ตะลุยท่องเที่ยวไปกับเสือภูเขา Mountain Bike

การขี่จักรยานเสือภูเขา (Mountain Bike) เป็นหนทางหนึ่งของการออกกำลังกายแบบแอโรบิคที่ได้รับความนิยมสูงในบ้านเราตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะนอกจากจะเป็นการออกกำลังกายที่ไม่ต้องลงน้ำหนัก มีโอกาสบาดเจ็บน้อย ได้บริหารกล้ามเนื้อทั้งสะโพก ต้นขา น่อง ข้อต่อ ไปจนถึงหัวใจ ให้เราได้ออกแรงเรียกเหงื่อแล้วยังเป็นกีฬาที่ท้าทาย เติมความอิสรเสรีให้หัวใจขณะขับขี่ แถมยังได้ความสนุกสนานจากการท่องเที่ยวไปตามเส้นทางที่ผ่าน พร้อมกับเพื่อนๆ ร่วมทางที่รักในกิจกรรมเดียวกัน ได้มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ช่วยเหลือเกื้อกูลเกิดเป็นสังคมเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยน้ำใจไมตรี จึงไม่แปลกนักที่จะเห็นใครที่ได้ลองร่วมทริปจักรยานเสือภูเขาครั้งแรกก็มักจะติดใจจนเกิดทริปต่อๆ มาเสมอๆ ไม่เพียงเท่านี้ยังมีคนไทยบางคนที่รักการขี่จักรยานถึงขนาดตะลุยรอบโลกด้วยสองล้อคู่ชีพนี้มาแล้ว

จักรยานเสือภูเขาต่างจากจักรยานธรรมดาและเสือหมอบอย่างไร? เป็นคำถามที่ใครหลายๆ คนมักจะสงสัยกัน จริงๆ แล้วจักรยานเสือภูเขาเรียกได้ว่าเป็นจักรยานอเนกประสงค์ที่สามารถใช้ได้ทุกพื้นที่ ทั้งขับขี่บนถนนธรรมดา หรือบนเส้นทางในภูมิประเทศป่าเขาขรุขระก็ได้ ขณะที่จักรยานเสือหมอบมักจะออกแบบมาให้เหมาะสมกับการขี่บนทางเรียบจึงไม่เหมาะนักที่จะนำมาขี่ในเส้นทางยากลำบากสักเท่าใด

ลักษณะเฉพาะของจักรยานเสือภูเขา คือความแข็งแกร่งบึกบึนของโครงสร้างจักรยาน มีระบบเกียร์ทดมาช่วยผ่อนแรงถึง 24 เกียร์ มีระบบเบรกที่ช่วยหยุดรถได้ฉับพลัน แถมยังมีระบบล้อและยาง ขนาดใหญ่เพื่อช่วยให้จักรยานเกาะกับพื้นเส้นทางได้ดี และเกียร์อัตราทดต่ำเหมาะกับการตะลุยเส้นทางขรุขระเป็นเนินสูงต่ำได้อย่างไม่หวั่น

ส่วนใหญ่จะมีระบบกันสะเทือนที่ล้อหน้าเป็นมาตรฐาน ในขณะที่บางแบบอาจจะมีระบบกันสะเทือนทั้งล้อหน้าหลังขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการใช้งาน และความชำนาญของคนที่ขับขี่ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่สนใจจะออกกำลังกายด้วยการขี่จักรยาน ลองถามตัวเองก่อนว่าพร้อมจะลุยในระดับไหน หากแค่ต้องการพาหนะสำหรับขี่รอบหมู่บ้านหรือไปซื้อของปากซอยก็คงไม่ต้องถึงกับซื้อเสือภูเขามาใช้เพราะไม่คุ้มค่าเงินที่ต้องจ่ายไป แค่จักรยานธรรมดาก็น่าจะเพียงพอ แต่หากคุณพร้อมแล้วที่จะพาเจ้าสองล้อนี้ไปท่องเที่ยวตะลุยเส้นทางธรรมชาติ

