล
ลงได้ ซึ่งระดับปกติไม่ควรมีค่าเกินกว่า 200 mg/dL และปริมาณของ HDL โคเลสเตอรอลไม่ควรมีค่าต่ำกว่า 40 mg/dL (เป็นโคเลสเตอรอลที่ดี ช่วยลดการสะสม
ของไขมันในผนังหลอดเลือด) โดยที่การออกกำลังกายสามารถเพิ่มปริมาณของ HDL โคเลสเตอรอลนี้ได้ รวมถึงการออกกำลังกายสามารถช่วยควบคุมให้ระดับของ
ความดันโลหิตและน้ำหนักตัวลดลงได้ ทำให้ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคอื่นๆ ตามมา
การออกกำลังกายในคนที่มีความดันโลหิตสูง จะไม่ค่อยแตกต่างจากคนทั่วไปในเรื่องของการเลือกชนิดหรืออุปกรณ์ในการออก-
กำลังกาย เช่น การเดิน วิ่ง
ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน รวมถึงการออกกำลังกายแบบแอโรบิคในคลาสต่างๆ สามารถเลือกได้ตามความชอบ ควรจะเน้นการออกกำลังกายที่เป็นลักษณะ low-impact (มีแรงกระแทกต่ำ เช่น เดิน ว่ายน้ำ หรือใช้อุปกรณ์ เช่น rower machines, cross-trainer, elliptical trainer, step machines เป็นต้น) ถ้าเป็นการออกกำลังกายแบบ
resistance training ควรฝึกในลักษณะที่เน้นความทนทานของกล้ามเนื้อ มากกว่าความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว โดยใช้น้ำหนักที่ไม่มาก ออกแรงยกได้หลายๆ ครั้งประมาณ 15-20 ครั้งต่อเซต ทำ 1-3 เซตต่อท่า
ถ้าคุณอนันต์ต้องการให้สนุกกับการออกกำลังกายยิ่งขึ้นโดยได้ผลเช่นเดียวกัน ให้ออกกำลังกายในลักษณะที่เรียกว่า Circuit training ซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่ต่อเนื่องประมาณ 8-10 เครื่องโดยใช้ระยะเวลาพักระหว่างเครื่องน้อยที่สุด (ประมาณ 15-30 วินาที)
(อ่านรายละเอียดได้ในฉบับที่แล้ว) วิธีการนี้จะเหมาะกับคุณอนันต์มากเพราะใช้เวลาไม่มากแต่ได้ผลดีทั้งด้านความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อ
รวมถึงระบบการทำงานของหัวใจที่ดีและแข็งแรงขึ้น ควรหลีกเลี่ยงลักษณะของ
การออกกำลังกายที่ทำให้ความดันเพิ่มสูงขึ้น เช่น การกลั้นหายใจในขณะ
ออกแรง และการออกกำลังกายในลักษณะเกร็งค้าง เพราะจะทำให้เพิ่ม
ความดันในช่องอกทำให้หัวใจต้องทำงานหนักมากขึ้น
ความหนัก (Intensity) ของการออกกำลังกายในกรณีของคุณอนันต์ให้ใช้ความรู้สึกร่วมกับการทดสอบด้วยการพูดคุยในขณะ
ออกกำลังกายเป็นตัวกำหนดแทนการใช้อัตราการเต้นของหัวใจ เพราะยาที่คุณอนันต์รับประทานเพื่อควบคุมความดันโลหิตนั้นจะมีผลทำให้อัตราการเต้นของหัวใจต่ำกว่าปกติ ดังนั้นแม้ว่าคุณอนันต์จะ
ออกกำลังกายที่หนักมากๆ รู้สึกเหนื่อยมากๆ แต่อัตราการเต้นของหัวใจก็จะไม่สูงตาม ซึ่งจะเป็นอันตรายอย่างมาก
ออกกำลังกายระดับเบาๆ ไปถึงปานกลาง หรือในกรณีที่ไม่ได้รับประทานยาลดความดันหรือยาลดความดันที่ไม่มีผล
ต่ออัตราการเต้นหัวใจ ความหนักที่
เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 40%-60% ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด โดยสามารถคำนวณได้จากสูตรดังนี้
- อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด (maximum HR, MHR) = 220-อายุ (42 ปี)
