ล่องลำน้ำไปกับเรือคายัค
เราได้ชวนคุณไปออกกำลังกายฝึกปรือความแข็งแรงจากกีฬาทางน้ำมาแล้วหลายครั้งในเล่มที่ผ่านๆ
มา อย่างเช่น เรือใบ เคเบิ้ลสกี เวคบอร์ด จนถึงวินด์เซิร์ฟ ซึ่งส่วนใหญ่กีฬา
เหล่านี้มักจะจัดอยู่ในกลุ่มท้าทายมฤตยูที่ผู้เล่นมักจะนิยมชมชอบความโลดโผนโจนทะยานจึงมาเลือกเล่นกีฬาที่ท้าธรรมชาติแบบนั้น
แต่ก็ยังมีกีฬาทางน้ำอีกชนิดหนึ่งที่จะเล่นให้โลดโผนก็ได้ หรือเอา
แค่พอสนุกเพลิดเพลินก็ดี อย่างที่ใครๆ ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่
ทุกเพศทุกวัยสามารถทำกิจกรรมออกกำลังกายร่วมกันได้ ทั้งครอบครัว
นั่นคือ การพายเรือ
อันที่จริงเมื่อพูดถึงการพายเรือเป็นวิถีคู่กับชีวิตคนไทยมาแสนนาน
แต่พอมาถึงยุคสมัยนี้ หากใครคิดจะพายเรือไปไหนก็คงไม่ง่ายดั่งใจเหมือนสมัยก่อน
คนเมืองรุ่นใหม่ต้องไปหัดพายเรือตามสระน้ำ หรือทะเลสาบในสวน-สาธารณะ
หรือเสาะแสวงหาสายน้ำลำคลองท้องทะเลล่องแก่งท่องเที่ยวกันตามชานเมืองหรือต่างจังหวัดนู่นเลย
เมื่อวัตถุประสงค์การพายเรือเปลี่ยนไป
หากจะใช้เรือไม้ลำยาวๆ แบบเดิมก็คงไม่สะดวกคล่องตัว นี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความนิยมในเรือขนาดย่อมพอดีคนอย่าง
คายัค (Kayak) ขึ้นมา
มารู้จักกับคายัคกันก่อนดีกว่า
เชื่อกันว่าเรือคายัคมีต้นกำเนิดมาจากกรีนแลนด์โดยชาวเอสกิโม
เป็นผู้สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการล่าสัตว์ตามลำน้ำและชายฝั่งทะเล
ลักษณะของ เรือคายัคดั้งเดิมจะมีรูปร่างเรียวยาว หัวแหลมท้ายแหลม
ด้านบนดาดฟ้าเรือปิดมีเพียงช่องกว้างพอประมาณให้ผู้พายได้สอดตัวเข้าไปในเรือ
และจะมีผ้าปิดช่องว่างนั้นเพื่อกันน้ำเข้าเรือ (Spray Skirt)
ใบพายของเรือคายัคจะมี 2 ด้าน และมีความคล่องตัวสูง เรือคายัคนั้นคล้ายกับเรือแคนู
(Canoe) จนทำให้หลายคนเรียกผิดเรียกถูกปนเปกันไปมา แต่จริงๆ
แล้วเรือทั้งสองชนิดนี้มีความแตกต่างกัน แคนู เป็นภาษาอินเดียนแดง
เผ่าอะราวัก หมายถึง พาหนะทางน้ำที่ทำมาจากท่อนซุง ด้านบนของตัวเรือแคนูจะเปิดโล่งและกว้าง
สามารถบรรทุกได้เป็นจำนวนมาก ใบพายจะมีใบด้านเดียว
ในการแยกประเภทของเรือคายัคนั้นสามารถแบ่งได้เป็น
2 แบบ
1. เรือคายัคแบบ Sit-inside เป็นคายัครูปแบบดั้งเดิมที่ผู้พายจะต้องสอดตัวเข้าไปในเรือ
โดยมีผ้าคลุมปิดเพื่อป้องกันน้ำเข้าเรือ จะมีทั้งแบบเรือที่ใช้ท่องเที่ยวระยะไกล
เรือแบบล่องแก่ง ให้เลือกตามความต้องการในการใช้งาน
