แถลงการณ์เรื่องไข้หวัดใหญ่เม็กซิกัน
ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย
การระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 ที่มีรหัสพันธุกรรมผสมกันระหว่างเชื้อไข้หวัดใหญ่ของคน นก และหมู ทำให้เกิดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่ก่อโรคได้รุนแรงคล้ายไข้หวัดนกและระบาดได้รวดเร็วเหมือนไข้หวัดใหญ่ในคน ขณะนี้มีผู้ป่วยกว่าพันรายและมีความรุนแรงจนชาวเม็กซิโกเสียชีวิตไปมากกว่า 100 ราย คิดเป็นร้อยละ 6 ของผู้ที่ติดเชื้อไข้หวัดชนิดนี้ในเมืองเม็กซิโกโรคไข้หวัดใหญ่นี้ระบาดไปในหลายประเทศ ได้แก่ เมืองหลวงของประเทศเม็กซิโกเป็นจุดเริ่มต้น กระจายไปยังสหรัฐอเมริกา เช่น แคลิฟอร์เนีย เท็กซัส เมืองนิวยอร์ค แคนซัส โอไฮโอ ประเทศแคนาดา ประเทศสเปน และประเทศนิวซีแลนด์
จากข้อมูลในปัจจุบันสันนิษฐานว่าเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ H1N1 นี้เป็นเชื้อที่กลายพันธุ์และเป็นเชื้อชนิดใหม่ที่พบว่าสามารถก่อโรคได้รุนแรงมากกว่าไข้หวัดใหญ่ทั่วไปที่ก่อโรคในคนและมีการแพร่ระบาดได้ดีเหมือนไข้หวัดใหญ่ทั่วๆ ไป ซึ่งมีความสามารถแพร่กระจายได้เก่งกว่าไข้หวัดนก การแพร่ระบาดในขณะนี้ติดต่อโดยการไอ หายใจรดกันหรือการสัมผัส ที่สำคัญคือการระบาดเกิดขึ้นง่ายในสถานที่มีผู้คนอยู่แออัดและอากาศถ่ายเทไม่เพียงพอ หรือในห้องที่ไม่มีระบบกักกันเชื้อโรคที่แพร่ไปในอากาศ เมื่อมีผู้คนอยู่ในสถานที่แบบนี้นานๆ เช่น บนเครื่องบินโดยสารที่บินระหว่างต่างประเทศ ทำให้ผู้โดยสารจะต้องอยู่ด้วยกันเป็นเวลานาน โอกาสที่ผู้ป่วยจะแพร่กระจายเชื้อไปในอากาศจะมีสูงขึ้น ทำให้ผู้โดยสารที่อยู่ในห้องโดยสารเดียวกันติดเชื้อโรคไปด้วยเพราะยังไม่มีระบบการกรองเชื้อโรคในอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงพอ
เชื้อชนิดนี้ติดต่อได้โดยละอองฝอย สิ่งคัดหลั่งที่ไอจามออกมาจากผู้ป่วย และสิ่งคัดหลั่งที่ติดอยู่ตามเสื้อผ้า รวมทั้งการสัมผัสเชื้อที่ติดอยู่ที่สิ่งของที่ใช้ร่วมกัน เช่น ลูกบิดประตู ผ้าเช็ดมือที่ใช้ร่วมกัน เมื่อสูดละอองฝอยที่มีเชื้อเข้าไปในทางเดินหายใจหรือใช้มือไปจับถูกเชื้อแล้วมาแคะจมูกหรือขยี้ตา เชื้อก็มีโอกาสเข้าก่อโรคในทางเดินหายใจได้ ร่างกายจะต่อต้านการติดเชื้อโดยมีไข้ หากเกิดภาวะแทรกซ้อนโดยเชื้อกระจายเข้าไปในเนื้อปอด จะทำให้เกิดปอดบวม จะมีอาการไอถี่ขึ้นและเหนื่อยง่าย หากรักษาโดยการกำจัดเชื้อไม่ทันและการรักษาแบบประคับประคองไม่ดีพอ จะทำให้เสียชีวิตได้
ข้อแนะนำสำหรับประชาชนขณะนี้ 
- ท่านที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ควรเลื่อนการเดินทางออกไปก่อนหากไม่มีเหตุจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางไปยังประเทศที่มีรายงานผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่เม็กซิกัน
