Sport Aerobics
สปอร์ตแอโรบิคส์เป็นกีฬาชนิดหนึ่งผสานเอาการเต้นแบบแอโรบิคผนวกเข้ากับท่าทางของยิมนาสติก ต้องใช้ความแข็งแกร่งของร่างกาย ประกอบกับการแสดงออกที่มีชีวิตชีวาของนักกีฬาซึ่งชวนให้คนดูรู้สึกสนุกสนานไปตามจังหวะดนตรีที่มีพลัง


คนไทยส่วนใหญ่รู้จักการเต้นแอโรบิคกันเป็นอย่างดีและดูเหมือนว่ากำลังฮิตกันสุดๆ ตั้งแต่รัฐรณรงค์ให้ประชาชนออกกำลังกาย ในขณะที่ใครๆ ก็รู้จักการเต้นแอโรบิค แต่สปอร์ตแอโรบิคส์กลับมีคนไทยเพียงไม่กี่คนที่รู้จักทั้งที่เราก็มีนักกีฬาทีมชาติไทยที่มีฝีมือในกีฬาประเภทนี้ด้วยเช่นกัน

กีฬาสปอร์ตแอโรบิคส์เป็นกีฬาใหม่ในกลุ่มประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ประเทศต่างๆ ทั้งในยุโรปและอเมริกา มีความตื่นตัวกันมาก มีรายการแข่งขันนานาชาติตลอดปี เพราะกำลังได้รับการผลักดันจากสหพันธ์ยิมนาสติกสากล ให้เป็นกีฬาหนึ่งในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค

กีฬาสปอร์ตแอโรบิกส์ เริ่มมีการแข่งขันนานาชาติในปีค.ศ. 1996 ซึ่งนักกีฬาทีมชาติไทยได้เข้าร่วมในการแข่งขัน German Aerobic Open ณ ประเทศเยอรมันในปี พ.ศ. 2003 และได้เหรียญทองแดงประเภทคู่ผสม (Mix Pairs) ส่วนการแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 22 ประเทศเวียดนามซึ่งเป็นการแข่งขันครั้งแรกในกีฬาซีเกมส์ นักกีฬาของไทยได้เหรียญเงินจากการแข่งขันประเภททีม 3 คน (Trio) จึงนับว่านักกีฬาของไทยมีความสามารถไม่ด้อยไปกว่านักกีฬาชาติอื่นๆ ทั้งในแถบเอเชีย และยุโรป

ในกีฬาสปอร์ตแอโรบิคส์นักกีฬาต้องใช้ความสามารถในการแสดงท่าชุดยิมนาสติกประกอบกับการเต้นแอโรบิค โดยต้องมีการเคลื่อนไหวที่เข้มแข็งและซับซ้อนอย่างต่อเนื่องเข้าจังหวะกับเสียงเพลงท่าชุดแข่งขันจะต้องแสดงในพื้นที่ขนาด 7 x 7 เมตร ในทิศทางต่างๆ มีทั้งทำท่ากระโดดลอยจากพื้นสู่กลางอากาศ ทำท่าที่ติดกับพื้นผิวโดยใช้อวัยวะอื่นนอกเหนือจากท่ายืนที่ใช้เท้า เช่น ท่าค้ำยันโดยใช้มือและแขน ทำท่าความอ่อนตัวของข้อต่อต่างๆ ทำท่าแสดงความแข็งแรง โดยให้กลมกลืนกับท่าเต้นพื้นฐานของการเต้นแอโรบิค 7 ท่า (ได้แก่ ท่าMarching, Jogging, Skip, Jumping Jack, Knee Lift, Kick, และท่าLunge ) ท่าชุดแข่งขันต้องแสดงให้มีความถูกต้องสมบูรณ์ตามเทคนิคท่าที่สุด และใช้เวลาในการแข่งขัน 1.45 นาที ( + - 5 วินาที ) ซึ่งการแข่งขันก็จะแบ่งเป็น 5 ประเภทได้แก่ เดี่ยวชาย ( Individual Men ) เดี่ยวหญิง( Individual Women ) คู่ผสม ( Mix Pairs ) ทีม 3 คน ( Trio ) ไม่จำกัดเพศ ทีม 6 คน ( Group ) ไม่จำกัดเพศ (ใช้พื้นที่แข่งขัน 10x10 เมตร )

