กินง่าย ถ่ายคล่อง ถ้ารู้จักกินกากใย
Article: พล.ต.ต.นพ.นริศ เจนวิริยะ ศัลยแพทย์
สมัยนี้คุณคงจะเคยได้ยินเขาพูดกันว่าควรกินกากใยอาหารให้มาก แต่ถ้าคุณไม่ทราบว่ากากใยในอาหารคืออะไรและดีอย่างไรก็ควรอ่านบทความนี้ให้จบ...
กากใยในอาหารเป็นสารที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่าไฟเบอร์ (fiber), รัฟเฟจ (roughage) หรือ บัลค์ (bulk) เป็นสารที่อยู่ในพืชผักที่ร่างกายเราย่อยสลายหรือดูดซึมไม่ได้ ซึ่งต่างจากสารอาหารอย่างอื่น เช่น แป้ง ไขมัน โปรตีน ที่ร่างกายเราสามารถย่อยและดูดซึมได้ กากใยอาหารจึงผ่านลำไส้กลายเป็นอุจจาระ อ่านดูแค่นี้อาจจะทำให้เข้าใจผิดคิดว่าสารกากใยในอาหารไม่มีประโยชน์ใดๆ ต่อร่างกาย แต่ตรงข้ามมันมีประโยชน์มากกว่านั้น
กากใยในอาหารมี 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
• กากใยที่ไม่ละลายในน้ำ สารเหล่านี้ช่วยทำให้การขับถ่ายของลำไส้ดีขึ้น และทำให้อุจจาระมีมวลมากขึ้น ดังนั้นจึงมีผลดีต่อคนที่ท้องผูก กากใยชนิดนี้มีมากในอาหารพวกข้าวที่ไม่ขัดสี (ข้าวกล้อง) แป้งที่ทำจากข้าวไม่ขัดสี รำข้าว ถั่ว และผักต่างๆ
• กากใยชนิดละลายน้ำได้ เมื่อละลายน้ำแล้วจะมีลักษณะเป็นวุ้น สารนี้สามารถช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด และลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ อาหารที่มีสารนี้มาก ได้แก่ ข้าวโอ๊ต ถั่วลันเตา ถั่วลิสง แอปเปิล ส้มซิตรัส แครอต และเม็ดซีเลียม (psyllium seed)
ประโยชน์ของกากใยในอาหาร ถ้ากินมากเพียงพอจะได้ประโยชน์ต่อสุขภาพหลายอย่างดังนี้
• ป้องกันท้องผูก กากใยทำให้ปริมาตรและความนุ่มของอุจจาระเพิ่มขึ้น จึงทำให้การขับถ่ายสะดวกขึ้นสำหรับลำไส้ ถ้าคุณถ่ายเหลวก็อาจจะช่วยทำให้อุจจาระเป็นก้อนมากขึ้นเนื่องจากสารกากใยจะเป็นตัวดูดซับน้ำเข้ามาไว้ในตัวมันเอง
• ลดความเสี่ยงต่อโรคของลำไส้ เช่น โรคริดสีดวงทวาร โรคถุงโป่งพองของลำไส้ใหญ่(diverticulosis) (อย่างที่ในหลวงทรงเป็น) โรคประสาทลงลำไส้ (มีอาการทางลำไส้แต่ตรวจไม่พบสาเหตุทางกายภาพ)
• ลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด โดยการลดระดับโคเลสเตอรอลชนิดร้าย (low-density lipoprotein cholesterol = LDL) โดยเฉพาะกากใยชนิดละลายน้ำที่พบในถั่ว ข้าวโอ๊ตไม่ขัดสี เม็ดซีเลียม (มีขายในรูปของยา เช่น เมตามิวซิล, มิวซิลิน)
• ลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยเฉพาะกากใยชนิดละลายน้ำสามารถลดความเร็วของการดูดซึมน้ำตาล ซึ่งช่วยให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของคนที่เป็นเบาหวานได้ง่ายขึ้น การกินอาหารที่มีกากใยมากเป็นประจำสามารถป้องกันการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 (type 2 diabetes) ได้ด้วย
• ช่วยลดน้ำหนัก เนื่องจากการกินอาหารที่มีกากใยมากต้องเคี้ยวมากและใช้เวลานาน จึงอาจช่วยทำให้เราหายหิวก่อนจะกินมากเกินไป อีกอย่างหนึ่งอาหารกากใยสูงยังอยู่ในลำไส้นานและใช้เวลานานในการดูดซึมทำให้เรารู้สึกหายหิวอยู่นาน นอกจากนี้อาหารที่มีกากใยสูงส่วนมากจะมีพลังงานน้อยกว่าอาหารกากใยน้อย
• เคยมีการกล่าวอ้างว่ากากใยในอาหารสามารถช่วยลดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในเรื่องนี้ยังไม่ลงรอยกันดี บางรายงานว่าลด บ้างว่าเพิ่ม บ้างว่าไม่มีผล ดังนี้ถ้าคุณกังวลเรื่องมะเร็งลำไส้ใหญ่ ทางที่ดีที่สุดคือ การตรวจคัดกรองหามะเร็งเป็นระยะๆ ตามที่แพทย์แนะนำ (จะนำเสนอในโอกาสต่อไป)
จะกินกากใยมากแค่ไหนจึงจะดี?