- หากท่านเป็นไข้หวัดและเดินทางไปในสถานที่ที่มีประชุม มีการอยู่ร่วมกันเป็นเวลานาน มีระบบถ่ายเทอากาศเป็นระบบปิด แนะนำให้สวมหน้ากากอนามัย และหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของสาธารณะที่คนอื่นใช้ร่วมกัน (ให้เตรียมของใช้ส่วนตัวให้เพียงพอ)
- ท่านที่ป่วยเป็นไข้หวัด แนะนำให้กินยาลดไข้ ดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆ เพื่อช่วยบรรเทาอาการ และพักผ่อนอยู่ในบ้าน และไม่ควรเข้าใกล้เด็กเล็กหรือสมาชิกครอบครัวที่มีโรคเรื้อรังประจำตัว เช่น โรคถุงลมโป่งพอง โรคไตพิการ ผู้สูงอายุท่านอื่น เบาหวาน โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เป็นต้น
- ท่านที่เป็นไข้หวัด หรือไข้หวัดใหญ่ที่มีอาการเป็นไข้ ไอ น้ำมูกไหล เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน อุจจาระร่วง หากมีอาการไข้หนาวสั่นบ่อยๆ ไอถี่มาก หรือหอบเหนื่อย ภายใน 2-4 วันหลังมีไข้ ให้รีบไปพบแพทย์
- สำหรับท่านที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศโดยสายการบินต่างๆ หากมีอาการเหมือนไข้หวัดใหญ่ ภายใน 10 วันหลังจากเดินทางมาถึงประเทศไทย ให้ไปพบแพทย์และแจ้งให้ทราบว่า เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และเป็นประเทศใด รวมถึงระยะเวลาที่อยู่ในประเทศนั้น ท่านจะได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี
- ท่านที่ป่วยเป็นไข้หวัดรุนแรง ควรได้รับการตรวจเม็ดเลือด ปัสสาวะ หน้าที่การทำงานของตับ การทำงานของไต และถ่ายภาพรังสีทรวงอก เพื่อยืนยันว่ามีรอยโรดในปอดหรือไม่
เมื่อใดจึงควรสงสัยว่า เป็นไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ในขณะนี้
เนื่องจากอาการของไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ทั่วไปเหมือนกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ อาการต่างๆ มีดังนี้คือ มีไข้ ปวดมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ ไอแห้งๆ ตั้งแต่วันที่ 1-2 ของไข้ เจ็บคอ หรือมีอุจจาระร่วง คลื่นไส้ อาเจียน จึงขอแนะนำให้พักผ่อนที่บ้านจนกว่าไข้หายแล้ว 1 วัน สวมหน้ากากอนามัยหากจะเข้าใกล้ผู้อื่นหรือสวมไว้ก่อนตลอดเวลา นอนหลับพักผ่อน ดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆ ไม่กอดจูบลูก หลาน จัดของใช้ส่วนตัวไม่ปะปนกับผู้อื่น เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายเชื้อโดยการไอ จามรดกันหรือการสัมผัสเชื้อจากการใช้สิ่งของร่วมกัน
ควรสงสัยว่าท่านอาจจะป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เมื่อ...