= 178 ครั้ง/นาที
- อัตราการเต้นของหัวใจที่ 40% = ((MHR-Resting HR) x 0.40) + Resting HR
= ((178-82) x 0.40) + 82
= 120 ครั้ง/นาที
- อัตราการเต้นของหัวใจที่ 60% = ((MHR-Resting HR) x 0.65) + Resting HR
= ((178-82) x 0.65) + 82
= 140 ครั้ง/นาที
ดังนั้นถ้าคุณอนันต์ไม่ได้รับประทานยาลดความดัน ควรจะมีการออกกำลังกายที่
ความหนักอยู่ในช่วงของอัตราการเต้นของหัวใจระหว่าง 120-140 ครั้ง/นาที เป็นต้น
ความถี่ (Frequency) ของการออกกำลังกาย คุณอนันต์ควรมีการออกกำลังกายให้
สม่ำเสมออย่างน้อย 5-6 ครั้ง/สัปดาห์ เพื่อลดปริมาณโคเลสเตอรอลอย่างมีประสิทธิภาพ และการออกกำลังกายในลักษณะแอโรบิคยังช่วยให้ HDL โคเลสเตอรอลเพิ่มขึ้นได้ รวมถึงผล
ทำให้ความหนาแน่นของเส้นเลือดฝอยเพิ่มขึ้นซึ่งจะช่วยทำให้ความดันลดลงได้
ระยะเวลา (Duration) ในแต่ละครั้งที่มีการออกกำลังกายในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกควรใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 15-20 นาที หลังจากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาเป็น 30-60 นาที ตามความสามารถและความเหมาะสม
ข้อควรระวังของการออกกำลังกายในคนที่มีความดันโลหิตสูง
• ควรหลีกเลี่ยงการกลั้นหายใจ ในขณะที่มีการออกกำลังกายโดยเฉพาะ resistance training
• หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายแบบเกร็งกล้ามเนื้อค้างไว้
• ถ้ามีการรับประทานยาลดความดันที่มีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจ ควรใช้ความรู้สึกเป็นตัวกำหนดความหนักของการออกกำลังกาย
• ในการเปลี่ยนท่าทางของการออกกำลังกายควรทำอย่างช้าๆ ไม่ควรทำอย่างทันทีทันใด
• หลีกเลี่ยงท่าทางการออกกำลังกายที่อยู่ในท่าศีรษะต่ำกว่าระดับของหัวใจ
• ควรเพิ่มระยะเวลาของการทำ warm-up และ cool-down ให้นานขึ้นกว่าปกติ โดยใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีในแต่ละช่วง
• ถ้ามีการรับประทานยาประเภท Diuretic (ยาขับปัสสาวะ) ซึ่งไม่มีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจสามารถใช้อัตราการเต้นของหัวใจที่อยู่ในช่วง 40%-60% ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นตัว
กำหนดความหนักของการออกกำลังกายได้เลย แต่ต้องระวังการสูญเสียน้ำ ดื่มน้ำให้เพียงพอ
อย่างสม่ำเสมอประมาณ 3-5 ออนซ์ทุกๆ 10-15 นาทีในขณะออกกำลังกาย รวมถึงดื่มน้ำ
8-12 ออนซ์ทันทีหลังจากออกกำลังกาย
แต่ถ้าคุณอนันต์ไม่มีเวลามากในการออกกำลังกายอาจจะเพิ่มกิจกรรมต่างๆ ใน
แต่ละวันให้มากขึ้น เช่น เดินขึ้น-ลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ เดินเล่นที่บ้าน หากิจกรรมที่คุณชอบเพื่อช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้มีการทำกิจกรรมที่มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรืออย่างน้อยที่สุดให้
ออกกำลังกาย
ที่ระดับความหนักปานกลางประมาณ 30 นาที 5-6 ครั้ง/สัปดาห์
|