ฝึกความยืดหยุ่นแบบ
Body Balance
ในคอลัมน์ Fitness Files ฉบับนี้ได้กล่าวถึงประโยชน์ของการยืดกล้ามเนื้อ
(stretching) ก่อนและหลังการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อและลดการบาดเจ็บอันอาจจะเกิดขึ้นระหว่างการทำกิจกรรมต่างๆ
ที่ต้องใช้กล้ามเนื้อมากๆ และหนึ่งในวิธีการออกกำลังกายที่มีส่วนช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น
ได้แก่ บอดี้บาลานซ์ (BODYBALANCE?) เป็นโอกาสประจวบเหมาะพอดีที่เรากำลังจะหยิบยกมาแนะนำให้คุณได้รู้จักกันในคราวนี้
บางคนอาจจะคุ้นเคยกับ บอดี้บาลานซ์ กันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว
โดยเฉพาะแฟนขาประจำของคลาสออกกำลังกายเป็นกลุ่มตามสถานออกกำลังกาย
(fitness center) บางแห่งที่เปิดสอน หรือบางคนอาจจะเคยได้ยินชื่อ
เพียงแต่ยังไม่เคยทดลองเล่นดูจริงๆ ว่ามันคืออะไร วิธีการอย่างไร
เล่นแล้วจะสนุกหรือดีกับร่างกายอย่างไร? ก่อนจะเดินเข้าคลาสลองมาทำความรู้จักกันสักนิด
โดยเราได้ ครูโอ่ง-คุณพรชัย ดวงอัมพร ครูฝึกบอดี้บาลานซ์ ของโอเอซีส
เฮลท์ คลับ แอนด์ สปา มาช่วยขยายความให้เราเข้าใจมากขึ้น
ท่าออกกำลังกายระดับแบรนด์เนม!!
บอดี้บาลานซ์ (BODYBALANCE®) เป็นชื่อของชุดท่าออกกำลังกาย
สร้างสรรค์และจดลิขสิทธิ์โดย Les Mills สโมสรออกกำลังกายจากนิวซีแลนด์ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการออกแบบสร้างสรรค์ท่าออกกำลังกายแบบกลุ่ม
ที่นำเอาเสียงเพลงเข้ามาช่วยเพิ่มสีสันให้กับจังหวะเคลื่อนไหว
จนได้รับความนิยมในหลายๆ ประเทศทั่วโลก ในประเทศไทยเองก็มีสถานออกกำลังกาย
(finess club) หลายแห่งที่ซื้อลิขสิทธิ์บอดี้บาลานซ์ รวมทั้งชุดท่าออกกำลังกายแบบอื่นๆ
อีก เช่น บอดี้คอมแบท (BODYCOMBAT?) บอดี้ปั๊มพ์ (BODYPUMP?)
ฯลฯ ของ Les Mills มาเปิดสอนให้กับคนทั่วไป แต่ละแบบก็มีจุดเด่นและวัตถุประสงค์ของการออกกำลังกายแตกต่างกัน
ศาสตร์โบราณในเสื้อตัวใหม่
สำหรับบอดี้บาลานซ์นั้นจะมุ่งเน้นที่การให้ผู้เล่นได้บริหารร่างกายไปพร้อมๆ
กับจิตใจ ผ่อนคลายความเครียด ฟังอย่างนี้คุณคงคุ้นๆ ว่าคล้ายกับหลักการของวิธีการออกกำลังกายบางอย่างที่มีมาแต่ดั้งเดิม?!!...