2. เรือคายัคแบบ Sit-on-top เป็นคายัครูปแบบใหม่ที่ได้พัฒนาให้พายได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น
ข้อดีคือจะไม่จมน้ำเนื่องจากตัวเรือจะถูกปิดหมด โดยผู้พายจะนั่งอยู่ด้านบนของเรือ
ลำเรือจะมีรูระบายน้ำเพื่อให้น้ำที่สาดกระเซ็นเข้ามาสามารถระบายออกไปได้
ใช้พายเล่นท่องเที่ยวหรือล่องแก่งในระดับเริ่มต้น
รูปแบบการใช้งานเรือคายัคในปัจจุบัน
1. สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้-ไกล (Touring) เหมาะสำหรับใครที่อยากลองเล่นและทำความรู้จักกับเรือคายัค
ใช้ได้ทั้งแบบ Sit-inside และ Sit-on-top ซึ่งการควบคุมเรือและวิธีการพายทำได้ง่ายแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้พายควรมีการฝึกวิธีการพายเรือคายัคขั้นพื้นฐานมาก่อน
2. ประเภทการล่องแก่ง มักใช้เรือที่มีที่นั่งเดี่ยวที่มีความคล่องตัวสูง
โดยเฉพาะแบบ Sit-inside ที่มีน้ำหนักเบา ด้านบนของตัวเรือมีฝาปิด
(Skirt) เพื่อกันน้ำเข้าเรือ หรือหากเป็นแก่งที่ไม่ยากมากก็อาจใช้เรือแบบ
Sit-on-top ที่พายได้สะดวกสบายกว่า สำหรับการพายเรือประเภทนี้ผู้เล่นจะต้องผ่านการฝึกฝนทักษะการพายเรือมาเป็นอย่างดี
เพราะสามารถเกิดอันตรายได้ทุกเวลา
3. ประเภทเพื่อการพักผ่อนและนันทนาการ ส่วนใหญ่นิยมใช้เรือแบบ
Sit-on-top ซึ่งสะดวกสบายเหมาะกับผู้ที่เริ่มต้นพายเรือคายัค
การใช้งานในประเภทนี้จะใช้เพื่อการพักผ่อน เช่น พายเรือริมหาดตามชายฝั่ง
ในแม่น้ำ คลอง บึงหลังบ้าน ทั้งแบบคนเดียว เป็นคู่ หรือแบบครอบครัว
Safety First!! ปลอดภัยไว้ก่อน...
ในการพายเรือคายัคหรือทำกิจกรรมทางน้ำใดๆ ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่จะต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก
ด้วยการสวมใส่ชูชีพทุกครั้ง และที่สำคัญ...การพายเรือคายัคนั้นไม่ยากและจะไม่เกิดอันตรายหากผู้เล่นเตรียมพร้อมและฝึกฝนทักษะต่างๆ
เป็นอย่างดี
ก็จะสนุกกับคายัคได้
อุปกรณ์มีอะไรบ้าง
การพายเรือคายัคนั้นนอกจากเรือแล้วยังมีอุปกรณ์ที่จำเป็นดังต่อไปนี้
- พาย แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
ใบพาย และด้ามพาย มีทั้งที่ทำจากไม้ อะลูมิเนียม หรือพลาสติก
ใบพายของเรือคายัคทั้งสองด้านจะทำมุม 70-90 องศาต่อกัน
- เสื้อชูชีพ เพื่อช่วยให้ลอยตัวได้ในกรณีตกน้ำ
ควรเลือกเสื้อชูชีพที่ใส่สบาย มีขนาดพอเหมาะกับตัวคุณ โดยลองสวมเสื้อชูชีพในท่านั่งพายเรือดูว่าความยาวและ