การเลือกซื้อเสือภูเขาคุณภาพดีๆ สักคันก็เป็นเรื่องน่าลงทุนไม่น้อยทีเดียว และนั่นก็ยังขึ้นกับว่าคุณเลือกขี่เสือภูเขาในแบบที่เป็น “การออกกำลังกาย” หรือเป็น “กีฬา” เพราะหากต้องเลือกจักรยานเสือภูเขาที่เหมาะกับการแข่งขันเพื่อชิงชัยแล้ว คุณภาพจักรยานย่อมเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดไม่แพ้ฝีมือและกำลังในการขับขี่ และนั่นก็หมายถึงราคาอุปกรณ์ชิ้นส่วนอะไหล่ที่ต้องเพิ่มสูงตามไปด้วย สนนราคาของจักรยานเสือภูเขานั้นหลากหลาย ระดับต้นๆ ตั้งแต่ประมาณ 8-9 พันบาทไปจนถึงระดับเยี่ยมๆ ราคาเป็นแสนบาทเลยก็มี ประสิทธิภาพที่ต่างกันขึ้นกับวัสดุที่นำมาผลิต ความแข็งแรง น้ำหนักที่ยิ่งเบายิ่งดี(ยิ่งแพง) ระบบรองรับการสั่นสะเทือน (shock absorber หรือ suspension) ซึ่งทำหน้าที่กดให้หน้ายางอยู่ติดกับพื้นเส้นทางตลอดเวลาเพื่อให้สามารถบังคับทิศทางได้ง่ายขึ้น ไม่เสียจังหวะในการขี่ขึ้นทางลาดชันจากการที่ล้อหมุนฟรี โดยเฉพาะบนเส้นทางที่ขรุขระ ความราบรื่นในการเปลี่ยนระบบเกียร์ จุดหมุนต่างๆ ซึ่งเป็นรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องศึกษาลงลึก หรือปรึกษากับร้านขายจักรยานที่มีคุณภาพหากสนใจจริงจัง

www.HealthtodayThailand.com
เมื่อเสือภูเขาพร้อมออกวิ่ง...

การขับขี่เสือภูเขาก็คล้ายๆ กับการขับขี่จักรยานทั่วไป แต่คุณควรจะเรียนรู้ระบบของจักรยานที่เพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อย ได้แก่

1. แฮนด์ ผู้ขับขี่ต้องบังคับแฮนด์ด้วย 2 มือ ให้ตรงทางอยู่เสมอ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น การบังคับแฮนด์ไปในทิศทางที่ถูกต้องไว้ก่อนจะช่วยพาให้คุณหลบเลี่ยงจากอันตรายในสถานการณ์ต่างๆ ไปได้

2. เบรก เมื่อใดที่ต้องการหยุดรถ ควรกดเบรกล้อหลังก่อนล้อหน้าเสมอ โดยเฉพาะหากเป็นทางลงลาดชันควรกดเบรกแล้วปล่อย เป็นระยะๆ อย่างสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้ความเร็วรถสูงจนควบคุมไม่ได้

3. ระบบเกียร์ทด เริ่มเคลื่อนที่ด้วยจานหน้า-จานหลัง-ตัวกลาง เมื่อคุณเริ่มขับขี่ควรทดลองเปลี่ยนเกียร์ขึ้นหรือลง เพื่อทดสอบน้ำหนักการถีบที่ตัวเองถนัดก่อนออกเดินทาง เพราะแต่ละคนมีกำลังกายไม่เท่ากัน น้ำหนักเกียร์ที่ใช้จึงต้องแตกต่างกันออกไป