สถาบันอายุรศาสตร์ของวิทยาลัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำหน้าที่ศึกษาติดตามหาข้อมูลประจักษ์ทางวิทยาศาสตร์มีข้อมูลในเรื่องนี้ที่เขาแนะนำไว้ดังนี้
| เพศ |
อายุ 50 หรือน้อยกว่า |
อายุ 51 หรือมากกว่า |
| ผู้ชาย |
38 กรัม |
30 กรัม |
| ผู้หญิง |
25 กรัม |
21 กรัม |
อาหารแต่ละอย่างนั้นมีปริมาณกากใยแตกต่างกัน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเลือกกินให้เหมาะสมดังจะกล่าวถึงต่อไปนี้
ปริมาณกากใยในผัก-ผลไม้ไทย
| ในผักผลไม้ 100 กรัม |
มีกากใย (กรัม) |
กะหล่ำปลี
ข้าวโพดฝักอ่อน
คะน้า
คึ่นช่าย (celery)
ดอกกะหล่ำ
แตงกวา
ถั่วงอก
ถั่วฝักยาว (long bean)
ถั่วพู (wing bean)
ถั่วลันเตา
บรอคโคลี
ผักกาดขาว
ผักกาดหอม (lettuce)
ผักชี
ผักบุ้ง
หน่อไม้ฝรั่ง
หอมหัวใหญ่
กล้วย
น้ำเต้า
ฟักทอง
มะเขือพวง
มะเขือยาว
มะม่วง
มะละกอ
สะเดา
สับปะรด
โหระพา |
1.6
2.2
3.2
2.7
2.2
1.3
2.2
3.8
2.9
3.3
2.9
1.6
1.8
3
3.8
2.8
1.6
2.5
1.7
1.8
13.6
2.3
2.4
2.6
11.6
1.2
3.9 |
ปริมาณกากใยในผัก-ผลไม้จากต่างประเทศ
| ผักผลไม้ 1 ถ้วยตวง |
มีกากใย (กรัม) |
ถั่ว pea
ถั่วแดง
ราสเบอร์รี
สปาเก็ตตี้จากแป้งหมี่ไม่ขัดสี
ขนมมัฟฟินจากรำข้าวโอ๊ต (ขนาดกลาง)
ลูกแพร์ (พร้อมเปลือก)
บรอคโคลี
แอปเปิลพร้อมเปลือก
โอ๊ตมีล
ถั่วกรีนบีน
ข้าวแดง
ข้าวโพดคั่ว
ขนมปังจากข้าวสาลี (แป้งหมี่) ไม่ขัดสี (whole-wheat)
|
16.3
13.1
8
6.3
5.2
5.1
5.1
4.4
4
4
3.5
2.3
1.9 |
หลายคนอยากจะกินผัก-ผลไม้เพื่อให้ได้กากใยอาหารมาก แต่อาจจะมีข้อกังขาว่าอาหารพวกผัก-ผลไม้มียาฆ่าแมลงและสารเคมีมีพิษจากปุ๋ยหรืออย่างอื่น (เช่น ฟอร์มาลีน สารกันเน่า) เจือปนมาก โดยเฉพาะคนที่เคยไปเห็นเขาปลูกมาแล้วอาจจะขยาดที่กินผัก-ผลไม้ แต่ผลเสียเรื่องนี้มีวิธีการลดลงได้คือ การล้างน้ำและถูด้วยมือมากๆ หรือให้ผ่านน้ำหลายน้ำจะทำให้สารเคมีถูกเจือจางชะล้างออกไป ในกรณียาฆ่าแมลงเราสามารถล้างออกได้โดยใช้สารที่มีฤทธิ์เป็นด่าง เช่น โซดาไบคาร์บอเนต ซึ่งซื้อได้จากร้านขายสารเคมีวิทยาศาสตร์ ร้านศึกษาภัณฑ์ ถ้าหาไม่ได้อาจจะใช้ผงฟูที่ใช้ทำขนมปัง (ซึ่งมีไบคาร์บอเนต) ขนาด 1 ช้อนกินข้าวผสมน้ำ 1 กะละมัง (20 ลิตร) ถ้าไม่มีสารเคมีอย่างว่าก็อาจจะใช้น้ำส้มสายชูในสัดส่วน 1 แก้ว ผสมน้ำ 5 แก้ว แช่ผัก-ผลไม้ไว้นาน 10 นาที
