“อาจารย์ใหญ่” ไม่มีเทคโนโลยีใดมาแทนได้
รศ.ดร.ทพ.ญ.จันทิมา รุ่งเรืองชัย ผู้เชี่ยวชาญด้าน กายวิภาคศาสตร์

     กายวิภาคศาสตร์ เป็นวิชาพื้นฐานของการเรียนแพทย์ ตลอดชีวิตแพทย์ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องใช้ความรู้ทางกายวิภาคศาสตร์บ้าง
ไม่มากก็น้อย เช่น เพื่อการตรวจร่างกายผู้ป่วยหรือการรักษาอื่นๆ เมื่อคิดถึงคำว่ากายวิภาคศาสตร์ คนส่วนใหญ่อาจนึกถึงแต่การเรียนรู้จากร่างกายมนุษย์ การผ่าศพ หรือที่นักศึกษาแพทย์เรียกว่า “อาจารย์ใหญ่” แต่ที่จริงแล้วกายวิภาคศาสตร์ยังรวมไปถึงการเรียนในระดับเซลล์ ซึ่งต้องอาศัยกล้องจุลทรรศน์ทั้งแบบธรรมดาและจุลทรรศน์อิเลคตรอน ผู้ที่ได้รับปริญญาเอกทางกายวิภาคศาสตร์บางท่านยังศึกษาลงลึกไปถึงระดับโมเลกุล นอกจากนี้วิชาพันธุศาสตร์ก็เคยเป็นสาขาหนึ่งของกายวิภาคศาสตร

     “อาจารย์ใหญ่” เป็นคำที่นักศึกษาแพทย์ใช้เรียกครูผู้ไร้วิญญาณที่ได้สละร่างกายเพื่อการศึกษาและการค้นคว้าวิจัย
ทางกายวิภาคศาสตร์ สาเหตุที่ต้องใช้ “อาจารย์ใหญ่” ซึ่งเป็นร่างกายคนจริงๆ ก็เพราะว่าไม่มีอุปกรณ์การศึกษาใดที่จะดีไปกว่านี้
และไม่มีวันที่จะมีเทคโนโลยีใดๆ มาทดแทน เพราะนักศึกษาแพทย์ไม่ต้องจินตนาการจากภาพเสมือนจริง ได้ชำแหละเห็นและจดจำ สามารถจับต้องได้ และให้ข้อมูลที่ถูกต้องเสมอ ไม่มีวันผิดพลาด พูดสั้นๆ ว่าเป็นการเรียนรู้จริงจากการปฏิบัติและประสบการณ์จริง
แม้บางครั้งจะลืมไปบ้าง แต่ก็ง่ายที่จะทบทวน

     “อาจารย์ใหญ่” มีคุณูปการต่อวงการแพทย์มานาน และได้รับความเคารพและการยกย่องจากนักศึกษาแพทย์ เนื่องจากผู้เป็นเจ้าของร่างกาย ทุกท่านได้แสดงเจตจำนงไว้เมื่อยังมีชีวิตที่จะอุทิศร่างไว้ให้นักศึกษาแพทย์เรียน ซึ่งถือเป็นกุศลเจตนาที่แสนบริสุทธิ์ แสดงถึงสัจธรรมอย่างหนึ่งว่า แม้มนุษย์จะเลือกเกิดไม่ได้ แต่สามารถเลือกที่จะทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับแพทย์ที่จะได้นำความรู้ไปสร้างประโยชน์แก่มวลมนุษย์อีกมากมาย

     กรรมวิธีที่ทำให้สามารถเรียนจาก “อาจารย์ใหญ่” ได้เป็นเวลานานทั้งปี ไม่เน่าเสีย คือการฉีดน้ำยาคงสภาพ อันประกอบด้วย
ฟอร์มาลีน ฟีนอล และน้ำ ส่วนว่าสถานศึกษาใดจะใช้ปริมาณเท่าใดนั้นไม่เป็นที่ทราบชัด น้ำยาผสมจะถูกฉีดเข้าสู่หลอดเลือดต้นขาของ “อาจารย์ใหญ่” จนมากและทั่วถึง น้ำยาสูตรที่ใช้ฉีด “อาจารย์ใหญ่” ให้นักศึกษาแพทย์เรียนนั้น มีข้อดีคือสามารถคงสภาพได้นานเป็นปีไม่มีการเน่าเสีย แต่ข้อเสียคือ ข้อต่อต่างๆ จะแข็ง ไม่สามารถงอได้เหมือนคนปกติ เมื่อศัลยแพทย์เฉพาะทางเรื่องกระดูกและข้อต่อจะทำการฝึกผ่าตัดจาก “อาจารย์ใหญ่” จึงไม่สามารถใช้น้ำยาสูตรนี้ได้ เนื่องจากการผ่าตัดบางครั้งต้องอาศัยการงอข้อต่อขณะผ่าตัด
จึงมีผู้ คิดค้นสูตรน้ำยาคงสภาพที่ทำให้ศพนุ่ม และสามารถงอข้อต่อ
ได้ด้วย ขึ้นอีกหลายสูตร และมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป เช่น
หากศพนุ่มและงอข้อต่อได้มาก มักจะใช้ไม่ได้นานนัก จะเกิดการ-
เน่าขึ้น หรือน้ำยาบางสูตรต้องใช้ตู้เย็นที่เย็นจัดร่วมกับห้องผ่าตัด
ที่เย็นด้วยร่วมกัน ดังนั้นจึงเป็นที่ทราบกันว่า การศึกษาเรื่องสูตรน้ำยาคงสภาพ “อาจารย์ใหญ่” นั้น ยังต้องทำต่อไปอีก เพื่อให้ได้น้ำยาที่สามารถคงสภาพได้นาน และทำให้ศพนุ่มด้วยในเวลาเดียวกัน

     สำหรับภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มีการคิดค้นสูตรน้ำยาคงสภาพไว้ 2 สูตร สูตรที่หนึ่งนั้นเพื่อฉีด “อาจารย์ใหญ่” เพื่อการศึกษาของนักศึกษาแพทย์ ซึ่งต้องคงสภาพได้เป็นเวลานานเป็นปี สูตรนี้มีข้อดีคือ ศพไม่เน่า ไม่ขึ้นรา
และกลิ่นไม่แรงมาก ส่วนข้อเสียคือข้อต่อต่างๆ ไม่สามารถงอได้ ส่วนสูตรที่ 2 เพื่อทำให้ศพนุ่ม หรือเรียกว่าเป็น soft cadaver ข้อดีคือ แยกกล้ามเนื้อ หาเส้นประสาทได้ง่าย ข้อต่อไม่ยึด งอได้ แต่มีข้อเสียคือ เก็บไว้ไม่ได้นาน จึงมักใช้กับ “อาจารย์ใหญ่” ที่แพทย์เฉพาะทางหลายสาขาใช้ในการฝึกผ่าตัดและหัตถการต่างๆ หลังจากนั้นก็จะส่งไปให้สถาบันที่มีหลักสูตรเรียนวิชามหกายวิภาคศาสตร์เป็นเวลาครึ่งปี ให้นักศึกษาของสถาบันนั้นเรียนต่อไป ซึ่งเป็นการใช้ “อาจารย์ใหญ่” อย่างคุ้มค่าตามเจตนารมณ์ของผู้อุทิศมากที่สุด และเมื่อถึงต้นเดือนเมษายนของแต่ละปี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จะเป็นเจ้าภาพในการจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพ “อาจารย์ใหญ่” ทุกท่าน
ที่ได้นำขึ้นเรียนแล้วในปีนั้นๆ ที่ศาลากายวิทยาทาน วิทยาเขตศาลายา โดยมีนิสิต นักศึกษาของศิริราช และสถาบันอื่นอีกประมาณ
10 สถาบัน พร้อมด้วยคณาจารย์กายวิภาคศาสตร์ และเหล่าญาติมิตรของ “อาจารย์ใหญ่” ร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงนี้อย่างคับคั่ง
เพื่อไว้อาลัยท่านเป็นครั้งสุดท้าย ด้วยจิตใจที่สำนึกในพระคุณของท่านที่มีต่อวงการแพทย์ และประชาชนผู้เจ็บป่วย

     ในปัจจุบันจะเห็นว่าผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาแพทย์นั้น ยังสร้างคุณูปการต่อแพทย์เฉพาะทางได้อีกหลายสาขา ศึกษาวิธีการผ่าตัดแบบใหม่ๆ เพื่อให้ได้ผลการรักษาดี แผลเล็ก ผู้ป่วยกลับบ้านได้เร็ว ถือเป็นประโยชน์ต่อประชาชนผู้เจ็บป่วยโดยตรง เรียกว่าเป็นการต่อยอดความรู้ ความสามารถ จึงอาจกล่าวได้ว่าการเรียนรู้จาก “อาจารย์ใหญ่” นั้น ไม่สิ้นสุด และไม่มีเทคโนโลยีใดๆ เลยที่จะมาทดแทนความรู้ที่ได้จาก “อาจารย์ใหญ่” ได้

     กุศลเจตนาของผู้ที่อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา คงทำให้ท่านเหล่านั้นประสบสุขทางใจทั้งขณะที่ยังไม่เสียชีวิต และเมื่อเป็น
“อาจารย์ใหญ่” สมดังเจตนา เพื่อสร้างแพทย์ให้มีความรู้ ความสามารถ เพื่อรักษาผู้เจ็บไข้ต่อไปในอนาคต


  การบริจาคร่างกาย
      การอุทิศร่างกายเพื่อให้นักศึกษาแพทย์ศึกษาอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย หรือที่รู้จักในนามของอาจารย์ใหญ่ ผู้บริจาคต้องเสียชีวิตจากสาเหตุธรรมชาติและมีอวัยวะครบถ้วนสมบูรณ์ หลังจากเสียชีวิตต้องแจ้งให้ทางศูนย์รับร่างกายภายใน 24 ชม. สำหรับผู้ที่สนใจบริจาค
ร่างกาย สามารถแสดงความจำนงติดต่อได้ที่ โรงบาลพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร และวชิรพยาบาล สำหรับต่างจังหวัดติดต่อได้ที่คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์ ขอนแก่น และมหาวิทยาลัยสงชลานครินทร์





For comments and suggestions about this site, contact the Webmaster
Copyright©2008 TIMS(Thailand) Ltd., All rights reserved.