เส้นทางท่องเที่ยวด้วยจักรยานเสือภูเขา

ปัจจุบันกิจกรรมขี่จักรยานเสือภูเขาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นในเมือง หรือตามหมู่บ้านในชนบท แม้แต่พื้นที่วนอุทยานแห่งชาติหรือบนเกาะ หากมีใครถามว่าควรไปขี่จักรยานเสือภูเขาที่ไหนดี คำตอบจริงๆ แล้วก็คือ ที่ไหนก็ได้แล้วแต่ความสะดวกของคุณ ที่ที่คุณจะขี่จักรยานไปถึง หรือแบกจักรยานขึ้นรถลงเรือไปด้วยกันได้ หรือมีจักรยานให้เช่าขี่ เพื่อท่องเที่ยวชื่นชมกับบรรยากาศสองข้างทาง จะบุกฝ่าตะลุยเข้าไปตามหมู่บ้านศึกษาวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนก็ทำได้ ขอให้มีเส้นทางที่เอื้อให้คุณขับขี่จักรยานได้อย่างปลอดภัยเป็นใช้ได้ ส่วนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเขาก็ได้แนะนำเส้นทางขี่จักรยานที่น่าสนใจ ยกตัวอย่างที่ใกล้กรุงเทพฯ หน่อยก็คือ บริเวณท้องทุ่ง จ.นครนายก ซึ่ง ททท. สำนักงานภาคกลางเขต 8 ได้จัดเส้นทางไว้ทั้งหมด 4 เส้นทาง ได้แก่

* เส้นทางที่ 1 วังตะไคร้-วังยาว ระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตร เริ่มต้นที่บริเวณเชิงสะพานวังตะไคร้มองเห็นวิวทิวทัศน์ และผ่านที่ตั้งแค้มป์

* เส้นทางที่ 2 เขาชะโงก-เขาทุเรียน ระยะทางประมาณ 24 กิโลเมตร เริ่มต้นที่จักรดาวรีสอร์ทบรรยากาศระหว่างทางจะมองเห็นวิวทิวทัศน์ของ รร.นาย จปร. เทือกเขาและอ่างเก็บน้ำ

* เส้นทางที่ 3 วัดพราหมณี-เขามดดำ ระยะทาง 31 กิโลเมตร เริ่มต้นที่บริเวณวัดพราหมณี มองเห็นวิวทิวทัศน์ของเทือกเขา และสวนนก

* เส้นทางที่ 4 วัดคีรีวัน-วัดเนินหอม ระยะทาง 43 กิโลเมตร เริ่มต้นที่วัดคีรีวันผ่านอ่างเก็บน้ำคลองสีเสียด วัดเขาพระธรรมขันธ์ไปถึงแยกเนินหอม จังหวัดปราจีนบุรี ทิวทัศน์เป็นทุ่งนา บ้านพักอาศัย และเทือกเขา เส้นทางนี้สามารถขี่จักรยานได้ในเวลาเย็นอีกด้วย

ทั้งนี้ทางททท.ยังแนะนำว่าการขี่จักรยานเสือภูเขาบนเส้นทางสายนี้ควรจะเริ่มกันตั้งแต่เช้ามืด เพราะนอกจากแดดไม่ร้อนแล้วยังได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติสวยๆ ยามเช้าได้อย่างเต็มที่ การขี่แต่ละเส้นทางจะใช้เวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมงขึ้นไป

(ศึกษาข้อมูลเส้นทางท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือที่ http://www.tat.or.th/thai/travelling_eco_tourism.php?travel_id=3 )



สิ่งที่ควรเตรียมตัวก่อนไปขี่เสือภูเขา

เพื่อช่วยให้กิจกรรมขี่จักรยานเสือภูเขาของคุณเป็นไปอย่างสบายๆ ราบรื่น ควรมีการเตรียมตัวก่อนออกเดินทางกันสักหน่อย โดยการ

1. จัดหาจักรยานในขนาดที่เหมาะกับตัวคุณ ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป มีอุปกรณ์ต่างๆ ครบตามที่จำเป็น และอยู่ในสภาพดีพร้อมขี่ ที่สำคัญคุณต้องแน่ใจว่าคุณขี่จักรยานเป็น!!!

