ปวดจนกลั้นไม่อยู่...คุณหมอช่วยด้วย

    “ดิฉันเป็นอะไรไม่รู้ เข้านอนยังไม่ทันไรก็ต้องตื่นมาเข้าห้องน้ำเพราะปวดปัสสาวะ คืนละ 3-4 ครั้งไม่ต้องหลับไม่ต้องนอนกันพอดี
บางวันเข้าไม่ทันก็ราดออกมาซะอย่างนั้น ทำอย่างไรดีคะ?”
     “ออกไปไหนไม่ได้เลย กลัวจะไม่มีห้องน้ำเข้า เดี๋ยวนี้ถ้าปวดปุ๊บแล้วไม่มีห้องน้ำน่ะ มีหวังราดแน่ๆ กลั้นไม่อยู่เลยค่ะ”


     เสียงบ่นทำนองนี้เป็นประโยคที่เรามักจะได้ยินอยู่บ่อยๆ ในห้องตรวจสุขภาพผู้สูงอายุ บางคนอาจประสบมากับตัวเวลาดูแลผู้หลักผู้ใหญ่ภายในบ้าน อาการปัสสาวะเล็ดราดไม่รู้ตัวหรือที่คำโบราณเรียกกันว่าช้ำรั่วเป็นโรคที่พบบ่อยเมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น ถ้าไปหาคุณหมอให้ตรวจแล้วไม่พบโรคอื่น เช่น เป็นนิ่ว เบาหวาน กระเพาะปัสสาวะพิการจากระบบประสาท ความผิดปกติในมดลูก ทางเดินปัสสาวะอักเสบ หรือผลข้างเคียงของยาที่กินอยู่ คุณหมอก็มักสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน (Overactive Bladder – OAB)

รั่ว...ได้ไม่เลือกเวลา เรื่องทรมานใจคุณย่าคุณยาย
     อาการช้ำรั่วนี้เกิดมาจากการที่กระเพาะปัสสาวะทำงานผิดปกติ ไม่ยอมอยู่ใต้การควบคุมของสมองอย่างที่เคย อาจเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทควบคุม หรือมีโรคอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาท เช่น โรคหลอดเลือดสมอง สมองเสื่อม พาร์กินสัน เป็นต้น นอกจากนี้อาจเกิดจากการที่เซลล์กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะไวต่อการกระตุ้นซึ่งพบในคนที่มีต่อมลูกหมากโตแล้วมีอาการปัสสาวะบ่อยร่วมด้วย สาเหตุเหล่านี้ทำให้กระเพาะปัสสาวะเกิดการบีบตัวเองไม่เลือกที่และเวลา ปกติกระเพาะปัสสาวะของคนเราจะบีบตัวต่อเมื่อเวลาที่กำลังปัสสาวะอยู่เท่านั้น แต่เมื่อมันสูญเสียการควบคุมจึงทำให้คนที่เป็นรู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยๆ ซึ่งมักจะปวดชนิดทันทีทันควันและรุนแรงจนต้องรีบเข้าห้องน้ำให้ได้เดี๋ยวนั้น ปัญหาจึงตามมาด้วยการเกิดปัสสาวะเล็ดราดกลางทางถ้าเข้าห้องน้ำไม่ทัน ไม่เว้นแม้กระทั่งตอนนอน ทำให้บางคนไม่สามารถนอนหลับได้สนิทต้องคอยตื่นมาเข้าห้องน้ำคืนละเป็นหลายๆ ครั้ง

     ผู้หญิงวัยสูงอายุจะมีปัญหาช้ำรั่วมากกว่าผู้ชาย (ขณะที่ผู้ชายสูงอายุมักจะเจอปัญหาปัสสาวะไม่ออกจากโรคต่อมลูกหมากโต...แย่ไปอีกแบบ) ในคนอายุมากกว่า 60 ปีพบว่าเป็นโอเอบีหรือช้ำรั่วถึงร้อยละ 14.5 ทว่าใครที่เป็นหรือมีญาติผู้ใหญ่เป็นโรคนี้อย่าเพิ่งกังวลมากไปเพราะการแพทย์สมัยนี้มียาที่สามารถรักษาได้ แม้จะเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่อย่างน้อยก็ควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะได้ดีขึ้น ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างก็ทำให้คุณภาพชีวิตของคนที่เป็นดีขึ้นมาก

คุณภาพชีวิตจะดีขึ้นถ้าดื่มน้ำแต่พอดี
     ปกติเรามักได้รับคำแนะนำให้ดื่มน้ำ(เปล่า)มากๆ ในแต่ละวันจะดีกับร่างกาย แต่สำหรับคนที่มีปัญหาช้ำรั่วนี้ เมื่อไปพบแพทย์มักจะสั่งให้ควบคุมการดื่มน้ำเพื่อไม่ให้มากเกินไปจนต้องทรมานกับการเข้าห้องน้ำบ่อยๆ แต่ไม่น้อยเกินไปจนขาดน้ำ ส่วนจะเป็นเท่าไรนั้นทราบได้ด้วยการจดบันทึกปริมาณน้ำที่ดื่มเข้าไป และปริมาณปัสสาวะที่ขับออกมาในแต่ละวัน (ใส่กระบอกตวง สังเกตตัวเลขปริมาณที่ได้ เททิ้งไปแล้วจดตัวเลขไว้) ควรดื่มน้ำเพื่อให้ได้ปริมาณปัสสาวะวันละประมาณ 1,200-1,700 ซีซีกำลังดี ปริมาณน้ำที่ดื่มเข้าไปอาจต่างกันมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละคนไม่เท่ากัน ดังนั้นคนที่เป็นจึงต้องจดตัวเลขปริมาณปัสสาวะไว้ทุกครั้ง รวมผลแต่ละวัน อย่างน้อย 3 วัน แล้วสังเกตเอาเอง

      นอกจากนี้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ น้ำอัดลมต่างๆ ล้วนมีผลต่อการปัสสาวะ ดังนั้นคนที่มีปัญหาช้ำรั่วจึงควรงดดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้

      โรคช้ำรั่วแม้ไม่มีอันตรายรุนแรงแต่ก่อกวนใจคนที่เป็นตลอดเวลา อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่ผู้ดูแลผู้สูงอายุต้องคอยระวังก็คือ การปวดปัสสาวะแบบกระทันหันบ่อยครั้งทำให้ผู้สูงอายุต้องเร่งรีบไปเข้าห้องน้ำ จึงมีโอกาสมากในการสะดุดลื่นหกล้ม ซึ่งจะมีผลแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมา เช่น กระดูกหัก หัวแตก อันอาจเป็นอันตรายร้ายแรงถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้นหากพบว่ามีปัญหากับการปัสสาวะ อย่ามัวอายที่จะไปปรึกษาคุณหมอเพื่อหาทางรักษาและแก้ไขให้คุณภาพชีวิตกลับมาดีอย่างเดิมดีกว่าค่ะ





For comments and suggestions about this site, contact the Webmaster
Copyright©2008 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.