นั่นล่ะค่ะ ฟิลลิปและแจ็คกี้ มิลล์ (Phillip & Jackie
Mills) สองสามีภรรยาผู้บริหาร Les Mills และทีมงานได้นำเอาท่าทางและหลักการของโยคะ
(Yoga) ของอินเดีย ไทชิ (Tai-chi) ของจีน และพิลาตีส (Pilates)
ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีความแตกต่างในรายละเอียด นำ 3 แบบนี้มาผสมผสานและเรียบเรียงขึ้นมาใหม่
แจ็คกี้ มิลส์ (Jackie Mills) ไม่เพียงแต่เป็นทั้งนักเต้น
นักยิมนาสติก ครูฝึกแอโรบิค แต่ยังเป็นสูติแพทย์ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัว
ที่ทำงานรักษาคนไข้ในโรงพยาบาลเวสต์โอ๊คแลนด์ ไปพร้อมๆ กับการช่วยฟิลลิป
(Phillip Mills) ผู้เป็นสามีดูแลธุรกิจศูนย์ออกกำลังกาย งานของเธอจึงเกิดจากความสามารถทุกด้านที่มีมารวมกัน
นอกจากนี้แจ็คกี้ยังสนใจในโยคะเป็นพิเศษ หลังจากเปิดสอนคลาสโยคะมานานจึงริเริ่มนำเอาโยคะมาประกอบกับเพลงเพื่อสร้างสีสันและบรรยากาศใหม่ๆ
จากนั้นจึงได้พัฒนานำเอาท่าทางจากเทคนิคอื่นมาใช้ด้วยเพื่อให้เกิดประโยชน์กับร่างกายที่หลากหลายขึ้น
อันเป็นจุดเริ่มต้นของบอดี้บาลานซ์เมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้วนั่นเอง
ท่าทางแต่ละท่าที่เลือกมาใช้ จะไม่ใช้ท่ายากซับซ้อน แต่เป็นท่าง่ายๆ
ที่ใครก็น่าจะทำได้มาใช้ เพื่อให้คนทุกเพศ ทุกวัยสามารถมาร่วมเล่นกันได้อย่างเพลิดเพลินและปลอดภัย
ทั้งนี้ได้ผ่านกระบวนการออกแบบตามหลักวิทยาศาสตร์การกีฬามาช่วยประเมินว่า
เมื่อจะทำท่าให้ได้ประโยชน์สูงสุดแล้ว ควรจะทำขนาดไหน เล่นอย่างไรก่อน-หลัง
หรือจัดวางท่าขนาดไหนจึงจะปลอดภัย และได้ผลต่อร่างกายดีที่สุด
แม้จะทำให้ต่างไปจากศาสตร์ดั้งเดิม ซึ่งใครที่เคยฝึกโยคะ ไทชิ
หรือ พิลาตีส อย่างใดอย่างหนึ่งมาอาจไม่คุ้นเคย แต่เป้าหมายของบอดี้บาลานซ์คือเพื่อให้คนทั่วไปเล่นได้
และคนที่เคยเล่นเฉพาะอย่างก็จะได้ฝึกเพิ่มในจุดอื่นที่เขาอาจไม่เคยฝึกมาก่อน
สิ่งสำคัญที่ทำให้บอดี้บาลานซ์แตกต่างจากวิธีออกกำลังกายแบบเดิมๆ
ก็คือ การนำเพลงมาเป็นตัวช่วยกำหนดจังหวะ ท่าทาง และอารมณ์การเล่น
ส่งผลให้ผู้เล่นคล้อยตามเพลงและทำแต่ละท่าได้อย่างต่อเนื่องสวยงาม

11 เพลงเรียงร้อย ให้บริหารทุกส่วนใน 1 ชั่วโมง
การเล่นบอดี้บาลานซ์แต่ละครั้ง ครูฝึกมักจะเป็นผู้นำให้คนในคลาสเคลื่อนไหวร่างกายตามท่าทางที่กำหนดมาแล้วประกอบเพลงประมาณ
10-11 เพลง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพลงร่วมสมัยต่างๆ ที่คุณอาจคุ้นหูกันดีอยู่แล้ว
มีการตัดต่อหรือกำหนดความยาวให้ลงตัวกับท่าที่ออกแบบมาให้เล่น
รูปแบบ (style) ของเพลงจะเป็นตัวกำหนดบทบาทของกลุ่มท่า รวมทั้งสร้างอารมณ์ให้จิตใจและร่างกายทำงานประสานกัน