2. ควรสวมหมวกกันกระแทกสำหรับนักจักรยาน ซึ่งสามารถใช้กันแดดได้ด้วยในตัว และควรสวมเสื้อแขนยาว(โดยเฉพาะเวลากลางวัน)เพื่อกันแดด เสื้อควรมีสีสดใส สีสะท้อนแสง หรือสีขาวเพื่อให้มองเห็นได้ชัด สวมกางเกงที่ใส่สบายที่สุด หรือกางเกงสำหรับขี่จักรยานโดยเฉพาะ ถุงเท้า-รองเท้าผ้าใบ

3. เตรียมน้ำดื่มใส่กระติกน้ำให้เพียงพอ (กระติกน้ำพร้อมหูยึดติดกับรถ)

4. ศึกษาเส้นทางขับขี่ให้เข้าใจ รวมทั้งกำหนดเวลานัดหมายกับเพื่อนร่วมขบวน

5. พยายามอย่าทิ้งระยะห่างจากเพื่อนร่วมขบวนมากเกินไป คนที่ขี่เร็วกว่าอยู่ข้างหน้าขบวนควรหยุดรอคนหลังๆ เป็นระยะๆ

6. หากมีการขับขี่ในเวลากลางคืน รถจักรยานควรติดตั้งไฟแวบหน้าและหลังจักรยาน ไฟหน้าสีขาวปรับให้สูงตรงสายตาของรถข้างหน้า เปิดให้กะพริบ ตลอดเวลา และไฟหลังสีแดง เปิดให้กะพริบตลอดเวลาเช่นเดียวกัน เพื่อให้รถที่ผ่านไปมาบนถนนสามารถมองเห็นได้ชัดเจน

7. ปฏิบัติตามกฎ กติกา มารยาทในการขี่จักรยานท่องเที่ยวอย่างเคร่งครัด รวมถึงกฎจราจร เมื่อขับขี่บนถนนสาธารณะ

ในบางครั้งระหว่างเส้นทางขับขี่จักรยานอาจมีเหตุที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ ฝนตกพื้นดินแฉะ หรือไปในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย สิ่งที่ควรระวังก็คืออย่าแยกตัวจากกลุ่มหรือออกนอกเส้นทางที่วางแผนไว้ ไม่ควรมองข้ามความสำคัญของอุปกรณ์นิรภัยต่างๆ และใครที่มีโรคประจำตัวก็ควรปรึกษาความเป็นไปได้ในการออกกำลังกายแบบนี้กับแพทย์ประจำตัวเสียก่อน หากระหว่างขับขี่คุณรู้สึกหมดแรงขี่ต่อไปไม่ไหว หรือเกิดอาการคล้ายจะหน้ามืดเป็นลม หรือเป็นตะคริวให้รีบหยุดพัก และส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่อยู่ใกล้ๆ ทันที

มาถึงตรงนี้หากใครสนใจอยากตะลุยเมืองไทยไปกับจักรยานเสือภูเขา ก็ลองชวนเพื่อนๆ หรือคนรู้ใจไปขี่จักรยานด้วยกัน หรือสมัครเข้าร่วมกับชมรมจักรยานต่างๆ ซึ่งมีอยู่มากมายทั่วประเทศ เช่น ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย ที่จัดทริปสนุกๆ น่าสนใจ พร้อมกิจกรรมร่วมต่างๆ เกี่ยวกับจักรยานตลอดปี โดยเข้าไปสืบค้นรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaicycling.com, http://www.thaimtb.com, http://www.bikeloves.com/ เป็นต้น

ขอขอบคุณ :
ร้าน Probike โทร. 0-2253-3384 (www.probike.co.th)
ชมรม Blue Planet Mountain Bike (http://www.bikeloves.com/) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (http://www.tat.or.th)




For comments and suggestions about this site, contact the Webmaster
Copyright©2008 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.