- เพิ่งเดินกลับทางจากต่างประเทศภายใน 7 วัน
- เดินทางกลับทางจากประเทศที่มีโรคนี้ระบาด
- เดินทางกลับจากต่างประเทศโดยสายการบิน
หากมีอาการไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ดังกล่าว แนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้นอย่างเคร่งครัด และรีบแจ้งแพทย์หรือหน่วยงานราชการให้ทราบว่าท่านมีโอกาสสัมผัสและอาจจะป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้
หากท่านไอและเริ่มหอบเหนื่อย ร่วมกับอาการอื่นๆ ภายใน 1-4 วันหลังมีไข้ ให้รีบแจ้งแพทย์ทันทีและแจ้งด้วยว่าท่านเพิ่งเดินทางมาจากต่างประเทศ
การกินยาต้านไวรัส แนะนำให้ใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ ไม่แนะนำให้ใช้หากไม่มีอาการรุนแรง แพทย์จะให้กินยาในกรณีที่ป่วยรุนแรงเพราะจะเกิดประโยชน์ชัดเจน ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ได้แก่ ปอดบวม การทำงานล้มเหลวของหัวใจ หรือในผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคถุงลมโป่งพอง โรคหลอดเลือดหัวใตตีบ โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โรคไตพิการ และผู้ที่มีอาการหอบเหนื่อยซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นในเวลา 1-2 วันหลังจากมีไข้ และมีอาการกำเริบมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
สำหรับผู้ป่วยที่รุนแรง มีภาวะแทรกซ้อน แพทย์จะใช้ยาต้านไวรัสรักษา ยาที่แนะนำให้ใช้รักษาไข้หวัดใหญ่ที่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในกรณีที่ยังไม่ทราบว่าเป็นสายพันธุ์ปกติหรือสายพันธุ์ใหม่คือ ยาสูดดม(ยาพ่น) zanamivir ขนานเดียว หรือให้ยาร่วมกันระหว่าง oseltamivir ร่วมกับ amantadine หรือ rimantadine ทั้งนี้เพราะเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ปกติมักเป็นเชื้อที่ดื้อยา oseltamivir แต่เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จะไวต่อยา zanamivir และ oseltamivir
เรื่องอื่นๆ
- จะติดเชื้อจากหมูหรือไม่ ?
คนทั่วไปไม่ติด เพราะตอนนี้ติดจากคนสู่คนแล้ว หากใครเลี้ยงหมู ให้ทำความสะอาดคอกหมูให้ดี และสังเกตว่า หมูเจ็บป่วยหรือไอจามหรือไม่ หากมีการไอจาม ให้หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้และให้แจ้งสัตวแพทย์
- กินเนื้อหมูในเมืองไทยได้ไหม?
กินได้เหมือนเดิม ไม่แนะนำ ให้นำเข้าหมูเป็นๆ จากต่างประเทศในบริเวณที่มีโรคนี้ระบาด
- ไม่ต้องปิดโรงเรียน ผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัดควรหยุดเรียนและพักผ่อนที่บ้าน
- ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีประจำตัว ควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามข้อบ่งชี้ไว้ก่อน สำหรับผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน แนะนำว่า ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ด้วยก็ได้ หรือฉีดให้เด็กนักเรียนด้วยก็ได้
- การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่มีในปัจจุบัน จะป้องกันไข้หวัดใหญ่ทั่วไปที่มีอยู่แล้ว ทำให้ไม่ต้องถูกสงสัยว่า เป็นไข้หวัดใหญ่ชนิดใดหากเกิดเจ็บป่วยและมีไข้แบบไข้หวัด แต่ไม่สามารถป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ได้
- ผู้ที่เคยเป็นไข้หวัดใหญ่มาก่อน จะไม่เกิดภูมิต้านทานต่อเชื้อสายพันธุ์ใหม่ และมีโอกาสติดเชื้อสายพันธุ์ได้เท่าเทียมกันกับคนทั่วไป
- อัตราตายที่พบว่าสูงกว่าไข้หวัดใหญ่ทั่วไป อาจจะเกิดจากการดูแลรักษาแบบประคับประคองที่ไม่ดีพอ หรือเกิดจากความไม่เข้าใจในพยาธิสภาพกำเนิดของโรค สำหรับในประเทศไทย เรามีความพร้อมสูงมากและเชื่อว่า สามารถรักษาให้หายได้หากท่านมาพบแพทย์ตั้งแต่เริ่มป่วย (ดูเกณฑ์ของผู้ควรสงสัยว่า อาจจะป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่)
ติดต่อขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมของเอกสารชุดนี้ได้ที่
ศาสตราจารย์นายแพทย์อมร ลีลารัศมี
ประธานวิชาการ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย
นายกสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย
โทรศัพท์ 0 2716 6744 ต่อ12, 08 1830 4283, 0 2419 7786
|