ชุดสำหรับสปอร์ตแอโรบิคส์ นักกีฬาชายสวมใส่ชุดขาสั้นติดกับตัวเสื้อ อาจเป็นแขนสั้นหรือแขนยาวก็ได้ ส่วนนักกีฬาหญิงต้องสวมถุงน่องสีเนื้อ(สำหรับออกกำลังกาย ) และใส่ชุดยิมนาสติกทับ แขนยาวหรือแขนสั้นหรือไม่มีแขนก็ได้ ทั้ง 2 ประเภทสามารถตกแต่งลวดลายได้ตามความเหมาะสม ส่วนรองเท้าและถุงเท้าต้องเป็นสีขาว
เพลง ความยาวของเพลงคือ 1.45 นาที อาจมีเสียง Sound Effect ได้ตามความเหมาะสม
พื้นฟลอร์ที่ใช้ เป็นพื้นไม้ปาเก้ ซึ่งมีความยืดหยุ่นของยางรองด้านล่างพอสมควร มีความกว้าง x ยาวอย่างน้อย 12 x12 เมตร และไม่เกิน 14 x14 เมตร ส่วนพื้นที่ที่ใช้แข่งขันอยู่ภายในเขต 7 x7 เมตร ยกเว้นประเภท Group 6 คนพื้นที่ 10x10 เมตร

สปอร์ตแอโรบิคฝึกกันอย่างไร
สิ่งที่มีส่วนสำคัญในการฝึกพื้นฐาน คือ การแยกขาให้ได้อย่างน้อย 180 ํ ทั้งแยกขาด้านข้างและแยกหน้าหลัง ต้องมีการฝึกกล้ามเนื้อหน้าท้องให้แข็งแรงเพื่อช่วยในการบังคับลำตัวให้นิ่งขณะทำท่า รวมทั้งการฝึกท่า push up (ดันพื้น)ให้หัวไหล่แข็งแรง ส่วนท่ากระโดดซึ่งมีความจำเป็นในการแข่งขัน ต้องฝึกกล้ามเนื้อขาให้แข็งแรง และเรียนรู้เทคนิคการกระโดดที่ถูกต้องก็สามารถเป็นนักกีฬาที่ดีได้

สำหรับผู้ที่ไม่เคยเล่นยิมนาสติกมาก่อน จะไม่มีปัญหาในการฝึกซ้อมเพราะท่าที่ใช้ในการเล่นสปอร์ตแอโรบิคส์ ไม่ใช้ท่าตีลังกาต่างๆ แต่เป็นท่าที่แสดงความแข็งแรงของหัวไหล่ ลำตัว และขา เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งการฝึกซ้อมต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปอยู่แล้ว โดยธรรมชาติในการเล่นกีฬาทุกชนิดต้องมีการฝึกซ้อมอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อลดการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาชนิดนั้นๆ

www.HealthtodayThailand.com
โดยปกติแล้วผู้ที่รักการเต้นแอโรบิคก็สามารถฝึกสปอร์ตแอโรบิคส์ได้เช่นเดียวกับนักกีฬายิมนาสติก เพราะท่ายากที่ใช้ในการแข่งขันที่เป็นท่ายิมนาสติกนั้นไม่มีท่าตีลังกาหรือท่าหกสูง แต่เป็นท่าตามหมวดหมู่ของยิมนาสติกดังนี้ คือ
กลุ่ม A ได้แก่ กลุ่มท่า Push Up , Freefalls , Leg Circle and Cuts เช่น ท่าประเภท ดันพื้นในรูปแบบต่างๆ ท่าล้มตัวลงสู่พื้น ท่าหมุนขา เป็นต้น
กลุ่ม B ได้แก่ กลุ่มท่า Supports and Levers เช่น ท่าค้ำยันด้วยแขนในรูปแบบต่างๆ ซึ่งเป็นท่าแสดงความแข็งแรง
กลุ่ม C ได้แก่กลุ่มท่า Jumps and Leaps ได้แก่ท่ากระโดดต่างๆ เช่น ท่ากระโดดขาคู่ หรือกระโดดขาเดียว ในรูปแบบต่างๆ
กลุ่ม D ได้แก่กลุ่มท่า Flexibility and Various ได้แก่ท่าความอ่อนตัวของข้อต่อสะโพก กลุ่มนี้ผู้เล่นต้องแยกขาได้อย่างน้อย 180 องศาทั้งด้านข้างและด้านหน้า รวมทั้งท่าหมุนตัว( pivot )ต่างๆ ด้วย