ทั้งตื่นตัว เร่งเร้า ผ่อนคลาย ไปจนถึงสงบนิ่ง เพลงยังให้ความรู้สึกทันสมัย
เป็นกันเอง ในเรื่องนี้คนที่เคยเล่นไทชิกับเพลงจีนโบราณมาก่อนคงจะรู้สึกถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน
ตลอด 1 ชั่วโมง ที่เรียกว่า 1 release นั้นท่าเล่นจะแบ่งออกเป็นกลุ่มท่าโยคะ
พิลาตีส และไทชิ ท่าทางที่กำหนดให้ใช้ในแต่ละเพลงจะไม่ซ้ำกันตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการบริหารร่างกายแต่ละส่วน
จำนวน 4-5 ท่าต่อเพลง สลับกันซ้าย-ขวา ไม่สามารถกระโดดข้ามขั้นหรือสลับลำดับได้
ตัวอย่าง เช่น เพลงที่ 1 เป็นท่า Warm up อบอุ่นร่างกาย ด้วยท่าไทชิ
เพลงที่ 2 Sun salutation (ท่าไหว้พระอาทิตย์) ที่ใครเคยเล่นโยคะคงคุ้นเคยกันดี
เพลงที่ 3 Standing strength การสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อต้นขา
เพลงที่ 4 Balance ท่าฝึกการทรงตัว
เพลงที่ 5 Hip opener เป็นการฝึกความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อบริเวณสะโพกหรือต้นขาด้านใน
ที่เราไม่ค่อยได้ใช้งานบ่อยนัก
เพลงที่ 6 Abdominal การนำท่าเล่นจากพิลาตีสมาใช้บริหารช่วงท้อง
เพลงที่ 7 Core back หรือท่าฝึกกล้ามเนื้อหลัง
เพลงที่ 8 Twist ยืดลำตัวด้านข้าง หน้าอก และหัวไหล่
เพลงที่ 9 Hamstring stretch จะเน้นการยืดต้นขาด้านหลัง เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น
ซึ่งจะได้ประโยชน์มากโดยเฉพาะเวลาที่เราก้มตัว
เพลงที่ 10 Relaxation เป็นขั้นตอนของการผ่อนคลาย โดยอาจจะให้ทำท่าศพอาสนะของโยคะ
หรือนอนนิ่งๆ เพื่อให้ร่างกายทุกส่วนได้ผ่อนคลาย
และปิดท้ายด้วย เพลงที่ 11 คือการ Recover ค่อยๆ ดึงพลังความรู้สึกกลับมาสู่ภาวะปัจจุบันหลังจากการพักนิ่งๆ
ไปแล้ว
ทั้ง 11 เพลงจะถือว่าเป็น 1 เซ็ต ผู้เล่นก็จะเล่นตามท่าต่างๆ
ในเซ็ตเหมือนกันทุกครั้ง และจะมีการเปลี่ยนเพลงเซ็ตใหม่ทุกๆ
3 เดือน ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนรายละเอียดท่าไปบ้าง แต่จะยังคงประโยชน์ครบถ้วนเหมือนเดิม
ได้ประโยชน์แบบองค์รวมทั้งกายและใจ
อย่างที่บอกว่าบอดี้บาลานซ์ได้นำประโยชน์ของการออกกำลังกายแบบดั้งเดิม
ทั้ง 3 ชนิดมาผสานกัน ซึ่งต่างก็เน้นเรื่องการสร้างสมาธิ และการเคลื่อนไหวให้ร่างกายสัมพันธ์กับจิตใจแทบทั้งสิ้น
ท่าเคลื่อนไหวที่ต้องเปลี่ยนไปเรื่อย เล่นต่อเนื่องไม่มีหยุดตลอด
1 ชั่วโมงทำให้คนเล่นจะมีสติจดจ่ออยู่กับท่าอยู่ตลอดเวลา ได้ฝึกการกำหนดลมหายใจอย่างถูกต้องตามหลักพื้นฐานของโยคะ
จึงช่วยได้มากในเรื่องการผ่อนคลายความเมื่อยล้า ฝึกความอดทน
ส่วนทางกายก็แน่นอนว่าจะได้ยืดเส้นยืดสาย สร้างความอ่อนตัว