ขนาดของเสื้อเหมาะสมกับตัวคุณหรือไม่ ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกเสื้อชูชีพที่ออกแบบมาสำหรับการพายเรือคายัคโดยเฉพาะ
การแต่งกาย
เนื่องจากการพายเรือคายัคเป็นกิจกรรมกลางแจ้งที่ท้าทายลมและแดดตลอดเวลา
จึงควรเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะสม เช่น เสื้อที่ทำจากผ้าซึ่งมีการระบายอากาศที่ดี
แห้งเร็ว แขนยาว เพื่อป้องกันผิวเกรียมแดด หรืออาจใส่เสื้อผ้าออกแบบมาสำหรับพายเรือคายัคโดยเฉพาะ
สวมหมวกกันแดด โดยเฉพาะเท้า ควรสวมรองเท้าที่ทำมาจากนีโอพลีน
(วัสดุเดียวกับชุดดำน้ำ) ซึ่งจะช่วยให้เท้าอุ่นขณะอยู่ในน้ำ
และป้องกันอันตรายจากหินบาดได้
อุปกรณ์เก็บของ
เช่น กระเป๋าหรือถุง ที่สามารถกันน้ำได้ ใช้ใส่สัมภาระและอุปกรณ์ต่างๆ
ที่ติดตัวไปด้วย เช่น โทรศัพท์ กระเป๋าเงิน ซึ่งควรศึกษาวิธีการใช้งานอย่างถูกต้องเพื่อป้องกันความเสียหาย
ที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ผิดวิธี
พื้นฐานการควบคุมเรือคายัค
เมื่อตระเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นเรียบร้อยแล้ว ก่อนออกเรือ
ควรเรียนรู้พื้นฐานการควบคุม เรือคายัคกันก่อน อย่างแรกที่สำคัญก็คือ
การตรวจเช็คเรือคายัคและอุปกรณ์ว่าอยู่ในสภาพที่เรียบร้อยและพร้อมใช้งานหรือไม่
ได้แก่
- ตรวจสอบตำแหน่งของที่นั่งว่าเหมาะสมกับตัวคุณหรือไม่
- ปรับระดับที่พักเท้าให้เหมาะสม
- ตรวจสอบไม้พาย
- ตรวจสอบเสื้อผ้าที่สวมใส่ เสื้อชูชีพ รองเท้าว่าเหมาะสมกับการพายเรือคายัคหรือไม่
หลังจากที่ตรวจสอบสภาพของอุปกรณ์แล้วก็มาถึงขั้นตอนของการลงมือพาย
ซึ่งการพายเรือคายัคในเบื้องต้นนั้นจะประกอบด้วยท่าพาย
5 ท่า ดังต่อไปนี้
1. การพายเรือไปข้างหน้า
เริ่มจากการจับพายให้ส่วนนูน (กริ๊ป) ของด้ามพายให้อยู่ด้านขวามือและหันออก
นอกตัวเรา เมื่อใบพายขวาจุ่มน้ำ ให้ใช้แขนซ้ายผลักออกไปตรงๆ
ในระดับแก้มจนสุด ซึ่ง ในขณะเดียวกันก็ทำการบิดเอวไปตามทิศทางของพาย
แล้วยกแขนขวาขึ้นพร้อมกับบิดข้อมือขวาเข้าหาตัวเรา (คล้ายกับการบิดคันเร่งของรถมอเตอร์ไซค์)
ให้ใบพายด้านซ้ายตั้งฉากรับน้ำ แล้วจึงผลักแขนขวาออกไปตรงๆ
ระดับแก้มพร้อมๆ กับการบิดเอวไปตามทิศทางของพาย แล้วสลับจังหวะต่อไปเรื่อยๆ
เรือคายัคก็จะเคลื่อนที่ไปข้างหน้า
2. การพายถอยหลัง
ในการพายถอยหลังนั้น เราต้องคอยระวังหลัง โดยการชำเลืองผ่านหัวไหล่มองไป