การที่จะเป็นนักกีฬาที่ดีได้ นอกเหนือจากมีใจรักในกีฬานั้นๆ แล้ว การฝึกซ้อมคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้พัฒนาความสามารถเก่งขึ้นได้ สปอร์ตแอโรบิคส์ก็เช่นเดียวกันที่ต้องฝึกซ้อมท่าต่างๆ ทั้ง 4 กลุ่มโดยเลือกท่าที่ต้องการลงแข่งขัน ซึ่งต้องใช้เวลาในการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและความอ่อนตัวของข้อต่อต่างๆ รวมทั้งเส้นเอ็น ต้องมีความมุ่งมั่นและมานะพยายาม ทุ่มเท เวลาและจิตใจ เช่นเดียวกับกีฬาเพื่อความเป็นเลิศชนิดอื่นๆ จึงจะประสบผลสำเร็จได้


อายุที่เหมาะสมกับการฝึกสปอร์ตแอโรบิคส์
เนื่องจากกีฬาชนิดนี้เป็นกีฬาใหม่เข้าสู่วงการกีฬาสากลมาได้ประมาณ 10 ปี นักกีฬาส่วนใหญ่มีพื้นฐานในการเล่นยิมนาสติกมาก่อน แต่ก็มีนักกีฬาจำนวนมากที่มาจากผู้ที่เต้นแอโรบิคด๊านซ์ และได้มีความมานะพยายามฝึกซ้อมท่ายิมนาสติกบางท่า จนสามารถลงแข่งขันได้ หากจะพูดถึงอายุที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มต้นในการฝึกซ้อมควรเริ่มที่อายุ 10-12 ขวบ เพราะจะมีความพร้อมในด้านการสร้างความแข็งแรงมากกว่าเด็กเล็กๆ รวมทั้งการสร้างความอ่อนตัวของเส้นเอ็นและข้อต่อสามารถทำได้ง่าย แต่สำหรับผู้ที่เต้นแอโรบิคเป็นประจำและอายุไม่เกิน 25 ปีก็สามารถฝึกซ้อมได้ดีเช่นเดียวกัน เพราะมีความฟิตและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ผู้ที่มีอายุเกิน 30 ปีไปแล้วไม่ควรเริ่มต้นฝึกซ้อมสปอร์ตแอโรบิค เพราะจะเป็นกีฬาที่หนักเกินไปสำหรับผู้ที่มีอายุมากขึ้น

ประโยชน์ที่จะได้จากการเต้นแอโรบิคหรือแอโรบิคด๊านซ์ และสปอร์ตแอโรบิคส์ จะใกล้เคียงกัน คือสร้างความแข็งแรงให้หัวใจและระบบต่างๆ ของร่างกายได้เป็นอย่างดี รวมทั้งทำให้รูปร่างสมส่วน มีสมาธิสูง สร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายโดยรวม

กีฬาสปอร์ตแอโรบิคส์ ขอเน้นว่าเป็นกีฬา ไม่เป็นเพียงการออกกำลังกาย ซึ่งคำว่า กีฬา หมายถึง มีการแข่งขันร่วมด้วย หากเน้นเพื่อสุขภาพการเต้นแอโรบิคด๊านซ์จะเหมาะสมกว่า แต่ใครที่สนใจหรือรักการเต้นแอโรบิคอยู่แล้วและมีอายุพอเหมาะสมดังกล่าว ลองพัฒนาการเต้นของคุณมาสู่สปอร์ตแอโรบิค โดยฝึกพื้นฐานต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นเพิ่มก็น่าสนใจไม่น้อย

ขอขอบคุณ :
- อ.สมคิด ปิ่นทอง ผู้จัดการทีมและโค้ชทีมชาติไทย
- นักกีฬาสปอร์ตแอโรบิคทีมชาติไทย
คุณต่อฉัตร ปิ่นทอง
ปรียฉัตร ปิ่นทอง
ศิริรัตน์ บุรณะเกษมชัย
กิตติศักดิ์ พวงเพ็ชร
วันชัย กาญจนพิมาย
- Sport Performance (Thailand ) Ltd.
- Power Zone Fitness & Gym โทร. 02-689-5298-9





For comments and suggestions about this site, contact the Webmaster
Copyright©2008 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.