ยืดหยุ่น ความสมดุล ฝึกการทรงตัว และความแข็งแรงคงทนให้กับกล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างกาย
ได้บริหารกล้ามเนื้อหัวใจจากการที่ต้องค้างท่าแต่ละท่าเป็นเวลานานอันจะทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดเหมือนเวลาเราออกกำลังกาย
ขณะที่ท่าจากพิลาตีสจะเป็นการฝึกความแข็งแรงให้กับบริเวณแกนกลางของลำตัวของเรา
ได้แก่ กล้ามเนื้อด้านในที่ห่อหุ้มกระดูกสันหลัง ทำให้กระดูกสันหลังตั้งตรงอยู่ได้
ซึ่งจะช่วยปรับบุคลิกภาพให้หลังตรง ยืดอกได้อย่างสง่าผ่าเผยด้วย
ที่สำคัญยังช่วยบริหารกล้ามเนื้อมัดเล็กๆ ที่เราไม่ค่อยได้ใช้งานอีกด้วย
ส่วนท่าจากไทชิ นั้นใช้เพื่อบริหารความแข็งแรงเฉพาะส่วนและควบคุมท่าทางการเคลื่อนไหว
รวมทั้งฝึกสมาธิและการประสานสอดคล้องกันระหว่างระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
นอกจากนี้ยังผสมผสานเทคนิคอื่นๆ เช่น บัลเล่ต์ เพื่อช่วยเพิ่มสีสันและความต่อเนื่องในการเล่นอีกด้วย
ประโยชน์ที่ได้จากการฝึกกายให้สัมพันธ์กับใจ และมีสติ สมาธิ
กับสิ่งที่ทำอยู่นั้น เราสามารถนำไปใช้ได้กับชีวิตประจำวันด้านอื่นๆ
ด้วย เช่น ช่วยให้ใจเย็น อารมณ์ดี มีความสุขอยู่กับปัจจุบัน
ที่สำคัญ คือ ไม่เครียด!!
คลาสนี้...ใครๆ ก็เล่นได้
บอดี้บาลานซ์ เป็นคลาสที่เหมาะกับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ที่ร่างกายเป็นปกติ
โดยเฉพาะผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ เพราะเป็นการออกกำลังกายที่ไม่ต้องออกแรง
หรือมีการกระแทก แม้แต่คุณผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ก็มีคลาสพิเศษที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับคนตั้งครรภ์โดยเฉพาะ
สำหรับคุณผู้ชายน่าจะได้ประโยชน์มากในแง่การช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นกล้ามเนื้อ
ฝึกเสถียรภาพของร่างกาย และความแข็งแรง ส่วนคุณผู้หญิงนอกจากจะได้ออกกำลังกายแล้ว
ก็จะได้ประโยชน์ในเรื่องความผ่อนคลาย ฝึกสมาธิ ทำให้ใจเย็น
อยู่กับปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยได้มากกับการจัดการเรื่องต่างๆ
ในชีวิตประจำวันให้เข้าที่เข้าทาง
ทุกวันนี้ คลาสบอดี้บาลานซ์ยังคงมีการพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดนิ่ง
เพื่อสร้างสีสันให้กับการออกกำลังกายในยุคสมัยของการตลาดแบบสร้างตราสินค้ากำลังครองโลก
เป็นทางเลือกให้กับเราๆ ท่านๆ ได้สนุกเพลิดเพลินกับการออกกำลังกายมากกว่าเก่า
ไม่ใช่เพื่อใครอื่น แต่ก็เพื่อสุขภาพของเราทุกคนนั่นเองแหละค่ะ
ขอขอบคุณ : โอเอซีส เฮลท์ คลับ แอนด์ สปา โทร. 0 2434 5922-3,
0 2434 5929
|