ข้างหลังว่ามีอะไรกีดขวางอยู่หรือเปล่า แล้วเริ่มจากการจุ่มพายด้านใดด้านหนึ่งไปข้างหลัง
พร้อมกับผลักพายไปข้างหน้า แล้วทำสลับซ้าย-ขวา ให้เป็นจังหวะต่อเนื่อง
โดยใช้การเคลื่อนไหวของลำตัวและเอวเป็นหลัก
3. การพายเลี้ยวซ้าย
ในกรณีที่ท่านต้องการที่จะเลี้ยวซ้าย ให้มือซ้ายอยู่ระดับแก้ม
พายขวาจุ่มน้ำ แล้วผลักแขนซ้ายไปข้างหน้า แขนขวากวาดพายมาด้านหลังจนสุดแล้วยกขึ้น
โดยทำอย่างต่อเนื่อง เรือคายัคของท่านก็จะเลี้ยวซ้ายตามต้องการ
4. การพายเลี้ยวขวา
ลักษณะการพายคล้ายกับการพายเลี้ยวซ้าย แต่เปลี่ยนเป็นมือขวาอยู่ในระดับแก้ม
พายซ้ายจุ่มน้ำ แล้วผลักแขนขวาไปข้างหน้า กวาดพายซ้ายมาด้านหลังจนสุดแล้วยกขึ้น
เมื่อทำอย่างต่อเนื่องเรือก็จะเลี้ยวขวาตามต้องการ
5. การเบรก
ในกรณีที่พายเรือคายัคอยู่ แล้วต้องการจะเบรกหรือชะลอความเร็ว
ให้จุ่มพายด้านใดด้านหนึ่งลงน้ำ พร้อมกับผลักพายไปข้างหน้าเล็กน้อย
สลับซ้าย ขวา อย่างต่อเนื่อง เรือคายัคก็จะชะลอความเร็วลง
หรือหยุดทันที
เทคนิคการพายเรือคายัคที่ถูกต้อง
หลายๆ คนยังเข้าใจผิดกันมากที่คิดว่าการพายเรือที่ถูกวิธีทำโดยการดึงและการลากพายด้วยแขนเพียงอย่างเดียว
แต่จริงๆ แล้วการพายเรือที่ถูกวิธีนั้น เราจะใช้ในส่วนของ
ลำตัว เอว และการยืดแขนเป็นหลัก โดยที่การเคลื่อนไหวของลำตัว
เอวจะต้องสัมพันธ์กัน การวาดพายจะต้องยืดแขนให้ตึงและบิดเอวด้วยทุกครั้ง
การพายเรือคายัคนั้นไม่ได้ยาก ถ้าผู้เล่นมีการฝึกฝนทักษะท่าพื้นฐานให้เกิดความชำนาญ
โดยเริ่มจากช้าๆ ไปก่อน เมื่อสามารถทำได้อย่างถูกต้องแล้ว
ขั้นต่อไปก็จะเป็นเรื่องของเทคนิคต่างๆ โดยการนำพื้นฐานเหล่านี้มาดัดแปลงและผสมเป็นท่าอื่นๆ
อีกต่อไป
เมื่อคุ้นเคยกับการพายคายัคแล้ว ทีนี้ก็จะสามารถตะลุยลำน้ำกับคายัคกันได้อย่างสนุกเร้าใจ
แถมยังได้ออกกำลังกายระดับน้องๆ แอโรบิคไปกับการพายเรือด้วย
สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าจะไปพายคายัคกัน
ได้ที่ไหนบ้าง โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ นั้น เดี๋ยวนี้ที่ศูนย์กีฬาวชิรเบญจทัศ
สวนรถไฟ จตุจักร ของกทม มีการจัดอบรมการพายเรือคายัคให้กับประชาชนทั่วไปโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ทุกวันเสาร์ อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 15.00-18.00 น.
ขอขอบคุณข้อมูล :
บริษัท จอย สปอร์ต จำกัด โทร. 0 2641 0540-2 |