สำหรับคนที่ชอบกินองุ่นซึ่งมักจะล้างยาก นอกจากแช่น้ำละลายข้างบนแล้วอาจจะเหลือคราบขาวๆ ติดอยู่ เราก็ควรเอาไปแช่น้ำเกลือ (2 ช้อนกินข้าวกับน้ำ 4 ลิตร) ไว้สักพักหนึ่ง
ผัก-ผลไม้ที่ปอกเปลือกได้เราก็ควรจะปอกเปลือกออก เช่น แตงกวา ปอกแล้วจะทำให้สารเคมีที่ติดอยู่ตามผิวหลุดออกไป
ผลไม้ที่ปอกเปลือกไม่ได้บางอย่าง การล้างทำได้ยาก เช่น องุ่น ซึ่งอาจจะติดฝุ่น ดิน หรือยาฆ่าแมลง ติดอยู่ลึกมีร่องมีหลืบและหลุดร่วงง่าย ทำให้ขัดสีด้วยมือไม่ได้ จำเป็นต้องใช้น้ำฉีดแรงๆ การใช้น้ำก๊อกธรรมดาอาจจะไม่แรงพอ เคยเห็นพ่อครัวฝรั่งใช้หัวฉีดชำระอย่างที่ใช้ฉีดน้ำชำระในห้องน้ำเอามาติดใช้ในครัวโดยเฉพาะ จะทำให้สามารถฉีดชะล้างผัก-ผลไม้ได้ดีขึ้นมาก
ผัก-ผลไม้ที่เขาใช้ปุ๋ยคอกบำรุง จำเป็นต้องล้างทำความสะอาดด้วยยาฆ่าเชื้อโรค เช่น น้ำด่างทับทิม มิฉะนั้นกินแล้วอาจจะติดเชื้อโรคทำให้ท้องเดินได้
สารพิษบางอย่างไม่ติดอยู่ที่ผิวผัก-ผลไม้ แต่เข้าไปอยู่ในเนื้อ อย่างโลหะหนักต่างๆ เช่น แคดเมียม ตะกั่ว ปรอท สารไนเตรต พวกนี้มักจะดูดซึมมาจากดินในบริเวณที่มีการทำอุตสาหกรรมที่ใช้สารเคมีเหล่านั้นมาก นักจับจ่ายซื้อผัก-ผลไม้ต้องรู้จักซักถามที่มาของผัก-ผลไม้เหล่านั้น แต่มีบ่อยๆ ที่ผู้ขายก็ไม่รู้ ที่จริงสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคน่าจะมีหน่วยงานช่วยผู้บริโภคในเรื่องนี้ เพราะว่าชาวบ้านธรรมดาไม่มีทางทราบได้
สารพิษบางอย่างแม่ครัวเป็นคนใส่เข้าไปเองเพื่อเอาใจผู้บริโภคผู้หลงผิด เช่น ส้มตำซึ่งเป็นอาหารกากใยที่ดีแต่คนกินชอบใส่ปูดอง ปูเค็ม หรือปลาร้า
ถ้าพูดถึงอาหารกากใยฝรั่งมักจะคิดถึงสลัด คำๆ นี้แม้จะเป็นฝรั่งแต่คนไทยเราก็รู้จักกันไปทั่วทั้งประเทศแล้ว ปัจจุบันนี้ตามศูนย์การค้ามีแผนกสลัดขายเหมือนเมืองนอก มีผักสีต่างๆ ให้เลือกมากมาย มีน้ำสลัดหลายแบบหลายอย่าง เมื่อเลือกซื้อแล้วเขามีกล่องหรือภาชนะใส่ให้พร้อมการซีลแลดูดี สะอาด สามารถซื้อเอาไปตุนในตู้เย็นเพื่อกินหลายมื้อได้ สะดวกดีสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาไปจ่ายกับข้าว เพราะมัวแต่ทำมาหากิน เวลาเป็นเงินเป็นทอง สำหรับคนที่เบี้ยน้อย เมืองไทยเราก็มีสลัดดีๆ อร่อยๆ น่ากินมาก อย่างเช่น ส้มตำไทย อาหารประเภทยำตำแซ่บทั้งหลาย ซึ่งไม่ค่อยจะแพงหากินทำกินเองได้ง่าย ขออย่างเดียวอย่าเที่ยวเอาสารพิษใส่เข้าไป เช่น ปูดิบ ปูดอง ทำให้ท้องเดิน หรือปลาร้าซึ่งมีสารก่อมะเร็ง เด็กๆ ไม่ควรจะไปหัดกินของอย่างนั้นเพื่อเห็นแก่สุขภาพระยะยาวครับ
|